Keyword
Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

[ปิดคำแนะนำ] (เคาะซื้อ: Event Play) กองทุนหุ้นไทย TISCOHD-A หลังราคาสะท้อนปัจจัยบวกจากเจรจาการค้าและผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ไปพอสมควรแล้ว

21 Jul 25 11:54 AM
1280x720 px
Key Summary

InnovestX แนะนำ “ขายทำกำไร” หุ้นไทยในระยะสั้น หลังจากดัชนี SET50 Total Return ปรับขึ้น +7.1% และกองทุน TISCOHD-A +8.6% นับตั้งแต่วันที่แนะนำซื้อ (20 มี.ค. 2568) โดยประเมินว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว ทั้งในด้านความคืบหน้าเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ และท่าทีเชิงผ่อนคลายของผู้ว่าฯธปท. คนใหม่ เราแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรในพอร์ต Satellite

Rationale: ขายทำกำไรหุ้นไทย จากเหตุผลต่อไปนี้

1. ปัจจัยบวกสะท้อนในราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว โดยดัชนี SET ตอบรับเชิงบวกจากความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ และท่าทีเชิงผ่อนคลายของผู้ว่าฯธปท. คนใหม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้เป็นความคาดหวังที่สะท้อนในราคาไปมากแล้ว ขณะที่ความคาดหวังเรื่องอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยจะได้รับต่ำกว่า 20% นั้น อาจมีโอกาสจำกัดเมื่อพิจารณาจากตัวอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่มีตลาดประชากรที่ใหญ่กว่าและให้ข้อเสนอที่เหนือกว่า โดยให้ภาษี 0% กับสินค้าสหรัฐฯ 100% แต่ยังได้อัตราภาษีนำเข้าในระดับ 19–20%

2. Valuation ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดกว่า 140 จุด ดัชนี SET มีการ Re-rate ในเชิง Valuation โดย trailing P/E ปรับตัวขึ้นจาก 14.24 เท่า มาอยู่ที่ 16.17 เท่า ซึ่งสะท้อนว่า Upside ของตลาดเริ่มจำกัด บนคาดการณ์กำไรปีนี้ที่อาจเติบโตจำกัด

3. ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ โดยเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เช่น การบริโภคที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง และภาวะการเมืองที่ยังไม่แน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันภาคการส่งออกและการผลิตในบางอุตสาหกรรม

4. ปัจจัยทางเทคนิคส่งสัญญาณระวังการพักตัวโดยดัชนี SET ใกล้แนวต้านทางเทคนิคที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน EMA ขณะที่ RSI เข้าสู่โซน Overbought หลังจากรีบาวน์แรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จึงมีโอกาสที่ตลาดจะลดความร้อนแรงหรือย่อตัวในระยะสั้น

ดังนั้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นไทยผ่านกองทุน TISCOHD-A ตามคำแนะนำในพอร์ต Satellite เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 25 หลังราคาตอบรับปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว ทั้งจากความคืบหน้าการเจรจาการค้าและท่าทีของผู้ว่าฯธปท. คนใหม่ ขณะที่โอกาสที่ไทยจะได้รับอัตราภาษีนำเข้าต่ำกว่า 20% จากสหรัฐฯ เราประเมินว่ายังมีโอกาสจำกัด แต่ตลาดได้สะท้อนความคาดหวังเหล่านี้ไปล่วงหน้าแล้ว

[ปิดคำแนะนำ] 

 

(เคาะซื้อ: Event Play) กองทุนหุ้นไทย TISCOHD-A แนะนำเข้าลงทุน หลังตลาดส่งสัญญาณฟื้นตัว และมีปัจจัยบวกหนุนระยะสั้น

 

[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน หรือ Event-play]

 

Event

  • ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นตลาดทุนออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เช่น กองทุน ThaiESG Extra ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อดัชนี SET โดยเฉพาะช่วยหยุดแรงขายจาก LTF และมาตรการอื่นๆ อาทิ การจำกัดน้ำหนักหุ้นในดัชนี เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดทุนในระยะยาว, โครงการ Jump+ และแผนการออก TISA ซึ่งคาดว่าจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้
  • สัญญาณเชิงเทคนิคของตลาดหุ้นไทยบ่งชี้ถึงโอกาสกลับตัว

Fundamental

  • ดัชนี SET ปัจจุบันมี Forward P/E ที่ 12.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 15.3 เท่า ถึง -2 S.D. เทียบเท่าช่วงโควิดที่ผ่านมา ในอดีตทุกครั้งที่ตลาดปรับตัวลงถึงระดับนี้ SET มักเกิด Technical Rebound อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค Valuation ของตลาดหุ้นไทยถูก Discount มากที่สุดในรอบ 10 ปี
  • แม้ว่ากำไรของดัชนี SET ในปี 2025 ถูกปรับประมาณการลง 2% จากช่วงต้นปี แต่ถือว่าเป็นการปรับลงที่ น้อยกว่าปีก่อนหน้าพอสมควร (-5% ปี 2023 และ -4% ปี 2024 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน) สะท้อนกำไรของบริษัทจดทะเบียนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และตลาดอาจรับรู้ข่าวร้ายไปมากพอสมควรแล้ว

ภาพที่ 1: Valuation ของตลาดไทยซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว -2 S.D. บ่งชี้ภาวะ Deep Value ของตลาดหุ้นไทย

Picture1.jpg

Source: InnovestX Research, Bloomberg as of 19 March 2025

 

ภาพที่ 2: Relative FWD P/E ระหว่างดัชนี SET เทียบกับภูมิภาค อยู่ในระดับถูกสุดในรอบ 10 ปี

Picture2.jpg

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 19 March 2025

 

ภาพที่ 3: การปรับประมาณการกำไรของตลาดหุ้นไทยปี 2025 ไม่ได้ถูกปรับประมาณการลงแรงเหมือนสองปีที่ผ่านมา

Picture3.jpg

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, Bloomberg as of 19 March 2025

 

Technical

  • ดัชนี SET ปรับตัวลงมาปิด Gap ที่สร้างขึ้นไว้ในช่วงโควิด ซึ่งอาจเป็นแนวรับสำคัญ
  • เห็นสัญญาณของ Bullish Divergence บ่งชี้ว่าตลาดมีโอกาสกลับตัว
  • Market breadth สะท้อนผ่าน % of members below 200 moving average อยู่ที่ 83% แสดงถึงแรงขายที่อาจเริ่มลดลง
  • Monthly RSI ของดัชนี SET เข้าใกล้โซน Oversold บ่งชี้ว่าตลาดอาจถูกขายมากเกินไป

ภาพที่ 4: สัญญาณทางเทคนิคอาจบ่งชี้ถึงการกลับตัว

Picture4.jpg

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, TradingView as of 20 March 2025

 

ภาพที่ 5: ราคาปรับตัวลงเข้าสู่โซน Oversold บ่งชี้ตลาดอาจถึงจุดกลับตัว

Picture5.jpg

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, InnovestX Research, TradingView as of 20 March 2025

 

จากปัจจัยบวกที่กล่าวมา ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในระยะข้างหน้า ซึ่งเรามองว่าหุ้นขนาดใหญ่มีโอกาสฟื้นตัวได้แรงกว่าจากกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าตลาดและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงสั้น โดยมองเป้าหมายผ่านดัชนี SET 50 ที่ 808 จุด และกำหนดจุด Stop loss ไว้เมื่อต่ำกว่า 731 จุด ซึ่งจะเห็นว่า upside to downside ratio อยู่ในระดับที่น่าสนใจ

Picture6.jpg

Source: InnovestX Wealth Products & Strategy, TradingView as of 20 March 2025

 

INVX Call กองทุน TISCOHD-A

 

ขั้นตอนการคัดเลือกกองทุน

1) จาก Universe กองทุนหุ้นไทยที่อิงดัชนี SET50 และ SETHD Index ที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ของทาง INVX มีจำนวน 30 กองทุน

Picture7.jpg

Source: Morningstar as of 17 March 2025

 

2) คัดเลือกกองทุนที่สามารถเอาชนะ SET Index ได้ในช่วงเวลา 1 ปี 3 ปีและ 5 ปี โดยกองทุนที่สามารถเอาชนะ SET Index ได้มีจำนวนเหลือ 9 กองทุน

Picture8.jpg

Source: Morningstar as of 28 February 2025; *Annualized Return

 

3) คัดเลือกกองทุนที่มีความสามารถในการเอาชนะ SET Index ได้อย่างสม่ำเสมอมากสุดในช่วง 2020-2024 (5 ปีปฏิทิน) และคัดเลือกกองทุนที่มีค่าเฉลี่ยชนะ SET Index ในช่วง 5 ปีปฏิทินได้อย่างโดดเด่น ซึ่งได้แก่กองทุน TISCOHD-A

Picture9.jpg

Source: Morningstar as of 28 February 2025

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน TISCOHD-A

  1. กองทุน TISCOHD-A เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยที่เป็นส่วนประกอบของ SETHD Index และบริหารการลงทุนแบบเชิงรุก (Active Management)
  2. ทีมผู้จัดการกองทุนหลักมีประสบการณ์สูง โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเฉลี่ยกว่า 10 ปี
  3. ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Barbell Strategy โดยสร้างสมดุลระหว่างอัตราผลตอบแทนจากปันผลและ Beta ของหุ้น
  4. ทีมผู้จัดการกองทุนหลักเน้นคัดเลือกหุ้นผ่านกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานแบบ Bottom-up
  5. เฟ้นหาหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมองหาหุ้นที่มีแนวโน้มการจ่ายปันผลในระดับสูงและมีการเติบโตของเงินปันผลในอนาคต
  6. กระจายการลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพสูงราว 20 – 25 บริษัท
  7. กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ลงทุนได้แก่ ธนาคาร พลังงานและสาธารณูปโภค เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เงินทุนและหลักทรัพย์ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  8. หุ้น 5 อันดับแรกในกองทุน ได้แก่ ADVANC, KBANK, KTB, BBL, INTUCH
  9. ผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 8.7% เมื่อเทียบกับ SET Index เฉลี่ย 0.9%
  10. มีผลการดำเนินงานของกองทุนที่สามารถเอาชนะ SET Index ได้ 4 ปีจาก 5 ปีปฏิทินล่าสุด (2020-2024)

 

กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน TISCOHD-A เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่เป็นส่วนประกอบของ SETHD Index โดยกองทุน TISCOHD-A มีนโยบายการบริหารกองทุนเชิงรุก (Active Management) โดยมีความโดดเด่นด้านการคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีโดยจะมีการพิจารณาหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดี และสม่ำเสมอในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา และมองถึงโอกาสในการเติบโตของเงินปันผลที่สะท้อนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการของบริษัท

 

โดยกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน TISCOHD-A จะมีการกรองหุ้นไทยที่เป็นเข้าข่ายเกณฑ์การลงทุนของกองทุนในดัชนี SETHD และ Universe ของทาง TISCOASSET ประมาณ 50-60 ตัว และนำมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อเฟ้นหาหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีโอกาสเติบโตของการจ่ายปันผล 20-25 ตัวโดยจะคำนึงถึง

  • ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท: มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง มีผลประกอบการที่ดี และสม่ำเสมอ มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ระดับหนี้ต่ำ และมีความสามารถในการแข่งขันสูง
  • การจ่ายปันผล: เลือกบริษัทที่มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดีและสม่ำเสมอในช่วงเวลา 3-5 ปีที่ผ่านมา
  • การเติบโตของปันผล: การจ่ายปันผลที่สูงขึ้นจะสะท้อนการเติบโตของรายได้ และผลประกอบการของบริษัทที่ดีขี้น
  • แนวโน้มการจ่ายปันผลในอนาคต: เลือกบริษัทที่มีแนวโน้มการจ่ายปันผลที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือตลาด

 

กลยุทธ์กองทุนจะมีลักษณะเป็น Barbell Strategy หรือ Balance ระหว่าง Dividend Yield (%) และ Equity Beta ออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ซึ่งได้แก่ กลุ่ม High Yield Defensives, High Yield Cyclicals, Low Yield Defensives, Low Yield Cyclicals

Picture10.jpg

Source: TISCOASSET as of 28 February 2025

 

นอกจากนี้ทีมผู้จัดการกองทุนทั้ง 2 ท่านมีประสบการณ์การบริหารกองทุน TISCOHD-A ร่วมกันตั้งแต่ปี 2566 คุณนิพจน์ ไกรลาศโอฬาร มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 15 ปี และบริหารกองทุน TISCOHD-A ตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนปี 2555 จนถึงปี 2566 และตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน

คุณศรสวรรค์ เติมวุฒิกุล มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 10 ปี และบริหารกองทุน TISCOHD-A ตั้งแต่ 2566 จนถึงปัจจุบัน

 

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุน (as of 28 February 2025)

  • ธนาคาร 35.4%
  • พลังงานและสาธารณูปโภค 19.8%
  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 16.9%
  • เงินทุนและหลักทรัพย์ 8.1%
  • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.8%
  • พาณิชย์ 7.6%
  • ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 2.6%

 

หุ้น 5 อันดับแรกในกองทุน (as of 28 February 2025)

  • ADVANC 9.9%
  • KBANK 9.4%
  • KTB 8.9%
  • BBL 8.3%
  • INTUCH 7.0%

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนรวม (as of 28 February 2025)

  • ผลตอบแทนในช่วง 1 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 3.1% เมื่อเทียบกับ SET Index เฉลี่ย -9.2%
  • ผลตอบแทนในช่วง 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ย -1.1% เมื่อเทียบกับ SET Index เฉลี่ย -7.8%
  • ผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 8.7% เมื่อเทียบกับ SET Index เฉลี่ย 0.9%

 

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

Most Viewed Ideas
1/5
Related Ideas
Most Viewed Ideas
1/5