
ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนกรกฎาคมลดลง 0.6% MoM แย่กว่าตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% และเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดยแรงกดดันหลักมาจากยอดขายออนไลน์และรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ความอ่อนแอบางส่วนเกิดจากการเลื่อน Amazon Prime Day มาอยู่ในเดือนมิถุนายน ทำให้การใช้จ่ายถูกดึงไปก่อน ขณะที่ยอดร้านอาหารและหลายหมวดสินค้ายังขยายตัว จึงสะท้อนภาพผู้บริโภคที่กำลังชะลอลงมากกว่าจะเข้าสู่ภาวะหดตัวรุนแรง มองกลุ่มสินค้าจำเป็นและผู้ค้าปลีกที่เน้นความคุ้มค่ามีแนวโน้มรับมือได้ดีกว่า เช่น WMT, TJX, ROST, COST, DG
1. ยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมต่ำกว่าคาดมาก
ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนกรกฎาคมลดลง 0.6% MoM จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าตลาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% อย่างชัดเจน ถือเป็นการลดลงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่เมื่อไม่รวมรถยนต์และน้ำมัน ยอดขายยังลดลง 0.2% สะท้อนว่าความอ่อนแอไม่ได้เกิดจากเพียงราคาน้ำมันหรือยอดขายรถยนต์เท่านั้น
ยอดค้าปลีกกลุ่มที่ใช้คำนวณการบริโภคใน GDP หรือ Control Group ลดลง 0.4% MoM ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 และต่ำกว่าคาดมาก ทำให้ภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงต้น 3Q26 ชะลอลงจากช่วงครึ่งปีแรกอย่างชัดเจน

2. ออนไลน์และรถยนต์เป็นแรงกดดันหลัก แต่มีผลจาก Prime Day
ยอดขายร้านค้าออนไลน์ลดลง 2.2% MoM ซึ่งเป็นหมวดที่กดดันยอดค้าปลีกรวมมากที่สุด ขณะที่ยอดขายรถยนต์และชิ้นส่วนลดลง 1.8% และยอดขายสถานีบริการน้ำมันลดลง 0.9%
อย่างไรก็ตาม การลดลงของยอดขายออนไลน์ส่วนหนึ่งเกิดจาก Amazon เลื่อน Prime Day จากเดือนกรกฎาคมมาอยู่ในเดือนมิถุนายน ทำให้ผู้บริโภคเร่งซื้อสินค้าไปก่อน โดยยอดขายออนไลน์ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นแรงถึง 7.7% ดังนั้น การลดลงในเดือนกรกฎาคมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกลับสู่ระดับปกติหลังจากฐานที่สูงผิดปกติในเดือนก่อน
3. ภาพรวมยังไม่ใช่การทรุดตัวของผู้บริโภค
แม้ยอดค้าปลีกโดยรวมอ่อนแอ แต่การลดลงไม่ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง โดย 7 จาก 13 หมวดสินค้ายังมียอดขายเพิ่มขึ้น เช่น เสื้อผ้า +1.9% MoM สุขภาพและของใช้ส่วนบุคคล +0.7% สินค้าทั่วไป วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่ยอดขายร้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 0.5%
การที่ยอดร้านอาหารยังเติบโตมีความสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายที่ผู้บริโภคสามารถลดได้ง่าย ดังนั้น ตัวเลขนี้จึงช่วยลดความกังวลว่าครัวเรือนกำลังลดการใช้จ่ายอย่างรุนแรง ภาพที่เหมาะสมกว่าคือ แรงส่งการบริโภคกำลังชะลอลงหลังจากแข็งแกร่งมากใน 2Q26 มากกว่าการเข้าสู่ภาวะหดตัวทันที

4. แต่พื้นฐานของผู้บริโภคเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้น
แม้ผลของ Prime Day จะทำให้ตัวเลขเดือนกรกฎาคมดูอ่อนกว่าปกติ แต่แนวโน้มพื้นฐานก็เริ่มชะลอลงเช่นกัน โดยแรงหนุนจากเงินคืนภาษีจำนวนมากในช่วงต้นปีเริ่มหมดไป ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังสร้างภาระต่อครัวเรือน และอัตราการออมส่วนบุคคลลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี
เมื่อปรับผลของ Prime Day ออกแล้ว อัตราการเติบโตแบบ 3 เดือนของยอดค้าปลีกพื้นฐานที่แท้จริงลดลงเหลือเพียง 1.1% ต่อปี จาก 4.1% ในเดือนมิถุนายน สะท้อนว่าการบริโภคกำลังสูญเสียแรงส่งจริง ไม่ได้เกิดจากปัจจัยชั่วคราวเพียงอย่างเดียว
5. เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอลงใน 3Q26
ยอดค้าปลีกที่ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะ Control Group ทำให้ Goldman Sachs ปรับลดประมาณการติดตาม GDP 3Q26 ลง 0.5 จุด % เหลือ +2.2% แบบรายปี และลดประมาณการ 2Q26 ลง 0.2 จุด % เหลือ +1.3%
เมื่อรวมกับข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนลงและเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอ ภาพเศรษฐกิจสหรัฐจึงเริ่มเปลี่ยนจากช่วงที่การบริโภคและการลงทุนแข็งแกร่งในครึ่งปีแรก ไปสู่การเติบโตในอัตราที่ช้าลงในครึ่งปีหลัง โดยยังไม่ใช่สัญญาณถดถอย แต่ความเสี่ยงด้านการเติบโตเพิ่มขึ้น
6. ผลต่อ Fed: ลดแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
การใช้จ่ายผู้บริโภคที่ชะลอลงช่วยลดความเสี่ยงที่อุปสงค์ภายในประเทศจะทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวต่อไป โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อในช่วงล่าสุดก็อ่อนลงพร้อมกัน
Bloomberg Economics มองว่าข้อมูลชุดนี้สอดคล้องกับมุมมองที่ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงสิ้นปี เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้ร้อนแรงพอที่จะจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม ขณะเดียวกันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ไม่เอื้อให้รีบผ่อนคลายนโยบายเช่นกัน
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน