
DRAM กำลังเปลี่ยนจากสินค้าโภคภัณฑ์ในโลกเทคโนโลยี มาเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI เพราะชิป AI จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีหน่วยความจำที่เร็วพอ ส่งข้อมูลได้มากพอ และรองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ได้จริง โดยเฉพาะ HBM ที่ใช้คู่กับ GPU สำหรับ AI Data Center ทำให้ห่วงโซ่ DRAM ตั้งแต่เครื่องจักรผลิตชิปอย่าง AMAT, LRCX (LRCX23), ASML และ TEL (TEL23) ไปจนถึงผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง SK Hynix, Samsung และ MICRON (MICRON23) กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน AI Infrastructure ทั่วโลก
ภาพของ Memory Supply Chain ในปี 2026 จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิต DRAM แต่รวมถึง NAND และ storage อย่าง KIOXIA (KIOXIA23), SEAGATE (SEAGATE23) และ Western Digital รวมถึงผู้ทดสอบคุณภาพชิปอย่าง ADVANTEST (ADVANT23) ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเมื่อ HBM และชิปหน่วยความจำมีความซับซ้อนสูงขึ้น ขณะที่ปลายน้ำอย่าง NVIDIA (NVDA23), Microsoft (MSFT23), Alphabet (GOOG23), Amazon (AMZN23), Apple และ Tesla (TSLA23) ยังคงเป็นแรงดึงหลักของความต้องการหน่วยความจำในอนาคต สำหรับนักลงทุน การเข้าใจว่าแต่ละบริษัทอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่นี้ จะช่วยให้มองธีม AI ได้ลึกกว่าแค่ชิปประมวลผล เพราะ AI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย GPU เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย DRAM, HBM, NAND, storage และระบบทดสอบที่ทำให้ทั้งระบบทำงานได้เต็มกำลังด้วย
ถ้าในอดีตนักลงทุนมองหน่วยความจำอย่าง DRAM เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกเทคโนโลยี ราคาขึ้นลงตามวัฏจักรอุปสงค์จาก PC และสมาร์ตโฟน วันนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะ AI ทำให้ความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ในเชิงปริมาณ แต่เพิ่มขึ้นในเชิงคุณภาพด้วย โดยเฉพาะหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่าง HBM (High Bandwidth Memory) ที่ถูกใช้คู่กับชิปประมวลผล AI ระดับสูงใน Data Center
พูดง่ายๆ คือ ต่อให้โลกมีชิป AI ที่แรงมากแค่ไหน ถ้าระบบไม่มีหน่วยความจำที่เร็วพอ ส่งข้อมูลได้มากพอ และประหยัดพลังงานพอ AI ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ DRAM จึงไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนประกอบในคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของ AI Value Chain และเป็นเหตุผลที่บริษัทในห่วงโซ่ DRAM เริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก
ก่อนที่เราจะได้ DRAM หรือ HBM หนึ่งชิ้น สิ่งแรกที่ต้องมีคือเครื่องจักรผลิตชิปที่มีความแม่นยำสูง เพราะหน่วยความจำยุคใหม่ต้องผลิตด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านความหนาแน่น ความเร็ว และการจัดวางโครงสร้างภายในชิป บริษัทกลุ่มเครื่องมือผลิตชิปจึงเป็นเหมือนผู้สร้างโรงงานของโลกหน่วยความจำ และเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงเมื่อผู้ผลิต Memory ต้องเร่งลงทุนกำลังการผลิตใหม่
Applied Materials (AMAT) เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของกลุ่มนี้ โดยรายได้จากกลุ่ม Memory คิดเป็นประมาณ 30-40% ของรายได้รวม จุดเด่นของ AMAT คือการมีเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนในการผลิตชิป ตั้งแต่ deposition ไปจนถึง process control ทำให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในช่วงที่ผู้ผลิต DRAM ต้องลงทุนเพื่อรองรับความต้องการจาก AI โดยเฉพาะในปี 2026 ที่การผลิต DRAM สำหรับ AI กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม
อีกบริษัทที่น่าสนใจคือ Lam Research (LRCX) หรือ LRCX23 ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จาก Memory สูงกว่า AMAT โดยอยู่ประมาณ 40-50% ของรายได้รวม Lam มีความโดดเด่นในเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการ etch และ deposition ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตชิปหน่วยความจำที่มีความซับซ้อนสูง ยิ่ง DRAM และ HBM ต้องการโครงสร้างที่ละเอียดและหนาแน่นมากขึ้นเท่าไร เครื่องมือของ Lam ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น LRCX23 จึงเป็นหนึ่งใน DR ที่สะท้อนการลงทุนในต้นน้ำของ Memory Capex ได้ค่อนข้างชัดเจน
ASML Holdings (ASML) ก็เป็นอีกชื่อที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นผู้ผลิตเครื่อง lithography ระดับโลก โดยเฉพาะเครื่อง EUV ที่เป็นหัวใจของการผลิตชิปขั้นสูง แม้ ASML จะไม่ได้เป็นบริษัท Memory โดยตรง แต่ยอดจองเครื่องจักรสำหรับ Memory ที่เน้น HBM และ DDR5 เพิ่มขึ้นจนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 56% ของยอดจองทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตหน่วยความจำทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนเพื่ออัปเกรดเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังการผลิตแบบเดิม
ในฝั่งญี่ปุ่น Tokyo Electron (TEL) หรือ TEL23 ก็เป็นอีกบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในเครื่องมือผลิตชิป โดยมีสัดส่วนรายได้จาก Memory ประมาณ 30% จุดแข็งของ TEL อยู่ที่การมีเครื่องมือในหลายกระบวนการสำคัญของ semiconductor manufacturing ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการลงทุนในทั้ง Logic และ Memory สำหรับนักลงทุนที่มองธีม AI จากฝั่งเอเชีย TEL23 จึงเป็นหนึ่งในตัวแทนของ upstream semiconductor equipment ที่น่าสนใจ
ถ้ากลุ่มเครื่องจักรคือต้นน้ำ ผู้ผลิต DRAM ก็คือแกนกลางของห่วงโซ่นี้ เพราะเป็นบริษัทที่ผลิตหน่วยความจำ และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากทั้งราคาขาย DRAM, ความต้องการ HBM และกำลังการผลิตของ Data Center ทั่วโลก
SK Hynix (000660.KRX) ถือเป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในธีมนี้ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ผลิต Memory แบบ pure-play ที่ชัดเจนที่สุด และมี exposure ต่อ HBM3E สูงที่สุดในปัจจุบัน จุดสำคัญคือ SK Hynix เป็น supplier หลักของ HBM ให้กับ NVIDIA (NVDA23) ซึ่งเป็นผู้นำชิป AI ของโลก ทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากในช่วงที่ AI Data Center ต้องการ HBM เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้า NVIDIA คือหัวใจของการประมวลผล AI, SK Hynix ก็เปรียบเหมือนผู้จัดหาหน่วยความจำความเร็วสูง ที่ทำให้หัวใจนั้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
Samsung Electronics (005930.KRX) เป็นอีกยักษ์ใหญ่ในตลาด Memory แต่มีลักษณะแตกต่างจาก SK Hynix เพราะธุรกิจของ Samsung กระจายตัวมากกว่า รายได้จาก Memory คิดเป็นประมาณ 30% ของรายได้รวม ขณะที่ส่วนอื่นมาจากสมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า จอภาพ และธุรกิจอื่นๆ ข้อดีคือ Samsung มีฐานธุรกิจที่หลากหลายและมีขนาดใหญ่ แต่ในมุมของนักลงทุนที่ต้องการ pure exposure ต่อ DRAM หรือ HBM อาจมองว่า Samsung ไม่ได้ กระจุกตัวเท่า SK Hynix หรือ Micron เพราะผลประกอบการโดยรวมยังขึ้นอยู่กับหลายธุรกิจนอกเหนือจาก Memory
Micron Technology (MU) หรือ MICRON23 เป็นผู้ผลิต Memory รายใหญ่จากสหรัฐฯ และถือเป็น pure-play memory ที่สำคัญอีกรายหนึ่ง รายได้หลักมาจาก DRAM รวมถึง HBM และ NAND จุดเด่นของ Micron คือการเป็นตัวแทนของฝั่งสหรัฐฯ ในตลาด Memory ที่มีผู้เล่นหลักไม่กี่รายทั่วโลก เมื่อ AI ทำให้ความต้องการ DRAM คุณภาพสูงเพิ่มขึ้น Micron จึงมีโอกาสได้ประโยชน์จากทั้งราคาหน่วยความจำที่ฟื้นตัว และการเปลี่ยน mix ของรายได้ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
แม้บทความนี้จะโฟกัสที่ DRAM แต่การมอง Memory Supply Chain ให้ครบจำเป็นต้องพูดถึง NAND ด้วย เพราะ Data Center ไม่ได้ต้องการแค่หน่วยความจำสำหรับประมวลผล แต่ยังต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมหาศาล Kioxia Holdings Corp (285A.T) หรือ KIOXIA23 เป็นบริษัทที่รายได้เกือบทั้งหมดมาจาก NAND Flash โดยเน้น Enterprise SSD และมีส่วนแบ่งตลาด NAND ประมาณ 15% จุดเด่นของ Kioxia คือความชัดเจนในฐานะบริษัท NAND pure-play ทำให้น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองการเติบโตของ storage ใน Data Center ควบคู่ไปกับ AI
Seagate Technology Holdings (STX) หรือ SEAGATE23 อยู่ในตำแหน่งที่ต่างออกไป เพราะรายได้กว่า 80-90% ยังคงมาจาก HDD โดยเฉพาะการขายให้ Cloud Provider และ Data Center ขณะที่รายได้จาก SSD หรือ NAND คิดเป็นเพียงประมาณ 10-15% ของรายได้รวม ดังนั้น Seagate อาจไม่ใช่ pure-play memory แบบ DRAM หรือ NAND แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล เพราะโลก AI ต้องการทั้ง memory ที่เร็วมากสำหรับการประมวลผล และ storage ขนาดใหญ่สำหรับจัดเก็บข้อมูลระยะยาว
Western Digital Corp (WDC) มีโครงสร้างธุรกิจที่ผสมระหว่าง NAND และ HDD โดยรายได้จากหน่วยความจำคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัท ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งมาจาก Hard Disk Drive ที่สำคัญคือ Western Digital มีความร่วมมือกับ Kioxia ผ่าน JV ในการผลิต NAND ทำให้บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด storage แม้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของ DRAM โดยตรง
ส่วน Nanya Technology Corp. (2408.TW) จากไต้หวันเป็นผู้ผลิต DRAM ที่เน้นตลาด tier ล่างกว่า โดยรายได้มาจาก DRAM อย่างเดียว แต่เน้น consumer, PC และ mobile DRAM มากกว่า server high-end หรือ AI DRAM จุดนี้ทำให้ Nanya มี exposure ต่อวัฏจักร Memory แบบดั้งเดิมมากกว่า exposure ต่อ HBM หรือ AI โดยตรง ดังนั้นแม้จะอยู่ในห่วงโซ่ DRAM แต่ตำแหน่งของบริษัทต่างจาก SK Hynix, Micron หรือ Samsung อย่างชัดเจน
ในโลกของ semiconductor การผลิตชิปได้นั้น ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องทดสอบให้ได้ด้วยว่าชิปนั้นทำงานถูกต้อง มีคุณภาพ และรองรับการใช้งานหนักได้จริง โดยเฉพาะ DRAM และ HBM ที่ใช้ใน AI Data Center ซึ่งมีต้นทุนสูงและต้องทำงานต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมาก เครื่องทดสอบอัตโนมัติหรือ ATE จึงเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่นี้
Advantest Corp. (6857.T) หรือ ADVANT23 เป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในตลาด Automated Test Equipment (ATE) โดยเฉพาะในฝั่ง Memory ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 50-60% บทบาทของ Advantest จึงไม่ใช่แค่การขายเครื่องทดสอบทั่วไป แต่เป็นการอยู่ในจุดที่ช่วยรับประกันคุณภาพของชิปหน่วยความจำก่อนถูกนำไปใช้จริง ยิ่ง HBM มีความซับซ้อนสูงขึ้น และยิ่ง AI Data Center ต้องการ reliability มากขึ้น ความสำคัญของการทดสอบก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในเชิงการลงทุน ADVANT23 จึงเป็นตัวแทนของธีม Memory ที่ไม่ได้พึ่งพาการผลิต DRAM โดยตรง แต่ได้ประโยชน์จากการที่ทั้งอุตสาหกรรมต้องยกระดับมาตรฐานการทดสอบ เมื่อชิปแพงขึ้น ซับซ้อนขึ้น และใช้งานในระบบที่ critical มากขึ้น บริษัทที่ควบคุมคุณภาพในปลายทางของกระบวนการผลิตจึงกลายเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
ปลายน้ำของ DRAM Supply Chain คือกลุ่มผู้ใช้งานจริง ซึ่งในอดีตอาจกระจุกตัวอยู่ที่ PC, smartphone และ consumer electronics แต่ในปี 2026 แรงขับเคลื่อนสำคัญกำลังเปลี่ยนมาที่ AI Data Center อย่างชัดเจน
NVIDIA Corp. (NVDA) หรือ NVDA23 เป็นผู้ใช้งาน HBM รายใหญ่ เพราะ GPU สำหรับ AI ต้องอาศัยหน่วยความจำ bandwidth สูงเพื่อประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล บริษัทอย่าง Microsoft (MSFT23), Alphabet (GOOG23) และ Amazon (AMZN23) ก็เป็นผู้ใช้ปลายทางผ่านการลงทุนใน Cloud และ AI Infrastructure ขนาดใหญ่ ยิ่งบริษัทเหล่านี้เร่งสร้าง Data Center เพื่อรองรับ AI มากขึ้น ความต้องการ DRAM, HBM, NAND และ storage ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นอกจาก Data Center แล้ว consumer electronics ก็ยังเป็นตลาดสำคัญ Apple ใช้หน่วยความจำใน iPhone และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากนี้ Samsung Mobile เองก็เป็นผู้ใช้รายใหญ่เช่นกัน ส่วน PC vendors อย่าง HP และ Dell ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อน demand ของ DRAM และ NAND ในตลาดคอมพิวเตอร์ แม้ตลาดนี้อาจไม่โตแรงเท่า AI แต่ก็ยังเป็นฐานความต้องการขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรม
อีกตลาดที่เริ่มน่าสนใจคือ automotive โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและระบบ autonomous driving บริษัทอย่าง Tesla (TSLA) หรือ TSLA23 และค่ายรถยนต์ที่พัฒนา software-defined vehicle ต้องการ DRAM และ NAND เกรดอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เพราะรถยุคใหม่มีเซนเซอร์ กล้อง ระบบประมวลผล และซอฟต์แวร์จำนวนมาก เมื่อรถยนต์กลายเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ หน่วยความจำก็กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากขึ้นเช่นกัน
สิ่งที่ทำให้ปี 2026 น่าสนใจคือ “Memory กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มเทคโนโลยี ไปสู่สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ DRAM ” ที่มูลค่ากำลังถูกดึงไปอยู่ใน HBM เพื่อใช้งานกับระบบ AI และ Data Center
การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญมาก เพราะในอดีตผู้ผลิต DRAM แข่งขันกันด้วยกำลังการผลิตและต้นทุนเป็นหลัก แต่ในยุค HBM การแข่งขันเริ่มเปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยี packaging, yield, ความเร็ว, bandwidth และความสามารถในการส่งมอบให้ลูกค้าระดับ NVIDIA หรือ hyperscalers รายใหญ่ บริษัทที่ทำ HBM ได้ดีจึงมีโอกาสสร้าง margin สูงกว่าการขาย DRAM แบบดั้งเดิม
ขณะเดียวกัน ราคาหน่วยความจำที่ปรับเพิ่มขึ้นยังช่วยสนับสนุนผลประกอบการของกลุ่มนี้โดยตรง เมื่อราคาขายดีขึ้นและ mix รายได้ขยับไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น อัตราการทำกำไรของผู้ผลิต Memory ก็มีโอกาสดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนเริ่มมอง Memory ไม่ใช่แค่วัฏจักรราคาชิปแบบเดิม แต่เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI
โดยรวมแล้ว DRAM Supply Chain ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของผู้ผลิตหน่วยความจำอีกต่อไป แต่เป็นระบบที่เชื่อมตั้งแต่เครื่องจักรผลิตชิป ผู้ผลิต Memory เครื่องทดสอบ ไปจนถึง Data Center และอุปกรณ์ปลายทาง
ถ้าต้องเลือกผู้เล่นที่สะท้อนธีมนี้ได้ชัดเจน
บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นผู้เล่นหลักในแต่ละจุดของห่วงโซ่อุปทานของ อุตสาหกรรม DRAM ที่ยังคงมีความต้องการจากลูกค้า Hyperscalers อย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนที่สนใจการลงทุนในอุตสาหกรรม DRAM และหุ้นเติบโตอื่นๆ สามารถลงทุนผ่านแอป InnovestX เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว
เปิดบัญชีลงทุนคลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
Source: INVX Investment Product & Strategy, INVX Equity Strategy Research