
Blu Green Token คือ Green Token ตัวแรกของไทย ที่นำเงินระดมทุนไปฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อการขอรับรองคาร์บอนเครดิตในภายหลัง และนำรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตมาจัดสรรเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัล สะท้อนการบรรจบกันของ 3 เมกะเทรนด์สำคัญได้แก่ Green Economy, Carbon Market และ Digital Asset
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 DITTO และ STCT ได้พาสื่อมวลชน KOLs และภาคธุรกิจลงพื้นที่ป่าชายเลนจริง ณ จังหวัดระยอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ
พร้อมนำ AI ดาวเทียม โดรน และระบบฐานข้อมูลดิจิทัล มาใช้ติดตามและบริหารจัดการโครงการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิต
จากกระแสการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG) ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ Net Zero ที่หลายประเทศและองค์กรธุรกิจกำลังผลักดันอย่างจริงจัง ส่งผลให้ "คาร์บอนเครดิต" กลายเป็นหนึ่งในตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
ล่าสุดประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่อีกมิติของการระดมทุนด้านสิ่งแวดล้อมผ่าน Blu Green Token ซึ่งถือเป็น Green Token ตัวแรกของไทย โดยนำเงินระดมทุนไปฟื้นฟูป่าชายเลน เพื่อขอรับรองคาร์บอนเครดิตในภายหลัง และนำรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตมาจัดสรรเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัล
นอกจากจะเป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว Blu Green Token ยังสะท้อนการบรรจบกันของ 3 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ได้แก่ Green Economy, Carbon Market และ Digital Asset

Blu Green Token เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์ ออกโดย บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99%
โครงการมีมูลค่าระดมทุนรวมไม่เกิน 480 ล้านบาท ผ่านการออกโทเคนดิจิทัลจำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคาเสนอขาย 1.20 บาทต่อโทเคน โดยมีอายุโครงการประมาณ 7 ปี และสามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ปี รวมสูงสุดไม่เกิน 9 ปี
การระดมทุนครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้สนใจทั้งรายใหญ่และรายย่อยได้เข้าถึงการลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิต

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 โดย บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO และ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด หรือ STCT ได้เชิญสื่อมวลชน กลุ่ม KOLs และภาคธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมพื้นที่ป่าชายเลนจริง ณ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายของโครงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นถึงการเติบโตของป่าชายเลน สภาพพื้นที่จริง และแนวทางการบริหารจัดการโครงการอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การฟื้นฟูระบบนิเวศ การดูแลรักษาพื้นที่ ไปจนถึงกระบวนการพัฒนาคาร์บอนเครดิตที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต
นอกจากนี้ยังช่วยให้เห็นภาพของหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลกอย่าง Green Economy และเป้าหมาย Net Zero ที่กำลังได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้นจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วโลก โดยคาร์บอนเครดิตกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Blu Green Token คือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยติดตามและบริหารจัดการโครงการป่าชายเลนอย่างเป็นระบบ
1. AI Satellite Monitoring
ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับเทคโนโลยี AI ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลน ช่วยให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุม
2. Drone Monitoring
โดยการใช้โดรนในการสำรวจพื้นที่จริงและเก็บข้อมูลภาคสนาม พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประเมินการเติบโตของต้นไม้และติดตามผลการดำเนินงานของโครงการ
3. Digital Platform
ข้อมูลจากดาวเทียมและโดรนจะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อใช้บริหารจัดการโครงการ ติดตามผล และจัดทำรายงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบและตรวจสอบย้อนกลับได้
4. การนำเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้คาร์บอนเครดิต
การนำ AI ดาวเทียม โดรน และระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเข้ามาใช้ จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามผลโครงการ ลดข้อจำกัดของการสำรวจแบบดั้งเดิม และช่วยให้การประเมินผลมีความแม่นยำมากขึ้น
สำหรับ Blu Green Token เป็นสินทรัพย์อ้างอิงคาร์บอนเครดิตมาจากการปลูกป่าชายเลน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและการรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคต การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการและความโปร่งใส
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจของ Blu Green Token คือการเป็นผู้บุกเบิก Green Token ของประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ของอาเซียนที่นำคาร์บอนเครดิตจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนมาเชื่อมโยงกับโทเคนดิจิทัลบนเทคโนโลยีบล็อกเชน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดคาร์บอนเครดิตทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่องตามกระแส Net Zero ขณะที่เทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้