
1. หุ้นโลกย่อตัว-ยุโรปปรับลงแรง จากความตึงเครียดสหรัฐ–ยุโรปปมกรีนแลนด์ จับตาท่าที EU ต่อมาตรการตอบโต้การค้า
2. ทอง–เงินพุ่งทำสถิติใหม่ จากความเสี่ยงสงครามการค้า หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษียุโรป ด้าน Citigroup ประเมินทองมีโอกาสแตะ $5,000
3. ทาคาอิจิประกาศยุบสภา เลือกตั้ง 8 ก.พ. ชูแผนลดภาษีอาหาร หนุน sentiment หุ้นญี่ปุ่น จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
4. เศรษฐกิจจีน Q4 ชะลอตัว แม้ GDP ปี 2025 โตตามเป้า 5% สะท้อนอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ลุ้นทางการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
5. EU เตรียมพิจารณาภาษีตอบโต้สหรัฐฯ 9.3 หมื่นล้านยูโร เพิ่มความไม่แน่นอนต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป
6. IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโต ศก. โลกในปี 2569 ขึ้นสู่ +3.3% จากเดิมที่ +3.1% หนุนจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ที่พุ่งสูง
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
20 January 2026
1. ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง จากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป ในประเด็นกรีนแลนด์ ฟิวเจอร์ส S&P 500 ลดลงเกือบ 0.9% และ Nasdaq 100 ร่วง 1.1% ขณะที่ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปปรับตัวลงแรงสุดในรอบสองเดือน โดยกลุ่มรถยนต์และสินค้าหรูหราถูกขายหนัก ด้านเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า 0.3% ส่วนเงินยูโรแข็งค่าราว 0.4% ตลาดจับตาท่าทีสหภาพยุโรป หลังมีรายงานอาจพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ sentiment การลงทุนระยะสั้น
2. ราคาทองคำและเงินปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปทวีความรุนแรง จากกรณีปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าต่อประเทศยุโรปที่คัดค้านแผนผนวกกรีนแลนด์ ราคาทองคำพุ่ง แตะใกล้ $4,700 ขณะที่ราคาเงินปรับขึ้นมากถึง 4.4% จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำปรับขึ้นแล้วราว 70% ในรอบ 12 เดือน จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าซื้อของธนาคารกลาง และความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด โดยนักวิเคราะห์จาก Citigroup คาดว่าราคาทองอาจแตะ $5,000 และราคาเงินอาจขึ้นถึง $100 ในระยะถัดไป
3. นายกฯญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. 2026 โดยชูนโยบายลดภาษีการบริโภคสินค้าอาหารเป็นการชั่วคราว 2 ปี นโยบายดังกล่าวคาดว่าจะมีต้นทุนราว 5 ล้านล้านเยนต่อปี และสร้างความกังวลด้านวินัยการคลัง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง โดยบอนด์อายุ 30 ปี พุ่งสู่ระดับ 3.61% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลสำรวจชี้คะแนนนิยมทาคาอิจิยังสูงที่ 67% แม้การเลือกตั้งฉับพลันเพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบายในระยะสั้น เราประเมินว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวกต่อประเด็นการเลือกตั้ง จากความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
4. เศรษฐกิจจีนเติบโตชะลอตัวลงในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 แม้ GDP ทั้งปีขยายตัว 5% ตามเป้ารัฐบาล โดย GDP ไตรมาส 4 โตเพียง 4.5% YoY ต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดประเทศหลังโควิด สะท้อนการเติบโตแบบไม่สมดุล การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังประคองตัวได้ แต่ยอดค้าปลีกและการลงทุนอ่อนแอกว่าคาด อุปสงค์ภายในถูกกดดันจากตลาดแรงงานซบและราคาบ้านปรับลด ขณะที่การส่งออกเป็นแรงพยุงหลัก โดย net exports คิดเป็นราวหนึ่งในสามของการเติบโต สูงสุดตั้งแต่ปี 1997 ตลาดการเงินตอบรับจำกัด โดยหุ้นจีน A-shares ขยับขึ้นเล็กน้อย ภาพรวมตอกย้ำความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนในปี 2026 ประเด็นดังกล่าวอาจหนุนให้ทางการจีนพิจารณาการสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากโมเมนตัมทางเศรษฐกิจยังอ่อนแรง
5. สหภาพยุโรปเตรียมพิจารณามาตรการเก็บภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 93,000 ล้านยูโร หากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศยุโรป 10% ตั้งแต่ 1 ก.พ. และอาจเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิ.ย. จากประเด็นความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์ ผู้นำยุโรประบุว่ามาตรการของสหรัฐฯ เป็นการใช้การค้าเป็นเครื่องมือทางการเมือง และกำลังพิจารณาใช้ anti-coercion instrument ซึ่งเปิดทางให้ EU ตอบโต้ได้กว้างกว่าภาษีนำเข้า ความตึงเครียดดังกล่าวเพิ่มความไม่แน่นอนต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปในช่วงต้นปี 2026 กดดันต่อ sentiment การลงทุน
6. IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโต ศก. โลกในปี 2569 ขึ้นสู่ +3.3% จากเดิมที่ +3.1% หนุนจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ที่พุ่งสูงและความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง และได้ปรับคาดการณ์ ศก. สหรัฐฯ และจีนขึ้นสู่ +2.4% และ +4.5% ตามลำดับ
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ZEW Economic Sentiment Index ของยุโรป เดือน ม.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 34 จากก่อนหน้าที่ 33.7