Offshore Stock Update

Walmart ยอดขายชะลอ แต่ปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี ขณะที่ Ross สะท้อนผู้บริโภคยังเน้นความคุ้มค่า

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|21 Aug 26 10:06 AM
wmtross
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมงบกลุ่มค้าปลีกยังสะท้อนว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่มีความระมัดระวังและให้ความสำคัญกับราคา ความคุ้มค่า และสินค้าจำเป็นมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จาก Walmart ที่ยอดขายสาขาเดิมชะลอลง แต่ยังได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม ขณะที่ธุรกิจออนไลน์ โฆษณา และสมาชิกยังเติบโตแข็งแรง และบริษัทเลือกนำเงินคืนภาษีนำเข้าไปลดราคาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในครึ่งปีหลัง ส่วน Ross Stores ที่ยอดขายสาขาเดิมโตเด่นช่วยยืนยันว่ารูปแบบค้าปลีกที่เน้นความคุ้มค่ายังตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดี เราจึงยังมองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกที่มีสัดส่วนสินค้าจำเป็นสูง โดยเฉพาะ WMT และ COST ซึ่งมีความทนทานต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อได้ดีกว่ากลุ่มที่พึ่งพาสินค้านอกเหนือจากของจำเป็นมากกว่า.

Walmart ยอดขายชะลอ แต่ปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี ขณะที่ Ross สะท้อนผู้บริโภคยังเน้นความคุ้มค่า

  • ผลประกอบการ Walmart ไตรมาสล่าสุดสะท้อนภาพผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ยังใช้จ่าย แต่ระมัดระวังมากขึ้น โดยยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ โตเพียง 6% ต่ำกว่าคาดและชะลอที่สุดในรอบกว่า 6 ปี อย่างไรก็ดี ผู้บริหารยังมั่นใจในครึ่งปีหลังและปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายกับกำไรทั้งปี โดยจะนำเงินคืนจากภาษีนำเข้ามาลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ Ross Stores โตแข็งแกร่งจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าร้านค้าปลีกที่ตอบโจทย์ “ความคุ้มค่า” ยังมีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่อง
  1. Walmart: ตัวเลขหน้าร้านชะลอ แต่ภาพรวมธุรกิจยังแข็งแรง
  • Walmart รายงานรายได้ไตรมาส 2 ที่ $187.9bn เพิ่มขึ้น 9% YoY และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วที่ $0.81 สูงกว่าคาด $0.74 แต่จุดที่ตลาดกังวลคือยอดขายสาขาเดิมของ Walmart US ไม่รวมเชื้อเพลิงโตเพียง 2.6% เทียบกับคาด 3.67% และเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 6 ปี โดยส่วนหนึ่งถูกกดดันจากการลดราคายาตามกฎใหม่ของรัฐบาล ขณะที่ยอดซื้อต่อครั้งเพิ่มเพียง 1.1%
  • อย่างไรก็ตาม ภาพของ Walmart ไม่ได้อ่อนแอทั้งหมด เพราะยอดขายออนไลน์ทั่วโลกยังโต 23% และสหรัฐฯ โต 24% ขณะที่รายได้จากโฆษณาโต 38% และค่าธรรมเนียมสมาชิกโต 17% สะท้อนว่าเครื่องยนต์การเติบโตกำลังเปลี่ยนจากยอดขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ไปสู่ธุรกิจออนไลน์ โฆษณา และสมาชิกที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
  1. ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call: ผู้บริโภคยังซื้อ แต่ “เลือกมากขึ้น”
  • ผู้บริหารระบุว่า Walmart ยังคงได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มในหลายระดับรายได้ โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้สูงกว่า $100,000 ต่อปี ขณะที่กลุ่มรายได้น้อยยังคงใช้จ่ายแต่ระมัดระวังมากขึ้น และมีการเลือกซื้อระหว่างสินค้าจำเป็นมากขึ้นเมื่อค่าเชื้อเพลิงอยู่ในระดับสูง
  • อีกประเด็นที่ผู้บริหารต้องการให้นักลงทุนมองต่างจากเดิม คือ ยอดขายสาขาเดิมอาจไม่ใช่ตัวชี้วัด Walmart ที่สมบูรณ์เหมือนในอดีต เพราะร้านค้ากำลังกลายเป็นศูนย์กระจายสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อออนไลน์ โดยปัจจุบันยอดขายออนไลน์คิดเป็นมากกว่า 23% ของยอดขาย Walmart US และร้านค้ารองรับคำสั่งซื้อออนไลน์ราว 80%
  1. Walmart เลือกใช้เงินคืนภาษีนำเข้าเพื่อลดราคา มากกว่าดันกำไรระยะสั้น
  • Walmart ได้รับเงินคืนจากภาษีนำเข้าประมาณ $2.9bn และกำลังนำเงินส่วนใหญ่กลับมาลงทุนด้านราคาและประสบการณ์ลูกค้า โดยในไตรมาส 2 บริษัทลดราคาสินค้าแล้วประมาณ 11,000 รายการ และเริ่มเร่งลดราคามากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม
  • แนวทางดังกล่าวหมายความว่าประโยชน์จากเงินคืนภาษีจะไม่ไหลลงกำไรทั้งหมดในระยะสั้น แต่ผู้บริหารต้องการใช้เป็นเครื่องมือรักษาความได้เปรียบด้านราคาและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ซึ่งน่าจะช่วยยอดขายครึ่งปีหลัง โดยบริษัทระบุว่าคาดการณ์ทั้งปีตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ายอดขายครึ่งปีหลังจะดีกว่าที่ประเมินไว้เดิมจากการลงทุนลดราคา
  1. Outlook: ปรับเพิ่มทั้งปี แต่ไตรมาส 3 ยังระมัดระวัง
  • Walmart ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายทั้งปีเป็นเติบโต 4–5% จากเดิม 5–4.5% และคาดกำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 7–8.5% จากเดิม 6–8% ขณะที่คาดกำไรต่อหุ้นทั้งปีเพิ่มเป็น $2.80–2.87 จาก $2.75–2.85 แต่ยังต่ำกว่าตลาดคาดที่ $2.90
  • สำหรับไตรมาส 3 ผู้บริหารยังให้แนวโน้มค่อนข้างระมัดระวัง โดยคาดกำไรต่อหุ้น $0.62–0.64 ต่ำกว่าตลาดคาด $0.68 ส่วนหนึ่งมาจากการนำเงินคืนภาษีไปลดราคา และการเลื่อนกิจกรรม Big Billion Days ของ Flipkart ซึ่งจะกดการเติบโตของยอดขายไตรมาส 3 มากกว่า 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ก่อนกลับมาเป็นแรงหนุนในไตรมาส 4 ดังนั้นผู้บริหารแนะนำให้มองผลประกอบการ ไตรมาส 2 และ 3 รวมกัน มากกว่าตัดสินจากไตรมาสใดไตรมาสหนึ่ง
  1. Ross Stores ช่วยยืนยันว่า “Value Retail” ยังแข็งแรง
  • ภาพจาก Ross Stores สนับสนุนมุมมองว่าผู้บริโภคไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่กำลังหันไปหาร้านที่ให้ความคุ้มค่ามากขึ้น โดยยอดขายสาขาเดิมของ Ross โตถึง 10% สูงกว่าคาด 6% และรายได้เพิ่ม 13% เป็น $6.26bn ขณะที่การเติบโตมาจากจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการ และการใช้จ่ายของลูกค้าเดิมที่สูงขึ้น
  • ผู้บริหาร Ross ระบุว่าการเติบโตแข็งแรงขึ้นต่อเนื่องตลอดไตรมาส และเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่ดีที่สุด โดยลูกค้าใหม่กระจายทั้งในหลายระดับรายได้และกลุ่มอายุ รวมถึงลูกค้าอายุน้อย สะท้อนว่าความต้องการสินค้าที่มีแบรนด์ในราคาคุ้มค่ายังแข็งแรง
  • Ross จึงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้นทั้งปีเป็น $8.61–8.77 จาก $7.50–7.74 พร้อมคาดยอดขายสาขาเดิมไตรมาส 3 โต 6–7% และไตรมาส 4 โต 4–5% แม้ฐานปีก่อนจะสูงขึ้นอย่างมาก
  1. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
  • ผู้บริโภครายได้น้อยอ่อนแอลง: หากค่าครองชีพและราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ลูกค้าลดการใช้จ่ายในสินค้านอกเหนือจากของจำเป็นมากขึ้น
  • การแข่งขันด้านราคารุนแรง: การที่ Walmart นำเงินคืนภาษีไปลดราคาอาจช่วยส่วนแบ่งตลาด แต่หากคู่แข่งตอบโต้ด้วยการลดราคาตาม อาจกดอัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม
  • แรงกดดันจากต้นทุน: Walmart คาดต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มมากกว่า $2bn ในปีนี้ ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าและต้นทุนขนส่งยังเป็นความเสี่ยงต่อกำไร
  • แนวโน้มไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด: หากยอดขายช่วงเปิดเทอมและการลดราคาไม่สามารถเร่งจำนวนลูกค้าได้ตามเป้า ตลาดอาจกังวลต่อการเติบโตในครึ่งปีหลังมากขึ้น
  • Ross มีฐานเปรียบเทียบสูงขึ้น: แม้แนวโน้มยังแข็งแรง แต่ยอดขายสาขาเดิมในครึ่งปีหลังต้องเทียบกับฐานที่สูงขึ้น ทำให้อัตราการเติบโตมีโอกาสชะลอลง

มุมมอง InnovestX

  • ผลประกอบการของ Walmart และ Ross สะท้อนภาพเดียวกันว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังใช้จ่าย แต่ให้ความสำคัญกับราคา ความคุ้มค่า และสินค้าจำเป็นมากขึ้น
  • เราจึงยังมีมุมมอง เชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีกที่มีสัดส่วนสินค้าจำเป็นสูง เพราะมีความทนทานต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อและสามารถใช้ขนาดธุรกิจเพื่อแข่งขันด้านราคาได้ดีกว่า
  • โดยเรามองบวก Walmart (WMT) และ Costco (COST) เป็นหลัก ขณะที่ Walmart ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากออนไลน์ โฆษณา สมาชิก และการได้ส่วนแบ่งตลาดจากลูกค้ารายได้สูง ส่วน Ross เป็นหลักฐานสนับสนุนว่าธีม “ความคุ้มค่า” ยังแข็งแรง แต่มีความอ่อนไหวต่อสินค้านอกเหนือจากของจำเป็นมากกว่า WMT และ COST

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
COST.NB
ROST.NB
WMT.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5