- BTG รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 598 ลบ. (-77% YoY, -40% QoQ) สอดคล้องกับที่ตลาดคาด แต่ต่ำกว่าประมาณการของเรา 5% จาก GPM ที่อ่อนแอกว่าคาด หากตัดรายการพิเศษจากการด้อยค่าภาษีจ่ายล่วงหน้าในกัมพูชา กำไรปกติอยู่ที่ 704 ลบ. (-73% YoY, -26% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากราคาหมูและไก่ในประเทศที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้ GPM ปรับลดลงอย่างมีโทนจากการประชุมนักวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจเป็นบวกเล็กน้อย นัยสำคัญ
- ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ โดยราคาหมูในประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 72บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดช่วงกลาง 2Q26 ที่ 60บาท/กก. จากสถานการณ์ ASF ที่เริ่มคลี่คลายและมาตรการควบคุมอุปทานพ่อแม่พันธุ์ที่เริ่มเห็นผล บริษัทคาดว่าราคาหมูจะทยอยปรับตัวดีขึ้นและสามารถยืนในระดับที่ดีจาก supply ที่ไม่สูงมากนักจนถึงกลางปี 2027 ขณะที่ราคาไก่ในประเทศปัจจุบันอยู่ที่ 44บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดปลาย 2Q26 ที่ 38บาท/กก. จากผลกระทบของโรคนิวคาสเซิลสายพันธุ์ใหม่ที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมทยอยปลดแม่พันธุ์ไก่ใน 2Q26 และคาดว่าจะทำให้อุปทานตึงตัวในช่วง 2H26 ทั้งนี้ ฟาร์มไก่ของ BTG กลับเข้าสู่ภาวะการผลิตปกติแล้วในเดือนส.ค. หลังได้รับผลกระทบด้านประสิทธิภาพการผลิตใน 2Q26 และบริษัทยังเห็นคำสั่งซื้อส่งออกไก่และราคาส่งออกไก่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากยุโรปจนถึงสิ้นปี 2026
- ด้านต้นทุนอาหารสัตว์ จากราคาอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นใน 2Q26 ทำให้บริษัทคาดว่าต้นทุนอาหารสัตว์จริงของบริษัทใน 2H26 จะขึ้นมาเล็กน้อย 1.5% ในขณะที่ผู้บริหารเปิดเผยว่าการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ภายใต้โควตา 1 ล้านตันของประเทศไทยในปี 2026 จะเริ่มมีการนำเข้าจริงในเดือนต.ค. โดยสมาคมและผู้ประกอบการรายใหญ่มีแผนนำเข้า 3-4 ลำเรือ (ซึ่งในแผนนำเข้านี้ BTG มีส่วนในการนำเข้าล็อตแรก 1 ลำเรือ ที่ประมาณ 2-3 หมื่นตันต่อเรือ) ที่ต้นทุนราว 9.8บาท/กก. ต่ำกว่าราคาข้าวโพดในประเทศที่ประมาณ 12บาท/กก. เพื่อทดสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนตัดสินใจนำเข้าเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทมองว่าราคาข้าวโพดในประเทศมีแนวโน้มปรับลดลงตามฤดูกาลเก็บเกี่ยวหลังเดือนส.ค. จึงจะขอติดตามสถานการณ์ราคาข้าวโพดในประเทศอีกครั้งก่อนตัดสินใจนำเข้าล็อตถัดไป (โดยคาดว่าจะใช้เวลาตั้งแต่วางคำสั่งซื้อจนได้รับสินค้าประมาณ 1-2 เดือน)
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf