PDF Available  
Thai Stock Update

สาธารณูปโภค: ราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ SPP หลังราคาก๊าซ LNG ปรับตัวลง จากความคาดหวังสงครามคลี่คลาย

By ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย|25 Mar 26 4:29 PM
สรุปสาระสำคัญ
  • ราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ SPP อาทิ BGRIM +6.6% GPSC +5.5% รวมถึง GULF +4% หลังราคาก๊าซ LNG ยุโรป TTF gas ปรับตัวลง 8.3% มาอยู่ที่ 49.6 เหรียญต่อ MWh จากความคาดหวังสงครามคลี่คลาย นอกจากนี้ทางกกพ. มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 2569 ช่วง 3.95-4.59 บาทต่อหน่วย (+0.07-0.71 บาทต่อหน่วยเทียบกับงวดแรกของปี) คาดว่าจะได้ข้อสรุป และนำส่งต่อครม. อนุมัติอีกครั้ง
  • เรามีมุมมองที่ผ่อนคลายมากขึ้นสำหรับ SPP operator ทั้งจากราคาต้นทุนก๊าซ LNG ที่ปรับตัวลดลง และแนวโน้มค่าไฟที่หากมีการปรับขึ้นค่า ft จะช่วยให้รายได้ของผู้ประกอบการ SPP จะเพิ่มขึ้นได้ มาชดเชยต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งเรามีทำ Sensitivity analysis ผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่ขึ้น และผลบวกหากค่าไฟมีการปรับขึ้นมาชดเชยในช่วงที่เหลือของปี (พ.ค.-ธ.ค. 2569) สำหรับ GPSC และ BGRIM ซึ่งต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อล้านบีทียู จะกระทบกำไรของ GPSC 25 ล้านบาทต่อปี และ BGRIM 14 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ค่าไฟเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 สตางค์ต่อหน่วย จะเพิ่มกำไรให้กับ GPSC 60 ล้านบาทต่อปี และ BGRIM 24 ล้านบาทต่อปี
  • โดยรวมเรายังแนะนำ ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ ทยอยสะสม SPP operators ทั้ง GPSC (TP = Bt50) และ BGRIM (TP = Bt18.5) โดยเฉพาะหากมีความคืบหน้าว่าสงครามจะยุติ รวมถึงค่าไฟที่จะมาช่วยลดแรงกดดันของต้นทุนก๊าซ โดยในกลุ่มโรงไฟฟ้า เรายังแนะนำ GULF (Outperform, TP = Bt73) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากผลกระทบจากภาวะสงครามน้อยที่สุดในกลุ่ม และยังมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง

 

Utilities.png

Author
Slide13
ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มวัสุดก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิก และสินทรัพย์ดิจิทัล

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5