
อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกอยู่ในช่วงขาลง โดย Remy Cointreau และ Brown-Forman เผชิญกำไรหดตัวรุนแรงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและภาษีศุลกากร แม้รายได้บางส่วนจะฟื้นตัวหรือควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าคาด ทั้งนี้ INVX มองว่าอัตรากำไรขั้นต้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะยังถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตและถังบ่มวิสกี้ราคาสูงซึ่งกำลังทยอยรับรู้ในงบการเงิน โดย INVX แนะนำรอสัญญาณยอดขายฟื้นตัวที่ชัดเจน ก่อนประเมินเข้าลงทุน
ภาพรวมผลประกอบการของทั้งสองบริษัท
วิเคราะห์ผลประกอบการรายตัว
ภาพรวมผลประกอบการ: ผลประกอบการโดยรวมแสดงการหดตัวของกำไรอย่างรุนแรง จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการภาษีศุลกากร อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานปกติ (COP) ออกมา ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างเข้มงวด ส่งผลให้ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกและดีดตัวขึ้นทันทีหลังการประกาศผล
ตารางแสดงผลประกอบการประจำปี 2026
|
ตัวเลขทางการเงิน |
FY26 |
อัตราการเปลี่ยนแปลง (ตามรายงานจริง) |
อัตราการเปลี่ยนแปลง (แบบออร์แกนิค) |
|
รายได้ |
935.3 ล้านยูโร |
ลดลง 5.0% |
เพิ่มขึ้น 0.2% |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
65.8% |
ลดลง 4.7 จุด |
ลดลง 3.7 จุด |
|
กำไรจากการดำเนินงานปกติ |
165.4 ล้านยูโร |
ลดลง 23.8% |
ลดลง 11.5% |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
17.7% |
ลดลง 4.4 pts |
ลดลง 2.6 pts |
|
กำไรสุทธิ |
78.7 ล้านยูโร |
ลดลง 35.1% |
ลดลง 21.1% |
รายละเอียดผลประกอบการ: รายได้รวมหดตัวลง 5.0% ตามรายงานจริงจากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่เติบโตแบบออร์แกนิคได้ 0.2% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 65.8% จากผลของภาษีศุลกากรและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติ (COP) ลดลง 23.8% ตามรายงานจริง อยู่ที่ 165.4 ล้านยูโร และกำไรสุทธิหดตัวลง 35.1% อยู่ที่ 78.7 ล้านยูโร
ภาพรวมผลประกอบการ: รายได้ในไตรมาสที่ 4 พลิกกลับมาขยายตัวและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จากแรงหนุนของการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่และการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมาก เนื่องจากการบันทึกรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดจากการด้อยค่าของแบรนด์ Gin Mare และ Diplomático Rum มูลค่ารวมถึง 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น
ตารางแสดงผลประกอบการ 4Q26
|
ตัวเลขทางการเงิน |
4Q26 |
เปลี่ยนแปลงไตรมาส 4 (YoY) |
FY26 |
เปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งปี (YoY) |
|
รายได้สุทธิ |
912 ล้านดอลลาร์ฯ |
เพิ่มขึ้น 2% |
3.9 พันล้านดอลลาร์ฯ |
ลดลง 1% (ออร์แกนิก: ทรงตัว) |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
62.6% |
เพิ่มขึ้น 4.9% |
60.5% |
เพิ่มขึ้น 1.6% |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
96 ล้านดอลลาร์ฯ |
ลดลง 53% |
1.0 พันล้านดอลลาร์ฯ |
ลดลง 10% (ออร์แกนิก: -2%) |
|
กำไรสุทธิ |
54 ล้านดอลลาร์ฯ |
ลดลง 63% |
715 ล้านดอลลาร์ฯ |
ลดลง 18% |
|
กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว |
0.35 ดอลลาร์ฯ |
ลดลง 7% |
1.53 ดอลลาร์ฯ |
ลดลง 17% (ตามรายงานจริง) |
รายละเอียดผลประกอบการ: รายได้สุทธิไตรมาส 4 เติบโตได้ 2% ส่งผลให้รายได้รวมทั้งปีลดลงเพียง 1% (ทรงตัวแบบออร์แกนิก) ด้านอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4 ขยายตัวดีเป็น 62.6% จากการบริหารโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ดี อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 ลดลง 53% เหลือ 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิไตรมาส 4 หดตัวลง 63% เหลือ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผลของการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ของแบรนด์ที่ซื้อมาใหม่ ทั้งนี้ หากพิจารณากำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว (ไม่รวมรายการด้อยค่า) ในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 0.35 ดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลง 7% เทียบกับปีก่อนหน้า
กลยุทธ์ของทั้งสองบริษัท
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อสินค้าเน้นคุณค่ามากขึ้น ประกอบกับแรงกดดันด้านภาษีศุลกากรและต้นทุนการผลิตคงที่ที่สูงขึ้น ทำให้แนวทางเดิมไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้ ทั้งสองบริษัทจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดการพึ่งพิงวัฏจักรเศรษฐกิจมหภาค
แนวโน้มกำไรและรายได้ของบริษัท
มุมมองของ INVX
เรามองว่า หุ้นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกในปัจจุบันยังคงเผชิญปัจจัยกดดันเชิงวัฏจักร แม้ผลประกอบการบางส่วนจะออกมาดีกว่าคาด แต่อัตราการเติบโตของยอดขายโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ รวมไปถึง แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นจะยังถูกกดดันจากต้นทุนถังบ่มวิสกี้ราคาสูงในช่วงเงินเฟ้อรุนแรงปีก่อนๆ ที่กำลังจะทยอยไหลเข้ามาในงบการเงินในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เราแนะรอสัญญาณการฟื้นตัวของปริมาณยอดขายเสียก่อน ค่อยประเมินการเข้าลงทุน