Bites for Dinner

Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 14 ม.ค. 2569

14 Jan 26 5:12 PM
Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1.ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ อ่อนตัวลง นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายขณะรอรายงานผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
2.กลุ่มธนาคารเผชิญแรงกดดัน ผลประกอบการ JPMorgan ลดลงหลังตั้งสำรองเพิ่มและกังวลนโยบายคุมเพดานดอกเบี้ยใหม่
3.ยอดเกินดุลการค้าจีนทำสถิติสูงสุด ปริมาณการส่งออกขยายตัวหลังกระจายตลาดเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
4.ราคาทองคำทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อแผ่วและแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
5.ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ตลาดคลายความกังวลหลังเวเนซุเอลาเริ่มส่งออกน้ำมันอีกครั้งและสต็อกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
6.SET Index ฟื้นตัวทดสอบแนวต้าน แรงซื้อกลับในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีช่วยหนุนดัชนีปิดบวกหลังปรับฐานต่อเนื่อง

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 4 มกราคม 2569

 

1. ดัชนีฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในคืนนี้ นำโดย Dow Jones ที่ร่วงลงกว่า 133 จุด หลังจากธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan Chase รายงานผลกำไรไตรมาส 4 ลดลงจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่เกี่ยวข้องกับพอร์ตบัตรเครดิต Apple Card นอกจากนี้ Jamie Dimon ซีอีโอของธนาคารยังออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เสนอให้จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มธนาคารทั้งระบบและบีบให้ต้องลดการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้บริโภค ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินเผชิญแรงขายกดดันตลาดโดยรวม

 

2. แม้ตลาดหุ้นจะผันผวน แต่หุ้นกลุ่มธนาคารอื่นอย่าง Bank of America และ Citigroup ที่เตรียมรายงานงบในลำดับถัดไปกลายเป็นจุดโฟกัสของนักลงทุนในการประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้นปี 2026 โดยนักวิเคราะห์ยังจับตาความเห็นของเหล่าผู้บริหารธนาคารต่อกรณีการสอบสวนทางอาญาประธานเฟด เนื่องจากความเป็นอิสระของธนาคารกลางถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน ซึ่งหากถูกแทรกแซงโดยฝ่ายการเมืองอาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์มีความผันผวนอย่างรุนแรงจนยากจะควบคุมในระยะยาว

 

3. จีนรายงานตัวเลขการค้าเกินดุลปี 2025 พุ่งทะลุ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเผชิญกับกำแพงภาษีมหาศาลจากรัฐบาลทรัมป์ โดยจีนได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการกระจายการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาแทนสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่พุ่งสูงนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากยอดการนำเข้าภายในประเทศที่หดตัวลงอย่างหนัก สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังคงเผชิญวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องซึ่งต้องการมาตรการกระตุ้นจากปักกิ่งโดยด่วน

 

4. ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-time High) แตะระดับ 4,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันนี้ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.6% ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าเฟดจะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงที่เหลือของปี ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่านที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการประท้วงนับพันราย ยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลักท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และความเสี่ยงของสงคราม

 

5. ราคาน้ำมันดิบโลกเริ่มพักตัวลดลงประมาณ 0.8% หลังจากที่พุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวัน โดยมีปัจจัยกดดันจากการที่เวเนซุเอลากลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้งภายใต้ข้อตกลงใหม่กับสหรัฐฯ และรายงานสต็อกน้ำมันดิบของ API ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดกว่า 5.23 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันยังคงมีแรงพยุงจากสถานการณ์การประท้วงหยุดงานของคนงานน้ำมันในอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตอันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC ซึ่งหากความไม่สงบขยายวงกว้างจนกระทบการส่งออก อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาดีดตัวขึ้นแรงได้อีกครั้งในระยะสั้น

 

6. ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,244.30 จุด เพิ่มขึ้น 9 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.9 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการฟื้นตัวกลับมาทดสอบแนวต้านสำคัญหลังจากที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างที่ได้รับอานิสงส์จากปัจจัยบวกเฉพาะตัว รวมถึงหุ้นกลุ่มการแพทย์และไฟแนนซ์ที่เริ่มมีแรงซื้อคืนหลังราคาลงมาลึก บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนกลับมาเป็นบวกเล็กน้อย (Selective Buy) ในขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังคงระมัดระวังต่อความผันผวนของค่าเงินและทิศทางตลาดหุ้นโลก

 

-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5