ลงทุนก้าวแรก

ติดอาวุธให้ทุกการลงทุน ด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค

17 Jun 24 12:00 AM
Wealth1
สรุปสาระสำคัญ

เปิดโลกการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ช่วยให้รู้มูลค่าหุ้นที่แท้จริง เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ราคา และเพิ่มโอกาสทำกำไรแม้จะอยู่ในสภาวะตลาดผันผวน

ติดอาวุธให้ทุกการลงทุน ด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค

 

ในการลงทุนกับหุ้นหรือสินทรัพย์ต่าง ๆ นั้น สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนควรคำนึงถึงอยู่เสมอ คือการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้จากหลายแง่มุม และหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ก็คือ Technical Analysis หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค แล้วการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคคืออะไร หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่อยากเชี่ยวชาญด้านการลงทุนสายเทคนิค เรามีข้อมูลดี ๆ ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศในการลงทุนมาแนะนำกัน

 

นักลงทุนกำลังทำการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

 

เจาะลึกความหมายของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

 

การวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ Technical Analysis คือ การใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นหรือลงทุนกับทรัพย์สินนั้น ๆ ดีหรือไม่ โดยเครื่องมือเหล่านั้นจะถูกเรียกรวม ๆ ว่า Indicator หรือตัวชี้วัด ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการนำมาดูกราฟหุ้นแบบเจาะลึก เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ทำให้การลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้และลดความเสี่ยงในการขาดทุน โดยในทางทฤษฎี การวิเคราะห์หุ้นรูปแบบนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การ Forecast และ การ Follow

 

 

ทฤษฎีการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ควรรู้

 

การ Forecast : เป็นการวิเคราะห์หุ้นด้วยทฤษฎี Elliot Wave เพื่อนำมาใช้หาทิศทางราคาหุ้นและคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยกำหนดระยะเวลาการลงทุนในระยะกลางและระยะยาว

 

การ Follow : เป็นการนำค่าต่าง ๆ ที่ปรากฏใน Indicator มาใช้กำหนดทิศทางการลงทุน นิยมใช้ในการลงทุนระยะสั้น หัวใจสำคัญคือการทำตามสัญญาณทางเทคนิคที่เกิดขึ้น เหมาะกับผู้ที่เป็นนักลงทุนสายเทคนิคมือใหม่ มีเครื่องมือสำคัญให้เลือกใช้หลากหลาย เช่น เส้นแนวโน้ม (Trend Line) เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) และเครื่องมือวัดการแกว่งตัวของราคาหุ้น (RSI)

 

 

ข้อดีของการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค

 

รู้จักความหมายและทฤษฎีการวิเคราะห์ในทางเทคนิคกันไปแล้ว ต่อไปก็มาถึงจุดเด่นและข้อดีของการวิเคราะห์ประเภทนี้ ซึ่งการลงทุนสายเทคนิคมีข้อดีดังต่อไปนี้

 

1.ช่วยให้รู้มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่สนใจ

การวิเคราะห์เชิงเทคนิค เป็นการวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานร่วมกับราคาหุ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน จึงช่วยให้นักลงทุนรู้มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ช่วยให้จับจังหวะการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตัดสินใจลงทุนได้เหมาะสมที่สุด

 

2.ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ราคาหุ้น

การวิเคราะห์ด้วยวิธีการ Follow คือการศึกษาราคาหุ้นในอดีต จึงสามารถนำมาคาดการณ์ราคาหุ้นในอนาคตได้ ว่าจะปรับตัวลดลงหรือสูงขึ้นในสถานการณ์ใดบ้าง เพราะบ่อยครั้งที่ประวัติศาสตร์ราคาหุ้นมักซ้ำรอยเดิม

 

3.เพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความเสี่ยงในการลงทุน

สุดท้าย เมื่อคุณมีข้อมูลที่เพียงพอ สามารถจับจังหวะการลงทุนได้อย่างเหมาะสมและแม่นยำ รวมถึงคาดการณ์ราคาหุ้นในอนาคตได้แล้ว สิ่งที่จะตามมา คือโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ แม้จะอยู่ในสภาวะตลาดที่ผันผวนก็ตาม

 

กราฟการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนสายเทคนิค

 

เคล็ด(ไม่)ลับ วิเคราะห์หุ้นทางเเทคนิคให้มีประสิทธิภาพ

 

สำหรับนักลงทุนคนไหนที่อยากจะนำการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคไปประยุกต์ใช้ในการลงทุน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เรามีกลยุทธ์วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคให้มีประสิทธิภาพมาฝาก ไปติดตามกันได้เลย

 

1.เข้าใจการหาแนวโน้มด้วยเครื่องมือทางเทคนิค

 

แนวโน้มถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค เปรียบเสมือนเข็มทิศที่ทำให้นักลงทุนกำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้ถูกต้อง ประกอบไปด้วย 3 รูปแบบ ได้แก่ แนวโน้มขาขึ้น ทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แนวโน้มขาลง ทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดจะต่ำลงเรื่อย ๆ ไม่มีแนวโน้ม ราคาขึ้นลงสลับกัน แต่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดยังใกล้เคียงกับจุดเดิม

 

2.รู้จัก 5 Indicators สำคัญในการ Follow

 

  • เส้นแนวโน้ม (Trend Line) ใช้เพื่อให้รู้ทิศทางว่าหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ขาลง หรือไม่มีแนวโน้ม
  • เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ใช้งานคล้ายกับเส้นแนวโน้ม แต่กำหนดระยะเวลาการลงทุนได้
  • MACD เป็นเครื่องมือที่ใช้บอกเทรนด์ของหุ้นว่าเป็นขาขึ้นหรือขาลง
  • RSI ใช้สำหรับวัดการแกว่งตัวของราคาหุ้น เพื่อดูว่าหุ้นมีสภาวะซื้อหรือขายมากเกินไปหรือไม่
  • Stochastic ใช้วิเคราะห์สัญญาณซื้อขาย ในภาวะที่หุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในโครงสร้างแบบไม่มีแนวโน้ม

 

3.มีความเข้าใจเรื่องวัฏจักรของราคา

อยากใช้เครื่องมือเป็นและวิเคราะห์เก่ง ต้องเข้าใจวัฏจักรของราคาหุ้น โดยแบ่งเป็น 4 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะสะสม ระยะขาขึ้น ระยะแจกจ่าย และระยะขาลง ซึ่งหากเข้าใจอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้ประเมินโอกาสในการลงทุนได้เป็นอย่างดี

 

4.หาแนวรับและแนวต้านให้เป็น

อีกหนึ่งจุดตัดสำคัญในการตัดสินใจซื้อขายหุ้น โดยแนวรับและแนวต้าน มีรายละเอียดที่ควรรู้ ดังนี้

 

  • แนวรับ เป็นราคาที่ตลาดมองว่าถูก จึงมีคนเข้าซื้อจำนวนมาก ราคาจึงมีโอกาสปรับขึ้นได้ง่าย
  • แนวต้าน เป็นราคาที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าแพง จึงแย่งกันขาย ยากที่ราคาจะปรับตัวขึ้น

 

5.วางแผนการลงทุนให้ชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน

 

กลยุทธ์สุดท้ายในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคให้มีประสิทธิภาพ คือคุณต้องมีแผนการลงทุนที่ชัดเจน กำหนดจุด Cut Loss และจุด Take Profit ไว้ในใจ เพื่อให้ตัดใจขายได้ในเวลาที่ราคาหุ้นตกหรือมีกำไรในจุดที่ต้องการ

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนสายไหน จะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมือเก๋า การศึกษาการลงทุนอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อติดอาวุธและเป็นเข็มทิศให้ทุกการลงทุนประสบความสำเร็จตามแผนการที่วางไว้ ติดตามบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน รวมทั้งความเคลื่อนไหวในตลาดการลงทุนได้ที่แอปพลิเคชัน InnovestX แอปฯ เดียวครบทุกจักรวาลการลงทุน ดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

 

 

ข้อมูลอ้างอิง:

เรื่องควรรู้สายเทคนิคมือใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 จาก https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/250-tips-for-new-technical-investor

กฎ 10 ข้อ มือใหม่หัดวิเคราะห์เทคนิคต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 จาก https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/72-10-rules-of-technical-analysis-for-beginners

 

 

คำเตือน

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

 
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5