Thai Stock Update

ท่องเที่ยว: ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 33 ของปี 2026 (9-15 ส.ค.): คงที่ YoY แต่ลดลง 4% WoW

By ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร, IAA|18 Aug 26 5:46 PM
Tourism
สรุปสาระสำคัญ

นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 33 ของปี 2026 อยู่ที่ 612,643 คน คงที่ YoY แต่ลดลง 4% WoW ประเด็นบวกคือจำนวนนักท่องเที่ยวรวมในเดือน ส.ค. กลับมาทรงตัวถึงเติบโต YoY ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ หลังจากที่ลดลง YoY ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. สะท้อนทิศทางการฟื้นตัว หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่เราชอบ ได้แก่ AOT, ERW และ CENTEL ขณะที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่กลับมาเติบโต YoY อีกครั้งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางมากที่สุด รองลงมาคือ PR9 และ BDMS

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 33 ของปี 2026 (9-15 ส.ค.) อยู่ที่ 612,643 คน (คงที่ YoY แต่ลดลง 4% WoW) แรงหนุนหลักยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ 123,410 คน (เพิ่มขึ้น 28% YoY แต่ลดลง 4% WoW) ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ใช่จีนอยู่ที่ 489,233 คน (ลดลง 5% YoY และ 4% WoW)
  • ประเด็นบวกคือจำนวนนักท่องเที่ยวรวมในเดือน ส.ค. กลับมาทรงตัวถึงเติบโต YoY ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในวันที่ 1-15 ส.ค. เติบโต 0.3% YoY หลังจากที่ลดลง YoY ในเดือน มิ.ย. (-9.8% YoY) และ ก.ค. (-2.5% YoY) สะท้อนทิศทางการฟื้นตัว
  • จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 15 ส.ค. 2026 อยู่ที่ 19.8 ล้านคน ลดลง 2.9% YoY (การคำนวณไม่รวมข้อมูลวันที่ 22-25 มิ.ย. 2025 และ 2026 เนื่องจากระบบข้อมูลขัดข้อง)
  • นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางกลับมาเติบโต 9% YoY ในเดือน ก.ค. และเร่งตัวเป็น 19% YoY ในช่วงวันที่ 1-15 ส.ค. หลังจากหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.พ. จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
  • ทิศทางการฟื้นตัวเป็นไปตามที่เราคาดไว้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายเดือนจะต้องเฉลี่ยราว 2.3-2.4 ล้านคนใน 3Q26 และ 3.1-3.2 ล้านคนใน 4Q26 จึงจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2026 อยู่ที่ 33 ล้านคน ตามประมาณการของเรา

Tourism-260818-1.png

 

Tourism-260818-2.png

 

มุมมองของเรา

  • หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่เราชอบ ได้แก่ AOT (ราคาเป้าหมาย 72 บาท), ERW (ราคาเป้าหมาย 4.3 บาท) และ CENTEL (ราคาเป้าหมาย 47 บาท)
  • นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เริ่มกลับมาเติบโต สะท้อนถึง pent-up demand ที่ทยอยฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดย BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางมากที่สุด (24% ของรายได้) รองลงมาคือ PR9 (9%), BDMS (4%), BCH (3%) และ CHG (2%)

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

 

Author
Slide5
ระวีนุช ปิยะเกรียงไกร, IAA

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มยานยนต์ การแพทย์ ท่องเที่ยว

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5