
1. ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนขานรับข่าวประธานาธิบดีทรัมป์ยกเลิกคำขู่เก็บภาษีนำเข้าจากกลุ่มประเทศยุโรป
2. สหรัฐฯ และ NATO บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นปมกรีนแลนด์ เตรียมมุ่งเน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติกและสิทธิในแร่ธาตุหายาก
3. ราคาทองคำชะลอการปรับตัวขึ้น แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงหลังจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตรคลี่คลาย
4. จับตารายงานผลประกอบการ Intel ตลาดรอดูตัวเลขกำไรและความคืบหน้าในการรุกตลาดชิป AI หลังได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจาก Nvidia
5. ติดตามดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ นักลงทุนรอประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟดผ่านตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลคืนนี้
6. SET Index พักตัวหลังบวกต่อเนื่อง ดัชนีอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรในกลุ่ม ICT แต่ยังได้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ช่วยประคอง
1. ดัชนีฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ขยับบวกในกรอบ 0.1% - 0.5% ในช่วงบ่ายวันนี้ สะท้อนภาพการรีบาวด์ต่อเนื่องหลังจากที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเมื่อวันพุธ แรงหนุนสำคัญมาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกคำขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งมาตรการดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงติดตามรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสายการบินที่โชว์ผลงานได้ดี สวนทางกับ Netflix ที่เผชิญแรงขายหลังตัวเลขคาดการณ์ในอนาคตออกมาต่ำกว่าที่ตลาดต้องการ
2. สถานการณ์กรณีเกาะกรีนแลนด์เริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นหลังจากการหารือระหว่างสหรัฐฯ และผู้นำกลุ่ม NATO โดยมีรายงาน "กรอบความตกลงในอนาคต" ที่จะเปลี่ยนจากการบังคับครอบครองดินแดนมาเป็นการทำข้อตกลงด้านความมั่นคงร่วมกับเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงการตั้งฐานทัพและการขยายอิทธิพลในแถบอาร์กติก นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังจะได้รับสิทธิเป็นลำดับแรกในการเข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) บนเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การผ่อนปรนท่าทีของทรัมป์ในเวทีโลกครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในระยะสั้น
3. ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4,826 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 4,900 ดอลลาร์ในวันก่อนหน้า การย่อตัวลงนี้สะท้อนถึงการไหลออกของเม็ดเงินจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เมื่อความกังวลเรื่องภาษีนำเข้ายุโรปเริ่มเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงรักษาฐานราคาได้ค่อนข้างสูงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังค้างคาอยู่ โดยนักลงทุนบางส่วนเริ่มปรับจุดโฟกัสไปที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำได้โดยตรง
4. Intel เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดคืนนี้ ภายใต้การนำของ Lip-Bu Tan ซึ่งมุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน ตลาดต้องการเห็นความคืบหน้าของผลิตภัณฑ์ชิป AI รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาแข่งขันในตลาด PC และ Server รวมถึงผลจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า Intel จะสามารถทวงคืนความเชื่อมั่นและส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI อย่างเต็มตัวได้หรือไม่
5. ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ นักลงทุนเฝ้าติดตามดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญมากที่สุด โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) จะทรงตัวอยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ข้อมูลนี้จะทำงานร่วมกับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าระดับ 200,000 ราย ซึ่งหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินแบบระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยช่วงต้นปีนี้
6. ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดที่ 1311.64 จุด ลดลง 5.92 จุด (-0.45%) ยุติการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 6 วัน โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่ม ICT นำโดย TRUE อย่างไรก็ตาม ดัชนียังได้หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA ช่วยพยุงไว้ไม่ให้ปรับลดลงรุนแรง บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 7.3 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงกระแสเงินทุนที่ยังหมุนเวียนอยู่ในระบบเพื่อรอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b