
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจแฟรนไชส์ร้าน KFC ในประเทศไทย โดยมีการแต่งตั้งธนาคาร แบงก์ ออฟ อเมริกา เพื่อสำรวจความสนใจจากกลุ่มผู้ที่อาจจะเข้าซื้อกิจการ ทั้งนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้นและยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะไม่ได้นำไปสู่การทำธุรกรรมซื้อขายจริงในท้ายที่สุด ปัจจุบัน บริษัท คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือของไทยเบฟ เป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิบริหารแฟรนไชส์ KFC ในประเทศไทยจากทั้งหมด 3 ราย
อย่างไรก็ดี ไทยเบฟยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ และแบงก์ ออฟ อเมริกาปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น จากการตรวจสอบของเรา ยังไม่พบการให้ข้อมูล/ความเห็นใดๆ จาก Franchisee KFC อื่นในประเทศไทย เช่น CENTEL และ บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
(ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ)
ย้อนไปในปี 2017: กลุ่มไทยเบฟเข้าซื้อสิทธิร้าน KFC
ในปี 2017 บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจตามนโยบายของบริษัทแม่ เพื่อผันตัวไปเป็นผู้บริหารและพัฒนาแบรนด์ หรือ Franchisor อย่างเต็มตัว ส่งผลให้กลุ่มไทยเบฟเข้าซื้อสิทธิร้าน KFC ที่บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริหารเองจำนวน 240 สาขาในเวลานั้นด้วยมูลค่าราว 11,400 ล้านบาท
โครงสร้างสัดส่วนสาขาของ 3 Franchisee ในประเทศไทย
ปัจจุบัน การบริหารร้าน KFC ในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 3 บริษัทตัวแทนจำหน่าย หรือ Franchisee โดยทาง Franchisor มีนโยบายกำหนดโครงสร้างและแบ่งโซนนิ่งในการขยายสาขาอย่างชัดเจนตามทำเลและพื้นที่ภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการกระจายตัวของแบรนด์อย่างเป็นระบบ โดยมีรายละเอียดสาขาในปัจจุบันดังนี้:
มุมมองของเราต่อ CENTEL
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf