สรุปสาระสำคัญ
เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้นวันนี้เป็นการตอบรับเชิงบวกต่อพัฒนาการเชิงบวกเรื่องสงคราม หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง คาดปูทางไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน เมื่อพิจารณาจากราคาหุ้นเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม AWC มีการฟื้นตัวขึ้นมาแรงสุด (-5% เทียบระดับก่อนเกิดสงคราม) ตามมาด้วย ERW (-6%) MINT (-12%) และ CENTEL (-14%) ณ ระดับราคานี้ เรามองว่า CENTEL (OUTPERFORM, ราคาเป้าหมาย 40 บาท) และ MINT (OUTPERFORM, ราคาเป้าหมาย 32 บาท) มีความน่าสนใจกว่า ERW (OUTPERFORM, ราคาเป้าหมาย 3.2 บาท) และ AWC (NEUTRAL, ราคาเป้าหมาย 2.5 บาท)

ภาพรวมการดำเนินงานใน 1Q26 ยังไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน แต่จะชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 จากตรวจสอบเบื้องต้นกลุ่มโรงแรม (CENTEL MINT ERW AWC) และสนามบิน (AOT) จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าสายการบิน (THAI AAV)
- กลุ่มโรงแรม
CENTEL – ในเดือน เม.ย. RevPAR ในประเทศไทยรวมลดลง 3% YoY; RevPAR ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 8% YoY ขณะที่ RevPAR ในต่างจังหวัดลดลง 6% YoY ในส่วนของมัลดีฟส์ RevPAR ของโรงแรมเดิม 2 แห่งลดลง 10% YoY ในขณะที่โรงแรมใหม่ 2 แห่งมีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 193% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อน (ปีแรกของการดำเนินงาน) สำหรับในญี่ปุ่น RevPAR ลดลง 9% YoY อัตราการเข้าพักที่โรงแรม JV ในดูไบอยู่ในระดับต่ำตั้งแต่เดือนมี.ค. โดยลงมาอยู่ที่ 34% ในเดือนเม.ย.
MINT – แนวโน้ม RevPAR ในเดือน เม.ย. เติบโต YoY ได้เล็กน้อยในพื้นที่ยุโรป แต่มีการลดลงในประเทศไทย มัลดีฟส์ และตะวันออกกลาง แต่โดยแนวโน้มในเดือน พ.ค.-มิ.ย. ดีขึ้น
ERW – ในเดือน เม.ย. RevPAR ของโรงแรมระดับ luxury-economy เติบโตได้ 4% YoY จากฐานต่ำเหตุการณ์แผ่นดินไหวปีก่อน
AWC - เมื่อพิจารณาจากยอดจองล่วงหน้า AWC คาดว่ารายได้ค่าห้องพักจะเติบโต 4% YoY ใน 2Q26
- กลุ่มสนามบิน
AOT - จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศทรงตัว YoY ในเดือนเม.ย.-พ.ค.
- กลุ่มสายการบิน
AAV THAI – เราประเมินว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารจะไม่สามารถชดเชยต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นได้ เราคาดมีผลขาดทุนใน 2Q26