Offshore Stock Update

จากวิสัยทัศน์สู่วินัยทางการเงินหลัง OpenAI มีความเสี่ยงรายได้พลาดเป้า

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|28 Apr 26 2:59 PM
Screenshot_28-4-2026_15123_gagadget.com
สรุปสาระสำคัญ

OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเสนอขายหุ้น IPO โดยบริษัทเปิดเผยว่าพลาดเป้าหมายด้านรายได้และจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ สถานการณ์นี้นำไปสู่ความกังวลภายในฝ่ายบริหารระดับสูงเกี่ยวกับความสามารถในการแบกรับต้นทุนมหาศาลจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center และการประมวลผล ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งอย่าง Anthropic และ Google

ากวิสัยทัศน์สู่วินัยทางการเงินจากความเสี่ยง OpenAI ที่รายได้พลาดเป้า

OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเสนอขายหุ้น IPO โดยบริษัทเปิดเผยว่าพลาดเป้าหมายด้านรายได้และจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ สถานการณ์นี้นำไปสู่ความกังวลภายในฝ่ายบริหารระดับสูงเกี่ยวกับความสามารถในการแบกรับต้นทุนมหาศาลจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center และการประมวลผล ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งอย่าง Anthropic และ Google

การเติบโตต่ำกว่าที่คาด

OpenAI พลาดเป้าหมายภายในที่จะเข้าถึงผู้ใช้งานประจำสัปดาห์ 1 พันล้านคนสำหรับ ChatGPT ในปี 2025 บริษัทพลาดเป้าหมายรายได้รายปีและรายเดือนในปี 2026 ทำให้มองว่าจะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาด AI เป็นผลมาจากการเติบโตของ Google Gemini และเสียพื้นที่ในตลาดกลุ่มองค์กร และตลาดการเขียนโค้ดให้กับ Anthropic ที่ทำได้ดีกว่า

เมื่อการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานอาจเริ่มไม่สอดคล้องกับความสามารถในการสร้างรายได้ก็จะส่งผลต่อทั้งบริษัทเอง บริษัทคู่สัญญาและบริษัทในอุตสาหกรรม

ความเสี่ยงที่ผูกกับ OpenAI

  1. บริษัทอาจไม่มีเงินจ่ายค่าสัญญาระบบประมวลผลในอนาคตหากรายได้ไม่เติบโตเร็วพอ
  2. OpenAI ทำข้อตกลงที่สร้างภาระผูกพันด้านการใช้จ่ายในอนาคตสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ ($3 แสนล้านดอลลาร์กับ Oracle ตลอดระยะเวลา 5 ปีเริ่มจากปี 2027) เพื่อเข้าถึงระบบประมวลผลกับบริษัทเทคโนโลยี Cloud/Datacenter ที่รายได้ขึ้นกับ OpenAI สูงจะเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องได้แก่ MSFT, ORCL, CoreWeave, NVDA ซึ่งบางบริษัทมีเงื่อนไขด้านการเงินที่ผูกกับ OpenAI ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากเรื่องนี้ ($3 แสนล้านดอลลาร์กับ Oracle ตลอดระยะเวลา 5 ปีเริ่มจากปี 2027)
  3. CEO ต้องการเร่งทำ IPO ภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่ CFO ต้องการให้ชะลอไปก่อนเพื่อปรับปรุงระบบควบคุมภายในให้ได้มาตรฐานของบริษัทมหาชน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำ IPO ในปีนี้
  4. OpenAI อาจจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ สะท้อนจากการที่ OpenAI ต้องยุติบางโครงการอย่างแอปพลิเคชันสร้างวิดีโอ Sora เพื่อหันมาลดต้นทุนและโฟกัสกับเครื่องมือที่กำลังเติบโตอย่าง Codex แทน และเพิ่งปล่อยโมเดลรุ่นใหม่อย่าง GPT-5.5 ออกมาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ความเสี่ยงของอุตสาหกรรม

  1. ความเสี่ยงจากการลดงบลงทุนของ OpenAI ซึ่งหาก OpenAI ถูกบังคับให้ลดการลงทุน จะกระทบกับ 1) Hyperscalers (MSFT, GOOGL, AMZN) ที่ขายระบบคลาวน์ให้ OpenAI 2) ความต้องการ GPU/Chip (NVDA, AMD) มีแนวโน้มลดลงจากความชัดเจนของรายได้จาก Datacenter 3) Power & Infrastructure  อาจจะทำให้สัญญาเช่า Datacenter ถูกยกเลิกหรือล่าช้าส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้พลังงานในระยะยาว
  2. การล่าช้าในการออก IPO จะส่งผลต่อกระแสเงินสดที่อาจจะส่งผลต่อการชำระเงินให้กับคู่สัญญาระบบประมวลผล และจะเพิ่มแรงกดดันให้กับบริษัทคู่แข่ง (Anthropic, xAI) ที่กำลังจะ IPO ใน 2H26

บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ OpenAI

1. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและคลาวด์: เป็นกระดูกสันหลังที่ OpenAI ต้องทำสัญญาใช้จ่ายเงินมหาศาลเพื่อรันโมเดล AI:

  • Microsoft (MSFT): พันธมิตรหลักที่ให้บริการ Azure และมีการปรับสัญญาใหม่ให้ OpenAI สามารถกระจายการใช้ Cloud ไปยังค่ายอื่นได้
  • Amazon (AWS/Amazon Bedrock): เพิ่งประกาศเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหญ่ โดย AWS จะเป็น Exclusive Cloud Distribution รายที่สาม และ OpenAI จะใช้ AWS Trainium ในการเทรนโมเดล
  • Oracle (ORCL): คู่สัญญาที่ทำข้อตกลงจัดหา Compute ขนาดใหญ่ (มูลค่าตามรายงานสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ใน 5 ปี เริ่มปี 2027)
  • CoreWeave: พันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางด้าน GPU ที่ OpenAI ใช้ในการขยายขีดความสามารถประมวลผล
  • Google Cloud: หนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ที่ OpenAI ใช้งานเพื่อกระจายความเสี่ยง

2.    กลุ่มฮาร์ดแวร์และชิปเซ็ต

  • NVIDIA: ผู้จัดหา GPU หลักสำหรับการเทรนและรันโมเดล
  • AMD: หนึ่งในซัพพลายเออร์ที่อยู่ในกลุ่มชิปประมวลผลทางเลือก
  • Broadcom: พันธมิตรในการพัฒนาชิปเฉพาะ (Custom Chip) ของ OpenAI เอง
  • Cerebras & AWS Trainium: โซลูชันชิปทางเลือกสำหรับการประมวลผล AI

3. กลุ่มผู้สนับสนุนและนักลงทุนเชิงกลยุทธ์

  • Amazon, NVIDIA, SoftBank, Microsoft: กลุ่มบริษัทที่เข้ามาร่วมลงทุนในรอบล่าสุด (ตามรายงานเมษายน 2026) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการขยายโครงสร้างพื้นฐาน

4. กลุ่มลิขสิทธิ์ข้อมูล

  • News Corp (WSJ, New York Post), Axel Springer, Reddit, Associated Press (AP), Financial Times: กลุ่มพันธมิตรที่อนุญาตให้ OpenAI นำข้อมูลไปใช้เทรนโมเดล AI

มุมมองของเราต่อเรื่องนี้

  1. พัฒนาการของ OpenAI เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่า ตลาด AI กำลังก้าวเข้าสู่การพิสูจน์ความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งจากความตื่นเต้นในเทคโนโลยีเทคโนโลยีใหม่ นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการประเมินมูลค่า (Valuation) ของบริษัทซอฟต์แวร์ AI และพัฒนาโมเดล AI ที่มีการขาดทุนสูง นอกจากนั้นอาจจะระมัดระวังเพิ่มใน AI model จีนอย่าง ZAI23, Minimax ที่อาจจะได้รับ Sentiment เชิงลบจากประเด็นนี้
  2. ระมัดระวังเกี่ยวกับการเก็งกำไรในกลุ่มที่มีธุรกรรมและทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI
  3. ผลกระทบทางจิตวิทยา OpenAI เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความต้องการในระดับสูง อาจจะนำไปสู่การชะลอตัวเปลี่ยนเรื่องราวของ AI Capex Supercycle ทั้งหมด
  4. พิจารณาน้ำหนักการลงทุนไปที่กลุ่มฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงมี Pricing Power และเป็นคอขวดที่แท้จริงของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน อย่างเช่น TSM ARM ASML AMAT LRCX  แต่อย่างไรก็ดีต้องติดตามแนวโน้มความต้องการเพราะเมื่อต้นทางของการลงทุนได้รับผลกระทบปลายน้ำย่อมได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
  5. การที่คู่แข่งอย่าง Anthropic และ Google สามารถเจาะตลาดองค์กรได้อย่างมีนัยสำคัญ  บ่งชี้ว่าความได้เปรียบจากการเข้าสู่ตลาดเป็นรายแรกของโมเดลแบบ B2C ไม่สามารถรับประกันความสำเร็จในระยะยาวได้ การลงทุนในธีม AI หลังจากนี้ ควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีระบบนิเวศน์ที่แข็งแกร่ง สามารถบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการทำงานจริงขององค์กรและมีผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างชัดเจน เรามองว่า Google และ Amazon เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หาก OpenAI มีปัญหา
  6. หากประเด็นนี้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้เปลี่ยนไปยังกลุ่มเทคโนโลยีในจีนที่อาจจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าอย่าง SMIC23, HUAHONG23, BIREN23, Cambricon, CMEC

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5