Trading Basics

[Trader Foundation Series] Leverage & Margin: ดาบสองคมที่ต้องใช้ให้เป็น (คำนวณ Gearing)

7 Jan 26 10:48 AM
Invest_Snack-39
สรุปสาระสำคัญ

เจาะลึกกลไกสำคัญของการเทรด Futures & Options (TFEX) เรื่อง Leverage (อัตราทด) และ Margin (เงินหลักประกัน) ซึ่งเป็นเสมือน "ดาบสองคม" ในโลกการลงทุน บทความนี้จะช่วยเสริมมุมมองของ "เทรดเดอร์ที่ไม่สนความเสี่ยง" เพื่อพัฒนาไปเป็น "เทรดเดอร์มืออาชีพ" ด้วยการสอนวิธีคำนวณ Effective Gearing เพื่อประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงของพอร์ต เข้าใจจิตวิทยาเบื้องหลังการใช้อัตราทดที่อาจนำไปสู่ความโลภและหายนะหากขาดการ บริหารความเสี่ยงที่ดี พร้อมเผยหลุมพรางที่มือใหม่มักพลาด เพื่อให้คุณสามารถใช้ Leverage เป็นเครื่องมือสร้างกำไรในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน และมีสุขภาพจิตที่ดีในการลงทุน

 

ในโลกของการเทรด Futures & Options สิ่งที่แยก "นักพนัน" ออกจาก "มืออาชีพ" ไม่ใช่ความแม่นยำในการทายทิศทางกราฟ แต่คือการเข้าใจว่า "เรากำลังแบกรับความเสี่ยงเกินกว่าที่เงินในกระเป๋าจะรับไหวหรือไม่" วันนี้ Cafe Invest จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกลไกของ "อัตราทด" และวิธีคำนวณที่ใช้ได้จริงเพื่อให้คุณนอนหลับฝันดีในทุกๆ คืนที่ถือสถานะครับ

 

เข้าใจ อัตราทด (Leverage) และ เงินหลักประกัน (Margin)

ในการเทรดหุ้นทั่วไป (Cash Balance) ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท คุณซื้อหุ้นได้มูลค่า 100,000 บาท (Leverage 1:1) แต่ในตลาด TFEX กติกาเปลี่ยนไปครับ

  • Margin (หลักประกัน)  คือเงิน "มัดจำ" ที่คุณต้องวางไว้เพื่อเปิดสัญญา
  • Leverage (อัตราทด)  คือ "อำนาจในการคุมสัญญา" ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินมัดจำหลายเท่าตัว

"กฎเหล็กที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจคือ Margin ไม่ใช่ค่าตัวสินค้า แต่มันคือ 'เงินวางหลักประกัน' ที่เราใช้ไปคุมของชิ้นใหญ่ ยิ่งคุณวางเงินหลักประกันน้อย (ใช้ Leverage สูง) อัตราทดของผลกำไรก็จะยิ่งแรงขึ้น แต่ในทางกลับกัน ความเร็วของความเสียหายก็จะรุนแรงกว่าหลายเท่าจนอาจทำให้พอร์ตของคุณพังได้ถ้าคุณคุมมันไม่เป็น"

 

วิธีคำนวณ Effective Gearing (อัตราทดที่แท้จริง)

 

Gemini_Generated_Image_8lhgr38lhgr38lhg.png

 

การรู้แค่ว่าโบรกเกอร์ให้อัตราทดเท่าไหร่ยังไม่พอครับ คุณต้องรู้ว่า "พอร์ตของคุณตอนนี้ใช้อัตราทดเท่าไหร่" ซึ่งเราเรียกว่า Effective Gearing

 

สูตรคำนวณ:

Effective Gearing = มูลค่ารวมของสัญญาที่ถืออยู่ / เงินทุนทั้งหมดในพอร์ต

 

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ (Case Study): สมมติคุณเทรด SET50 Index Futures 1 สัญญา (ดัชนี 900 จุด, ตัวคูณดัชนีคือ 200 บาท)

  • มูลค่าสัญญาจริง: 900 จุด * 200 = 180,000 บาท
  • เงินวางหลักประกัน (Margin) ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ: สมมติ 15,000 บาท / สัญญา

 

สถานการณ์ A (เทรดเดอร์มือใหม่): มีเงินในพอร์ต 50,000 บาท เปิด 3 สัญญา (ใช้เงินมัดจำเกือบเต็มวงเงิน)

  • มูลค่าสัญญาที่คุมอยู่คือ 180,000 x 3 = 540,000 บาท
  • Effective Gearing: 540,000 / 50,000 = 10.8 เท่า
  • ผลกระทบ: ถ้าดัชนีลงแค่ 5% พอร์ตจะติดลบกว่า 54% (คำนวณจาก 10.8 x 5)

 

สถานการณ์ B (เทรดเดอร์มืออาชีพ): มีเงินในพอร์ต 200,000 บาท เปิดเพียง 2 สัญญา

  • มูลค่าสัญญาที่คุมอยู่คือ 180,000 x2 = 360,000 บาท
  • Effective Gearing: 360,000 / 200,000 = 1.8 เท่า
  • ผลกระทบ: แม้ดัชนีลง 5% พอร์ตจะลดลงเพียง 9% ซึ่งยังอยู่ในวิสัยที่บริหารจัดการได้

หมายเหตุ : การคำนวณหลักประกันในบทความนี้ยังไม่รวมค่าคอมมิชชั่นและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

 

จิตวิทยาของ Leverage: ความโลภที่มาในคราบของโอกาส

เมื่อเราเห็นว่าเงินหลักหมื่นคุมเงินหลักแสนได้ อารมณ์หรือความรู้สึก "โลภ" จะเริ่มทำงาน มันจะบอกคุณว่า "ถ้าทายถูก พอร์ตจะโตเร็วขึ้น 10 เท่าเลยนะ" แต่ความจริงที่เจ็บปวดคือ "Leverage ไม่ได้ช่วยให้คุณทายแม่นขึ้น แต่มันทำให้ความผิดพลาดของคุณแพงขึ้น" เมื่อคุณใช้ Leverage สูงเกินไป (Overleverage) จิตใจจะเข้าสู่สภาวะ "Fight or Flight" คุณจะตัดสินใจด้วยความกลัว ไม่ใช่ด้วยแผนการเทรดซึ่งนำไปสู่โอกาสที่จะขาดทุน และไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้

 

สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง

  1. Margin Call & Force Sell: เมื่อเงินในพอร์ตลดลงจนต่ำกว่าระดับที่กำหนด (Maintenance Margin) คุณจะถูกเรียกให้เติมเงิน หรือถูกบังคับปิดสถานะทันที นี่คือจุดจบที่ไม่มีใครอยากเจอ 
  2. ห้ามลืมคำนวณ "มูลค่าสัญญาที่แท้จริง": มือใหม่มักดูแค่จำนวน "สัญญา" แต่ไม่เคยดู "มูลค่าเงินบาท" ที่สัญญาเหล่านั้นคุมอยู่ ทำให้เกิดการใช้ Leverage สูงเกินความเสี่ยงที่รับได้ ส่งผลให้พอร์ตมีโอกาสขาดทุนหนักในการลงทุนเพียงครั้งเดียว

 

บทสรุปและแนวทางปฏิบัติ

เพื่อให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว และมีสุขภาพจิตที่ดี:

  • รักษาระดับ Gearing ให้เหมาะสม: สำหรับมือใหม่ แนะนำให้คุม Effective Gearing ไว้ไม่เกิน 2-3 เท่า ของเงินในพอร์ต
  • ทำ Stress Test: ลองถามตัวเองว่า "ถ้าตลาดเปิดกระโดดผิดทาง 20 จุด ฉันจะเสียเงินเท่าไหร่? และฉันยังโอเคไหม?"
  • เผื่อเงินสำรอง: อย่าใช้เงินมัดจำจนเต็มวงเงิน (บ่งบอกถึงใช้อัตราทดสูงสุดเท่าที่ระบบให้อาจสูงถึง 30 เท่า) เพราะการใช้เงินหลักประกันเต็มจำนวน คุณจะไม่มีพื้นที่หายใจเมื่อตลาดผันผวน เช่น เปิดสัญญาจนเต็มเงินหลักประกัน อัตราทดสูงสุดสมมติคือ 20 เท่า หากตลาดผันผวนเพียง 2 % พอร์ตของคุณจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ถึง 40%

 

สุดท้ายเป้าหลักของการเทรด เราไม่ได้เทรดเพื่อความตื่นเต้นชั่วครั้งชั่วคราว แต่เราเทรดเพื่อ "กำไรในระยะยาว" และความอยู่รอดคือเงื่อนไขแรกของชัยชนะครับ

 

🚀ลงทุน TFEX เข้าถึงโอกาสทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว

เพียงแค่เปิดบัญชีกับ InnovestX และ Activate บัญชี TFEX

  1. เปิดบัญชี InnovestX 👉https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
  2. Activate TFEX: อ่านขั้นตอนการเปิดใช้บริการ 👉https://www.innovestx.co.th/products/derivatives/product-tfex

⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่น มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อนให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจังไม่เหมาะสมกับบุคคลทุกคน ก่อนตัดสินใจซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่น ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงินวัตถุประสงค์การลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสุญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5