Offshore Stock Update

QCOM เพิ่มเป้าหมายกลุ่มรายได้ที่ใช่โทรศัพท์... เข้าซื้อ Modular และมีดีลระยะยาวกับ META

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|25 Jun 26 9:45 AM
qcom
สรุปสาระสำคัญ

Qualcomm ประกาศกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้กลุ่มที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนปี FY29 เกือบเท่าตัว ซึ่งมีการร่วมมือระยะยาวกับ Meta และซื้อกิจการ Modular Inc. ทั้งนี้ INVX มีมุมมองเป็นบวกต่อการกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ดีรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์จะเริ่มรับรู้จริงปี 2028 ทำให้ระยะสั้นยังต้องพึ่งพาธุรกิจสมาร์ทโฟนและยานยนต์เป็นหลัก

Qualcomm ประกาศแผนการดำเนินงานและเป้าหมายทางการเงินครั้งใหม่ในงาน Investor Day ประจำปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางของบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟนไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้

 

การปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงินระยะยาวภายในปี FY29

 

Qualcomm ได้ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณ 2029 (FY29) อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงธุรกิจธุรกิจนอกเหนือจากสมาร์ตโฟน: 

 

  • รายได้จากกลุ่มที่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน: ปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 4 ปี หรือ CAGR ประมาณ 40% จากปี FY25 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากเป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ในการจัดงานปี 2024 ที่ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เป้าหมายจำแนกตามรายกลุ่มธุรกิจหลักในส่วนทีไม่ใช่สมาร์ตโฟน:
    o ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์: ตั้งเป้าหมายรายได้มากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
    o ธุรกิจยานยนต์: ปรับเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    o ธุรกิจ IoT: ตั้งเป้าหมายรายได้มากกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายได้จาก Personal AI และ Compute 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่มอุตสาหกรรม เครือข่าย และหุ่นยนต์อีก 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • โครงสร้างรายได้และการทำกำไร: สัดส่วนรายได้จากสมาร์ตโฟนจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้จากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ (QCT) ทั้งหมดในปี FY29 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงเหลือ 19% - 20% ของรายได้ และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วจะเติบโตไปมากกว่า 18.00 ดอลลาร์สหรัฐในปี FY29 

 

กลยุทธ์และผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์

 

Qualcomm เปิดเผยแผนการรุกตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ในดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับยุคของ Agentic AI ที่คาดว่าจะผลักดันปริมาณการประมวลผลโทเคนให้เติบโตขึ้นถึง 40 เท่าภายในปี 2030: 

  • แพลตฟอร์ม Dragonwing: สถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แบบแยกส่วนที่รวมหน่วยประมวลผลกลาง (CPU), AI Accelerator, ระบบการเชื่อมต่อ และชิปที่ปรับแต่งตามความต้องการเข้าไว้ด้วยกัน โดยชิปตระกูล Dragonfly นี้ชูจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรม High-Bandwidth Compute ที่ช่วยทลายคอขวดด้านหน่วยความจำและประหยัดพลังงานต่อโทเคน
  • การเปิดตัวชิปและกรอบเวลาในการรับรู้รายได้: มีการเผยโฉมตัวเร่งความเร็วการอนุมาน AI (Inference Accelerator) รุ่นใหม่ภายใต้รหัส Dragonfly AI300 เพื่อเสริมทัพรุ่น AI200 และ AI250 ที่ประกาศไปก่อนหน้า ทั้งนี้ Qualcomm คาดว่ารายได้จะทยอยรับรู้เป็นลำดับขั้น เริ่มจากส่วนประกอบระบบเชื่อมต่อในปี FY26, ชิปแบบ Custom Silicon ในปี FY27, ตัวเร่งความเร็ว AI ในช่วงครึ่งหลังของปี FY27 และตามด้วยรายได้จากส่วน CPU ในช่วงครึ่งหลังของปี FY28 โดยตั้งเป้ารายได้ในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เบื้องต้นที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี FY27 

 

พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกและการควบรวมกิจการเชิงยุทธศาสตร์

 

  • ความร่วมมือกับ Meta Platforms: Qualcomm ได้บรรลุข้อตกลงระยะยาวหลายเจเนอเรชันในการเป็นผู้จัดหา CPU สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ให้แก่ Meta โดยชิปหน่วยประมวลผลรุ่นแรก Qualcomm Dragonfly C1000 จะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์รุ่นต่อไปของ Meta ซึ่งมีกำหนดการเริ่มเดินสายการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2028
  • การเข้าซื้อกิจการ Modular Inc.: Qualcomm ยืนยันข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของสตาร์ตอัปผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ชิป AI รายนี้ด้วยมูลค่าประมาณ 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยชำระเป็นหุ้น การควบรวมนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้าน Software Stack ให้แก่ Qualcomm ในการช่วยให้นักพัฒนาสามารถย้ายและรันโมเดล AI บนระบบฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายในดาต้าเซ็นเตอร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Nvidia 

 

มุมมองของ INVX 

 

เรามอง QCOM เป็นบวกมากขึ้นจากกลยุทธ์การกระจายรายได้และการปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงิน ที่ช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการพึ่งพาธุรกิจสมาร์ตโฟน 


อย่างไรก็ดี Qualcomm ยังคงมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่เข้ามาในตลาดภายหลัง และต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่สูงมากในกลุ่มสถาปัตยกรรม CPU และ Accelerator อีกทั้งรายได้หลักจากข้อตกลงดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น ชิปสำหรับ Meta จะเริ่มรับรู้จริงในปี 2028 เป็นต้นไป ทำให้ผลประกอบการในระยะสั้นยังคงต้องพึ่งพากระแสการฟื้นตัวของสมาร์ตโฟนและการเติบโตในกลุ่มยานยนต์เป็นหลัก


ปัจจัยที่มีโอกาสหนุนราคาหุ้นให้เพิ่มขึ้น: หากชิป CPUs สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ได้รับการตอบรับและสร้างรายได้ได้ดีเกินคาด, การรักษาส่วนแบ่งตลาดหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสมาร์ตโฟนได้สำเร็จ, และสัญญากลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PCs) ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


ปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสฉุดราคาหุ้นลดลง: ความเสี่ยงจากการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจสมาร์ตโฟนที่มากกว่าคาด รวมถึงอัตราการขยายตัวและรับรู้รายได้ของกลุ่มธุรกิจยานยนต์และธุรกิจ IoT ที่อาจล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5