Offshore Stock Update

Remy Cointreau และ Brown-Forman งบล่าสุด กำไรสุทธิหดตัวแรง

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|5 Jun 26 9:47 AM
free-photo-of-alcohols-on-a-shelf
สรุปสาระสำคัญ

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกอยู่ในช่วงขาลง โดย Remy Cointreau และ Brown-Forman เผชิญกำไรหดตัวรุนแรงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและภาษีศุลกากร แม้รายได้บางส่วนจะฟื้นตัวหรือควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าคาด ทั้งนี้ INVX มองว่าอัตรากำไรขั้นต้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะยังถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตและถังบ่มวิสกี้ราคาสูงซึ่งกำลังทยอยรับรู้ในงบการเงิน โดย INVX แนะนำรอสัญญาณยอดขายฟื้นตัวที่ชัดเจน ก่อนประเมินเข้าลงทุน

ภาพรวมผลประกอบการของทั้งสองบริษัท

 

ผลประกอบการล่าสุดของ Remy Cointreau และ Brown-Forman สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกกำลังอยู่ในช่วงวัฏจักรขาลงเชิงโครงสร้าง ที่ได้รับแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค โดยมีสิ่งที่เหมือน, แตกต่าง และปัจจัยร่วมกันดังนี้:

 

  • ยอดขายที่ชะลอตัวร่วมกัน: ทั้งสองบริษัทเผชิญกับภาวะยอดขายรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ชะลอตัวลงในตลาดพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ และยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ยอดขายออร์แกนิกของทั้งคู่จึงทำได้เพียงแค่ทรงตัว เท่านั้น
  • ปัจจัยลบ: มาตรการภาษีศุลกากรระหว่างประเทศ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของทั้งสองบริษัทให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปัจจัยหนุนร่วมกัน: ขับเคลื่อนด้วยช่องทางร้านค้าปลอดอากรท่าอากาศยานที่ฟื้นตัวตามปริมาณผู้โดยสาร และผลิตภัณฑ์กลุ่มนวัตกรรมหรือเครื่องดื่มแต่งกลิ่นรส รวมถึงกลุ่มเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ยังคงเติบโตในเวลานี้
  • ข้อแตกต่างที่สำคัญ: Remy Cointreau เผชิญแรงกดดันด้านยอดขายจากปัญหาระบบจัดจำหน่ายและมาตรการควบคุมของภาครัฐในจีน ในขณะที่ Brown-Forman เผชิญปัจจัยฉุดเฉพาะตัวจากข้อพิพาททางการค้าในแคนาดาที่ทำให้สินค้าถูกถอดจากชั้นวาง และยอดขายถังไม้โอ๊คใช้แล้วที่ลดลงสู่จุดต่ำสุด

 

วิเคราะห์ผลประกอบการรายตัว

 

Remy Cointreau

 

ภาพรวมผลประกอบการ: ผลประกอบการโดยรวมแสดงการหดตัวของกำไรอย่างรุนแรง จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการภาษีศุลกากร อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานปกติ (COP) ออกมา ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างเข้มงวด ส่งผลให้ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกและดีดตัวขึ้นทันทีหลังการประกาศผล

 

ตารางแสดงผลประกอบการประจำปี 2026

 

ตัวเลขทางการเงิน

FY26

อัตราการเปลี่ยนแปลง (ตามรายงานจริง)

อัตราการเปลี่ยนแปลง (แบบออร์แกนิค)

รายได้

935.3 ล้านยูโร

ลดลง 5.0%

เพิ่มขึ้น 0.2%

อัตรากำไรขั้นต้น

65.8%

ลดลง 4.7 จุด

ลดลง 3.7 จุด

กำไรจากการดำเนินงานปกติ

165.4 ล้านยูโร

ลดลง 23.8%

ลดลง 11.5%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

17.7%

ลดลง 4.4 pts

ลดลง 2.6 pts

กำไรสุทธิ

78.7

ล้านยูโร

ลดลง 35.1%

ลดลง 21.1%

 

รายละเอียดผลประกอบการ: รายได้รวมหดตัวลง 5.0% ตามรายงานจริงจากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่เติบโตแบบออร์แกนิคได้ 0.2% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 65.8% จากผลของภาษีศุลกากรและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติ (COP) ลดลง 23.8% ตามรายงานจริง อยู่ที่ 165.4 ล้านยูโร และกำไรสุทธิหดตัวลง 35.1% อยู่ที่ 78.7 ล้านยูโร

 

Brown-Forman

 

ภาพรวมผลประกอบการ: รายได้ในไตรมาสที่ 4 พลิกกลับมาขยายตัวและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จากแรงหนุนของการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่และการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมาก เนื่องจากการบันทึกรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดจากการด้อยค่าของแบรนด์ Gin Mare และ Diplomático Rum มูลค่ารวมถึง 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น

 

ตารางแสดงผลประกอบการ 4Q26

 

ตัวเลขทางการเงิน

4Q26

เปลี่ยนแปลงไตรมาส 4 (YoY)

FY26

เปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งปี (YoY)

รายได้สุทธิ

912 ล้านดอลลาร์ฯ

เพิ่มขึ้น 2%

3.9 พันล้านดอลลาร์ฯ

ลดลง 1% (ออร์แกนิก: ทรงตัว)

อัตรากำไรขั้นต้น

62.6%

เพิ่มขึ้น 4.9%

60.5%

เพิ่มขึ้น 1.6%

กำไรจากการดำเนินงาน

96 ล้านดอลลาร์ฯ

ลดลง 53%

1.0 พันล้านดอลลาร์ฯ

ลดลง 10% (ออร์แกนิก: -2%)

กำไรสุทธิ

54 ล้านดอลลาร์ฯ

ลดลง 63%

715 ล้านดอลลาร์ฯ

ลดลง 18%

กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว

0.35 ดอลลาร์ฯ

ลดลง 7%

1.53 ดอลลาร์ฯ

ลดลง 17% (ตามรายงานจริง)

 

รายละเอียดผลประกอบการ: รายได้สุทธิไตรมาส 4 เติบโตได้ 2% ส่งผลให้รายได้รวมทั้งปีลดลงเพียง 1% (ทรงตัวแบบออร์แกนิก) ด้านอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4 ขยายตัวดีเป็น 62.6% จากการบริหารโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ดี อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 ลดลง 53% เหลือ 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิไตรมาส 4 หดตัวลง 63% เหลือ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผลของการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ของแบรนด์ที่ซื้อมาใหม่ ทั้งนี้ หากพิจารณากำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว (ไม่รวมรายการด้อยค่า) ในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 0.35 ดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลง 7% เทียบกับปีก่อนหน้า

 

กลยุทธ์ของทั้งสองบริษัท

 

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อสินค้าเน้นคุณค่ามากขึ้น ประกอบกับแรงกดดันด้านภาษีศุลกากรและต้นทุนการผลิตคงที่ที่สูงขึ้น ทำให้แนวทางเดิมไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้ ทั้งสองบริษัทจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดการพึ่งพิงวัฏจักรเศรษฐกิจมหภาค

 

  • กลยุทธ์ของ Remy Cointreau: เปิดตัวแผน RC Forward เพื่อเพิ่มความคล่องตัว โดยเน้นการจัดสรรงบการตลาดไปยังแบรนด์และพื้นที่หลักที่มีศักยภาพสูง ควบคู่ไปกับการรุกตลาดเกิดใหม่และการขยายกลุ่มสินค้าคอนยัคในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ พร้อมเปิดกว้างต่อการทบทวนและหมุนเวียนพอร์ตโฟลิโอแบรนด์สินค้าทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
  • กลยุทธ์ของ Brown-Forman: มุ่งเน้นการปฏิรูปเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐฯ ใน 25 ตลาดหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าและอัตรากำไร พร้อมกับยุติการเจรจาควบรวมกิจการกับ Pernod Ricard เนื่องจากประเมินว่าเงื่อนไขไม่เอื้อต่อการสร้างมูลค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังเร่งขยายตลาดนวัตกรรมใหม่อย่าง Jack Daniel’s Tennessee Blackberry ไปทั่วโลก และผลักดันกลุ่มสินค้าพร้อมดื่มเพื่อตอบรับกระแสความนิยมด้านความสะดวกสบาย

 

แนวโน้มกำไรและรายได้ของบริษัท

 

Remy Cointreau

 

  • ทิศทางเป้าหมาย: คงเดิมและมุ่งไปข้างหน้าตามแผนปฏิรูป
  • คาดการณ์ประจำปี 2026-27: คาดว่าจะกลับมาเติบโตด้านรายได้แบบออร์แกนิกอย่างยั่งยืน และอัตรากำไรจากการดำเนินงานปกติ (COP Margin) จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยแบบออร์แกนิก พร้อมตั้งเป้าหมายระยะกลางในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการดำเนินงานสะสม 100 ล้านยูโรภายในปี 2028-29
  • สมมติฐานหลัก:
    • รวมผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีศุลกากรเข้ามาแล้วประมาณ 20 ล้านยูโร (สหรัฐฯ 15 ล้านยูโร, จีน 5 ล้านยูโร)
    • คาดการณ์ผลกระทบเชิงลบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อยอดขายที่ 15-20 ล้านยูโร และต่อกำไรจากการดำเนินงานที่ 5-8 ล้านยูโร
    • รักษาระดับสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Net Debt / EBITDA) ให้ต่ำกว่า 5 เท่า

 

Brown-Forman

 

  • ทิศทางเป้าหมาย: ปรับตัวลดลงและตั้งเป้าหมายอย่างระมัดระวัง
  • คาดการณ์ประจำปี 2027: คาดว่ายอดขายสุทธิแบบออร์แกนิกจะทำได้เพียงทรงตัว และกำไรจากการดำเนินงานแบบออร์แกนิกจะลดลงในช่วง 3% ถึง 5%
  • สมมติฐานหลัก:
    • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในตลาดพัฒนาแล้วจะยังคงซบเซาและกดดันปริมาณการบริโภค
    • อัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากต้นทุนวิสกี้ที่บ่มในถังไม้ช่วงปีเงินเฟ้อรุนแรง (2020-2023) ซึ่งจะทยอยไหลเข้ามาในงบการเงิน
    • วางแผนงบลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 60-70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์อัตราภาษีที่แท้จริงที่ 20% ถึง 22%

 

มุมมองของ INVX

 

เรามองว่า หุ้นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกในปัจจุบันยังคงเผชิญปัจจัยกดดันเชิงวัฏจักร แม้ผลประกอบการบางส่วนจะออกมาดีกว่าคาด แต่อัตราการเติบโตของยอดขายโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึง แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นจะยังถูกกดดันจากต้นทุนถังบ่มวิสกี้ราคาสูงในช่วงเงินเฟ้อรุนแรงปีก่อนๆ ที่กำลังจะทยอยไหลเข้ามาในงบการเงินในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เราแนะรอสัญญาณการฟื้นตัวของปริมาณยอดขายเสียก่อน ค่อยประเมินการเข้าลงทุน

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5