
1. ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ขยับบวกต่อเนื่อง นักลงทุนขานรับรายงานผลประกอบการชุดใหม่และความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง
2. Mercedes-Benz เผชิญมรสุมใหญ่ กำไรปี 2025 ดิ่งฮวบ เซ่นพิษตลาดจีนและต้นทุนพุ่ง
3. Cisco Systems อ่วมปัญหาต้นทุนชิป AI ราคาหุ้นร่วงหนักกว่า 7% หลังอัตรากำไรขั้นต้นพลาดเป้าจากราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง
4. ราคาทองคำและโลหะเงินอ่อนตัวลง สินค้าโภคภัณฑ์เผชิญแรงขายทำกำไรหลังดอลลาร์รีบาวด์จากตัวเลขจ้างงานที่ร้อนแรงเกินไป
5. ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นประคองตัว ตลาดกังวลอุปทานสะดุดหลังมีรายงานสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 สู่ตะวันออกกลาง
6. SET +2.11% ทะยานปิดสูงสุดรอบปี แรงซื้อ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่องขานรับชัยชนะของ "พรรคภูมิใจไทย" และเสถียรภาพรัฐบาลใหม่
1. ดัชนีฟิวเจอร์สขยับขึ้นในกรอบ 0.3% ในช่วงบ่ายวันนี้ สะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นหลังจากดัชนี Dow Jones สามารถยืนเหนือระดับ 50,000 จุด ได้อย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ตลาดเผชิญความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) ที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ที่เลื่อนมาจากสัปดาห์ก่อนออกมา "ร้อนแรง" จนทำให้นักลงทุนต้องปรับคาดการณ์ช่วงเวลาการลดดอกเบี้ยของเฟดออกไปเป็นเดือนกรกฎาคมแทน
2. Mercedes-Benz (ETR:MBGn) ค่ายรถยนต์หรูระดับโลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังรายงานผลกำไรปี 2025 ร่วงลงถึง 57% ขณะที่รายได้ภาพรวมลดลง 9% โดยทางบริษัทระบุว่าอัตรากำไรในส่วนธุรกิจรถยนต์อาจปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปอีกในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาอันท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าจากการที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่พุ่งสูง สภาวะตลาดที่ซบเซาอย่างหนักในประเทศจีน รวมถึงมาตรการภาษีศุลกากรระหว่างประเทศที่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
3. Cisco Systems (CSCO) รายงานผลประกอบการที่สร้างความผิดหวังในด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) โดยปรับลดลงเหลือ 67.5% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 68.1% ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงทันทีในตลาด After-hours สาเหตุสำคัญมาจากราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) ทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากการที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีแย่งชิงทรัพยากรไปสร้าง Data Center สำหรับ AI แม้ว่ายอดสั่งซื้อระบบที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ Cisco จะพุ่งเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นกลายเป็นปัจจัยลบที่ฉุดรั้งการเติบโตของกำไร
4. ราคาทองคำสปอตอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 5,047 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งทำให้ดอลลาร์ดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคายังทรงตัวได้เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์จากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นรับข่าวว่าวอชิงตันกำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าสู่พื้นที่ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านหลังการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ที่โอมานยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
5. ในคืนพรุ่งนี้ (วันศุกร์) ตลาดเฝ้ารอรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมกราคม โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ 2.7% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า นักวิเคราะห์จาก RBC Economics เตือนว่ามาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์เริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น และอาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ติดหล่มอยู่ที่ระดับ 3% ไปตลอดทั้งปี 2026 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เฟดไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็วนัก
6. SET Index ปิดตลาดที่ 1,441.45 จุด (+29.83 จุด/ +2.11%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 7.8 หมื่นล้านบาท ดัชนีพุ่งแรงทะลุแนวต้านสำคัญรับข่าวผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง (191 ที่นั่ง) ส่งผลให้มีความชัดเจนเรื่องนโยบายต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่นำตลาดในวันนี้คือกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี นำโดย PTTEP (+4.2%) และกลุ่มสื่อสาร ADVANC (+2.0%) บรรยากาศการลงทุนเป็นภาพของ Fund Flow ที่ไหลเข้าต่อเนื่องเพื่อรอรับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารเศรษฐกิจทันที
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b