
Qualcomm ประกาศกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้กลุ่มที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนปี FY29 เกือบเท่าตัว ซึ่งมีการร่วมมือระยะยาวกับ Meta และซื้อกิจการ Modular Inc. ทั้งนี้ INVX มีมุมมองเป็นบวกต่อการกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ดีรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์จะเริ่มรับรู้จริงปี 2028 ทำให้ระยะสั้นยังต้องพึ่งพาธุรกิจสมาร์ทโฟนและยานยนต์เป็นหลัก
Qualcomm ประกาศแผนการดำเนินงานและเป้าหมายทางการเงินครั้งใหม่ในงาน Investor Day ประจำปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางของบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟนไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้
การปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงินระยะยาวภายในปี FY29
Qualcomm ได้ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณ 2029 (FY29) อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงธุรกิจธุรกิจนอกเหนือจากสมาร์ตโฟน:
กลยุทธ์และผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
Qualcomm เปิดเผยแผนการรุกตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ในดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับยุคของ Agentic AI ที่คาดว่าจะผลักดันปริมาณการประมวลผลโทเคนให้เติบโตขึ้นถึง 40 เท่าภายในปี 2030:
พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกและการควบรวมกิจการเชิงยุทธศาสตร์
มุมมองของ INVX
เรามอง QCOM เป็นบวกมากขึ้นจากกลยุทธ์การกระจายรายได้และการปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงิน ที่ช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการพึ่งพาธุรกิจสมาร์ตโฟน
อย่างไรก็ดี Qualcomm ยังคงมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่เข้ามาในตลาดภายหลัง และต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่สูงมากในกลุ่มสถาปัตยกรรม CPU และ Accelerator อีกทั้งรายได้หลักจากข้อตกลงดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น ชิปสำหรับ Meta จะเริ่มรับรู้จริงในปี 2028 เป็นต้นไป ทำให้ผลประกอบการในระยะสั้นยังคงต้องพึ่งพากระแสการฟื้นตัวของสมาร์ตโฟนและการเติบโตในกลุ่มยานยนต์เป็นหลัก
ปัจจัยที่มีโอกาสหนุนราคาหุ้นให้เพิ่มขึ้น: หากชิป CPUs สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ได้รับการตอบรับและสร้างรายได้ได้ดีเกินคาด, การรักษาส่วนแบ่งตลาดหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสมาร์ตโฟนได้สำเร็จ, และสัญญากลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PCs) ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสฉุดราคาหุ้นลดลง: ความเสี่ยงจากการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจสมาร์ตโฟนที่มากกว่าคาด รวมถึงอัตราการขยายตัวและรับรู้รายได้ของกลุ่มธุรกิจยานยนต์และธุรกิจ IoT ที่อาจล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน