สรุปสาระสำคัญ
Tesla ในจีนเผยยอดส่งมอบเดือน มิ.ย. ฟื้นตัวเด่น สอดคล้องกับภาพรวมยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่จีนที่กลับมาเติบโต ทำให้กลุ่ม EV และซัพพลายเออร์จีนมี Sentiment บวกระยะสั้นจากความคาดหวังต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ดีขึ้น แต่ระยะกลางถึงยาวยังต้องติดตามแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา อุปทานที่เพิ่มเร็ว การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของทั้งผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์
Tesla ในจีนฟื้นตัว หนุน Sentiment กลุ่ม EV และซัพพลายเออร์จีน
1) Tesla รายงานยอดขายโต สะท้อนแรงส่งมอบในจีนเริ่มฟื้นตัว
- Tesla China รายงานยอดส่งมอบเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 89,091 คัน เพิ่มขึ้น 4% YoY และเพิ่มขึ้น 3.6% MoM สะท้อนว่ายอดขายในจีนกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากตลาดกังวลเรื่องการแข่งขันด้านราคาและแรงกดดันจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นจีนในช่วงก่อนหน้า การเติบโตครั้งนี้จึงถูกมองเป็นสัญญาณบวกต่อทั้ง Tesla และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนในจีนที่มีคำสั่งซื้อเชื่อมโยงกับฐานการผลิตของ Tesla Shanghai
- ยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้นยังช่วยลดความกังวลระยะสั้นเกี่ยวกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในจีน เนื่องจาก Tesla ยังเป็นหนึ่งในตัวแทนสำคัญของตลาด EV ระดับกลางถึงพรีเมียม หากยอดขายของ Tesla สามารถรักษาแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จะช่วยหนุนความเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังมีแรงซื้อ แม้การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมจะยังรุนแรง
- อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวควรมองเป็นสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้นมากกว่าการยืนยันว่ารอบขาขึ้นใหม่ของ Tesla ในจีนเริ่มขึ้นแล้ว เพราะยอดขายในช่วงเดือนเดียวอาจได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งมอบปลายไตรมาส การทำโปรโมชัน หรือการปรับจังหวะการผลิตของโรงงาน
2) Peer ทำยอดขายโตฟื้นตัวเหมือนกัน สะท้อนภาพรวม EV จีนกลับมาแข็งแรงขึ้น
- การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Tesla เท่านั้น แต่ภาพรวมตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนก็มีทิศทางดีขึ้นเช่นกัน โดยยอดขายส่งรถยนต์พลังงานใหม่เดือน มิ.ย. ถูกประเมินว่าจะอยู่ที่ 51mn คัน เพิ่มขึ้น 22% YoY และ 12% MoM สะท้อนการฟื้นตัวแบบสองหลักทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้า
- แรงหนุนหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์น้ำมันเพิ่มขึ้น และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาสนใจรถยนต์พลังงานใหม่มากขึ้น 2) ผู้ผลิตรถยนต์เร่งปรับแผนผลิตจากรถยนต์น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานใหม่มากขึ้น ทำให้อุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น และ 3) การส่งออกยังเป็นแรงหนุนสำคัญ เพราะผู้บริโภคต่างประเทศต้องการรถที่มีต้นทุนการใช้งานต่ำและราคาคุ้มค่า
- นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายในจีนมียอดขายส่งรถยนต์พลังงานใหม่เดือน มิ.ย. ทำสถิติสูงสุดของเดือน มิ.ย. เช่น BYD, Geely, Chery, Leapmotor, SAIC-GM-Wuling, NIO, XPeng, Dongfeng และผู้ผลิตรายอื่นๆ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่บางบริษัท แต่เป็นการฟื้นตัวในระดับอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งกลุ่มแบรนด์จีนดั้งเดิม ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ และบริษัทร่วมทุนบางราย
- ภาพนี้ถือเป็นบวกต่อ Sentiment ของกลุ่ม EV จีนโดยรวม เพราะแสดงให้เห็นว่าความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ยังขยายตัว แม้อุตสาหกรรมจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาและการเปิดตัวรถรุ่นใหม่จำนวนมากก็ตาม
3) Supplier รีแอคชันเชิงบวก หลังตลาดคาดคำสั่งซื้อชิ้นส่วน EV ฟื้นตัว
- หุ้นซัพพลายเออร์จีนของ Tesla ปรับตัวขึ้นตอบรับยอดส่งมอบที่ดีกว่าคาด โดย Zhejiang Sanhua +8.6%, Ningbo Tuopu +7.5%, Ningbo Xusheng +6% และ Shenzhen Kedali +9.9% สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสฟื้นตัวของคำสั่งซื้อชิ้นส่วน EV หากยอดผลิตและยอดส่งมอบของ Tesla China ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง
- ในเชิงห่วงโซ่อุปทาน บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Tesla ได้ประโยชน์แตกต่างกันตามประเภทสินค้า เช่น Zhejiang Sanhua เชื่อมโยงกับระบบจัดการความร้อน, Ningbo Tuopu เชื่อมโยงกับชิ้นส่วนโครงสร้าง ระบบช่วงล่าง และชิ้นส่วนรถยนต์, Ningbo Xusheng เชื่อมโยงกับชิ้นส่วนอะลูมิเนียมและโครงสร้างน้ำหนักเบา ส่วน Shenzhen Kedali เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนแบตเตอรี่และโครงสร้างที่ใช้ในระบบพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า
- การปรับขึ้นของหุ้นซัพพลายเออร์สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มองบวกเฉพาะยอดขายของ Tesla แต่ยังมองถึงผลส่งผ่านไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้เชื่อมโยงกับปริมาณการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หาก Tesla Shanghai เพิ่มการผลิตหรือรักษาระดับส่งมอบที่สูงได้ต่อเนื่อง ซัพพลายเออร์เหล่านี้มีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- อย่างไรก็ดี การตอบรับเชิงบวกของหุ้นซัพพลายเออร์ในระยะสั้นควรมองเป็น Sentiment จากยอดขายที่ฟื้นตัว มากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานระยะยาวทันที เพราะอัตรากำไรของซัพพลายเออร์ยังขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองกับลูกค้าหลัก ต้นทุนวัตถุดิบ และแรงกดดันด้านราคาจากอุตสาหกรรม EV ที่แข่งขันสูง
4) ความเสี่ยงและแนวโน้มที่ยังกดดันอุตสาหกรรม
แม้ยอดขาย EV จีนในเดือน มิ.ย. ฟื้นตัวดีขึ้น แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังมีแรงกดดันหลายด้านที่ต้องติดตาม ดังนี้
- การแข่งขันด้านราคายังรุนแรง
ผู้ผลิต EV จีนจำนวนมากยังใช้กลยุทธ์ลดราคา ทำโปรโมชัน หรือเพิ่มอุปกรณ์ในรถเพื่อรักษายอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรของทั้งผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์ยังถูกกดดัน
- อุปทานเพิ่มเร็ว เสี่ยงกดดันสต็อก
หากผู้ผลิตหลายรายเร่งกำลังผลิตพร้อมกัน แต่ความต้องการฟื้นตัวไม่ทัน อาจทำให้เกิดแรงกดดันด้านสต็อกสินค้า และนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับกลางที่มีผู้เล่นจำนวนมาก
- การฟื้นตัวของ Tesla ยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง
แม้ยอดส่งมอบเดือน มิ.ย. ของ Tesla China ฟื้นตัวดี แต่ยังต้องติดตามว่าการเติบโตดังกล่าวมาจากความต้องการจริงหรือเป็นผลจากการเร่งส่งมอบปลายไตรมาส รวมถึงต้องดูว่ายอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีจะรักษาระดับได้หรือไม่
- แรงกดดันจากแบรนด์จีนยังสูง
Tesla ยังคงเผชิญการแข่งขันจากแบรนด์จีนที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยี ระบบช่วยขับขี่ ราคา และความเร็วในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทำให้ Tesla ต้องใช้ทั้งราคาและผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
- ซัพพลายเออร์เสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่พึ่งพา Tesla หรือค่ายรถรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย อาจเผชิญความผันผวนของรายได้ หากคำสั่งซื้อเปลี่ยนแปลง หรือหากลูกค้ากดราคาชิ้นส่วนเพื่อชดเชยการแข่งขันในตลาดรถยนต์
- อัตรากำไรของซัพพลายเออร์ยังถูกกดดัน
แม้ยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนคำสั่งซื้อ แต่ซัพพลายเออร์ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขันด้านราคา และอำนาจต่อรองของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่
- การส่งออกยังมีความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า
แม้ยอดส่งออก EV จีนเป็นแรงหนุนสำคัญของอุตสาหกรรม แต่หลายประเทศเริ่มเพิ่มมาตรการตรวจสอบหรือเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ซึ่งอาจกระทบการเติบโตของยอดส่งออกในระยะถัดไป
5) มุมมอง InnovestX
- เรามองว่าระยะสั้น กลุ่ม EV และซัพพลายเออร์จีนมี Sentiment เชิงบวกจากยอดส่งมอบของ Tesla China ที่กลับมาเติบโต และภาพรวมยอดขายส่งรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนที่ฟื้นตัวพร้อมกันในเดือน มิ.ย. โดยเฉพาะหุ้นซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับ Tesla และชิ้นส่วน EV สำคัญ เช่น ระบบจัดการความร้อน ชิ้นส่วนโครงสร้าง ชิ้นส่วนอะลูมิเนียม แบตเตอรี่ และบรรจุภัณฑ์แบตเตอรี่ มีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อคำสั่งซื้อที่ดีขึ้น
- อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว เรายังคงแนะนำให้ติดตามทิศทางของอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาด EV จีนยังมีแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูง การลดราคาอย่างต่อเนื่อง การเร่งเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และความเสี่ยงด้านอัตรากำไรของทั้งผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนควรเน้นเลือกหุ้นที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีฐานลูกค้าหลากหลาย มีสินค้าในจุดที่เป็นคอขวดของอุตสาหกรรม และมีโอกาสรักษาอัตรากำไรได้ดีกว่ากลุ่มที่พึ่งพาปริมาณขายเพียงอย่างเดียว
โดยรวม เรามองว่าข่าวนี้เป็นบวกต่อ Sentiment ระยะสั้นของกลุ่ม EV จีนและห่วงโซ่อุปทาน Tesla แต่ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันว่าความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมหมดไป กลุ่มที่น่าสนใจในระยะสั้นคือซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อ EV โดยตรง ขณะที่การลงทุนระยะกลางถึงยาวควรให้น้ำหนักกับคุณภาพของธุรกิจ ความหลากหลายของลูกค้า และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขันที่ยังรุนแรง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน