
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักสุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 25 สินทรัพย์เสี่ยงโดนเทขาย ความกังวลภูมิรัฐศาสตร์อาจกลับมากดดันในระยะสั้น
2. ทรัมป์เปิดเผยข้อความ มาครง ก่อนดาโวส กดดันพันธมิตรยุโรป–ขู่เก็บภาษีไวน์ฝรั่งเศส 200% สร้างความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยง
3. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นทำนิวไฮ จากความกังวลนโยบายการคลัง กดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่นระยะสั้น
4. Netflix กำไร Q4/25 ดีกว่าคาด และยอดสมาชิกโตดี แต่หุ้นผันผวนจากคาดการณ์กำไรปี 2026 ต่ำเป้าและดีล M&A
5. ServiceNow จับมือ OpenAI เพื่อใช้โมเดล AI ลงซอฟต์แวร์ธุรกิจ เน้นสร้าง AI Agent ช่วยงาน ส่งผลดีกับกระแส AI ในระยะยาว
6. ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์นำรายได้กลับประเทศขยายวงเงินจากเดิมครั้งละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
7. จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ที่ 3 เพิ่มขึ้น 1%WoW ทั้งนี้เรามองโมเมนตัม นทท. ต่างชาติจะเริ่มดีขึ้น
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
21 January 2026
1. ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง หลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าต่อหลายประเทศยุโรป ก่อนการประชุม World Economic Forum ที่ดาโวส ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์ ส่งผลให้ S&P 500 ร่วง 2.1% ลบผลตอบแทนทั้งปี 2026 ขณะที่ Nasdaq 100 ลดลง 2.1% และดัชนีวัดความผันผวนพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2025 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ 4.29% หลังเผชิญแรงขายพร้อมกับบอนด์ญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ส่วนทองคำพุ่งทำสถิติใหม่เหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์ ภาพรวมสะท้อนความกังวลว่านโยบายภาษีและภูมิรัฐศาสตร์อาจกลับมากดดันตลาดในระยะสั้น
2. ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากโจมตีพันธมิตรยุโรปผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนการประชุม World Economic Forum ที่ดาโวส โดยเผยแพร่ข้อความส่วนตัวจากปธน.แอมานุแอล มาครง และขู่เก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญฝรั่งเศสสูงถึง 200% หลังฝรั่งเศสปฏิเสธสนับสนุน “Board of Peace” ของสหรัฐฯ ทรัมป์ระบุว่ามาตรการภาษีจะทำให้ฝรั่งเศส “ยอมเข้าร่วม” ขณะที่แมครงแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีสหรัฐฯ เรื่องกรีนแลนด์ และมองว่าความพยายามกดดันดังกล่าวเป็นสิ่งยอมรับไม่ได้ ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดที่ขยายวงในความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งด้านความมั่นคง การค้า และบทบาทของ NATO ก่อนการหารือระดับผู้นำที่ดาโวสในสัปดาห์นี้
3. ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นเผชิญแรงขายรุนแรง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งทำสถิติสูงสุด ท่ามกลางความกังวลด้านการคลังจากนโยบายหาเสียงของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่เสนอปรับลดภาษีอาหาร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 40 ปีทะลุระดับ 4% สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มออกตราสารในปี 2007 ขณะที่ การประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี ล่าสุดค่อนข้างซบเซา ตอกย้ำความกังวลเรื่องภาระการกู้ยืมและเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี เรามองว่าตลาดจะให้น้ำหนักต่อผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยแรงกดดันดังกล่าวอาจทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความผันผวนในระยะสั้น
4. Netflix กำไรดีกว่าที่คาดการณ์และยอดสมาชิก ไตรมาส 4 ปี 2025 ทะลุ 325 ล้าน แต่ราคาหุ้นร่วงหลังบริษัทคาดการณ์กำไรปี 2026 ต่ำเป้า เหตุบริษัทเพิ่มงบผลิตขึ้น 10% และปรับข้อเสนอซื้อบริษัท Warner Bros. เป็นเงินสด เพื่อแข่งขันกับ Paramount อีกทั้ง Netflix เล็งขึ้นราคาและดันรายได้โฆษณาเท่าตัว เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานของ Netflix ยังดี แต่ดีล M&A ทำให้หุ้นผันผวนในระยะสั้น
5. ServiceNow ร่วมมือกับ OpenAI ในสัญญา 3 ปี เพื่อใช้โมเดล AI ลงซอฟต์แวร์ธุรกิจ เน้นสร้าง AI Agent ช่วยงานบริการลูกค้าและจัดการระบบไอทีอัตโนมัติ เรามองว่ายังไม่ส่งผลต่อรายได้ในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ส่งผลดีให้ไปกับกระแส AI ในระยะยาว เรามองว่า ServiceNow ยังลงทุนได้
6. ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์นำรายได้กลับประเทศขยายวงเงินจากเดิมครั้งละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเรียกตรวจเอกสารทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และเพิ่มความเข้มงวดให้ธนาคารเรียกตรวจเอกสารธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับทองคำ ลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่า
7. จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ที่ 3 เพิ่มขึ้น 1%WoW หนุนจากจีน, อินเดียและเกาหลีใต้ แต่ลดลง 9%YoY จากฐานปีก่อนสูง ทั้งนี้เรามองโมเมนตัม นทท. ต่างชาติจะเริ่มดีขึ้น YoY ในเดือน ก.พ. จากเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นบวกต่อ CENTEL และ ERW
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Inflation Rate YoY ของสหราชอาณาจักร เดือน ธ.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 3.1% จากก่อนหน้าที่ 3.2%