
ในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด Meta Platforms กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกต่อเนื่อง บริษัทกำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้าน AI ของโลก อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิสัยทัศน์ที่ไร้พรมแดนของ Meta ต้องปะทะกับกำแพงความมั่นคงของมหาอำนาจอย่างจีน เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ META ทั้งสองเรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบกับกำไรจำกัดในระยะสั้นแต่ไม่เปลี่ยนมุมมองของ META ในระยะยาว โดย META ยังมีแนวโน้มจากแนวโน้มค่าโฆษณาที่แข็งแกร่ง
ในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด Meta Platforms กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกต่อเนื่อง บริษัทกำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้าน AI ของโลก อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิสัยทัศน์ที่ไร้พรมแดนของ Meta ต้องปะทะกับกำแพงความมั่นคงของมหาอำนาจอย่างจีน
การจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศ (Space Solar Energy)
Meta ได้ลงนามในข้อตกลงกับ Overview Energy สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีพลังงานในอวกาศ เพื่อสำรองกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 1 กิกะวัตต์ (เทียบเท่ากับพลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์) ระบบนี้ใช้ดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้าที่ความสูงประมาณ 22,000 ไมล์ ซึ่งมีแสงแดดส่องสว่างตลอดเวลา ดาวเทียมจะรวบรวมพลังงานและยิงกลับมายังโลกด้วยแสงอินฟราเรดระยะใกล้ความเข้มต่ำไปยังโซลาร์ฟาร์มบนพื้นโลก ในภาพรวมช่วยให้บริษัทสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปพร้อมกับการรักษาสัญญาเรื่องการใช้พลังงานสะอาดและไม่สร้างภาระให้แก่โครงข่ายไฟฟ้าของภาคประชาชน
ทำไมต้องเป็นพลังงานแสงอาทิตย์?
ศูนย์ข้อมูล AI จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมากเพื่อประมวลผล และราคาค่าไฟฟ้าในสหรัฐฯ ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ซึ่งระบบนี้ใช้ดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้าที่ความสูงประมาณ 22,000 ไมล์ ซึ่งมีแสงแดดส่องสว่างตลอดเวลา ดาวเทียมจะรวบรวมพลังงานและยิงกลับมายังโลกด้วยแสงอินฟราเรดระยะใกล้ความเข้มต่ำไปยังโซลาร์ฟาร์มบนพื้นโลก โดยเทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นคือช่วยให้โซลาร์ฟาร์มเดิมสามารถผลิตไฟฟ้าได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ที่ดินเพิ่ม โดยมีกำหนดการสาธิตระบบในวงโคจรปี 2028 และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบพลังงานเชิงพาณิชย์ให้ Meta ได้ในปี 2030
การแทรกแซงจากรัฐบาลจีนในดีลเข้าซื้อ Manus
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Meta ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ทอัพผู้พัฒนา AI Agent ที่สามารถทำงานซับซ้อน เช่น การเขียนโค้ดแอปพลิเคชันหรือการทำวิจัยตลาดได้ด้วยตัวเอง แม้ว่า Manus จะมีการจดทะเบียนในสิงคโปร์ แต่เมื่อคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ได้ใช้อำนาจแทรกแซงและสั่งล้มดีลการซื้อขาย Manus อย่างเป็นทางการ
Meta เสียอะไรจากดีลนี้?
สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
การกระทำของจีนในครั้งนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อการค้า แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นการส่งคำเตือนไปยังสตาร์ทอัพจีนอื่นๆ ว่าการพยายามย้ายฐานธุรกิจหนีเพื่อไประดมเงินทุนนอกประเทศหรือขายกิจการให้สหรัฐจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น หลังจากที่ออกกฎห้ามซื้อชิปจาก Nvidia ไปก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นจีนสั่งให้สตาร์ทอัพ AI รายสำคัญ (เช่น Moonshot AI, Stepfun) ปฏิเสธเงินทุนจากสหรัฐหากไม่ได้รับอนุญาต
ในมุมมองของเรามองว่าสงครามเทคโนโลยีมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยบริษัทสหรัฐมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่าบริษัทของจีนเพราะบริษัทจีนไม่สามารเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐมาระยะหนึ่งแล้วและมีการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างชัดเจน
มุมมองของเรา