Bites for Dinner

Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 27 มี.ค. 2569

27 Mar 26 5:00 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงสงครามและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง

2. ทรัมป์ขยายเส้นตายโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านถึง 6 เมษายน เพื่อเปิดทางการเจรจา แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อเนื่อง

3. ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก

4. ราคาทองคำฟื้นตัว จากแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเป็นลบในภาพรวมรายสัปดาห์

5. จับตาผลประกอบการ Carnival ท่ามกลางต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งอาจกดดันผลกำไรของธุรกิจเรือสำราญในปีนี้

6. ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.29% ปรับขึ้นสวนทิศทางภูมิภาค ทดสอบที่ระดับ 1450

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 27 มีนาคม 2569

 

1. ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว โดย Dow Jones Futures เพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่ S&P 500 ปรับขึ้น 0.1% และ Nasdaq 100 Futures เพิ่มขึ้น 0.1% โดยสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้สหรัฐฯ จะขยายเส้นตายการโจมตีเพื่อเปิดทางการเจรจา แต่การสู้รบยังดำเนินต่อไป และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานยังคงอยู่ รายงานของ OECD เตือนว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และกระตุ้นเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หลังมีสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจให้ความสำคัญกับผลกำไรและกระแสเงินสดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ชะลอลงในระยะถัดไป

 

2. ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความพยายามของสหรัฐฯ ในการเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาทางการทูต โดยทรัมป์ระบุว่าการหารือกับอิหร่านกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังปฏิเสธการเจรจาอย่างเป็นทางการ ขณะที่การสู้รบในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป ความไม่สอดคล้องของข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายส่งผลให้ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมตลาดการเงินโลก และทำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์ของการเจรจาจะมีผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก

 

3. ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกยังคงถูกปิดโดยพฤตินัย เส้นทางดังกล่าวมีสัดส่วนการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคสร้างแรงกดดันต่ออุปทานพลังงานและผลักดันราคาน้ำมันให้ทรงตัวในระดับสูง สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อทั่วโลก และอาจทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป แม้เศรษฐกิจจะเผชิญความเสี่ยงจากการชะลอตัวก็ตาม จึงทำให้ราคาน้ำมันกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกในระยะสั้น

 

4. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ยังมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเป็นลบในภาพรวมรายสัปดาห์ เนื่องจากแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น และสนับสนุนมุมมองว่าธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอย่างทองคำ แม้จะยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทิศทางระยะสั้นของทองคำยังขึ้นอยู่กับค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

 

5. Carnival Corp. เตรียมรายงานผลประกอบการ โดยนักลงทุนจับตาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ธุรกิจเรือสำราญพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงในสัดส่วนสูง ทำให้ต้นทุนมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงาน นักวิเคราะห์ระบุว่า Carnival เป็นสายการเดินเรือรายใหญ่เพียงรายเดียวในสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้ผลกำไรมีความเสี่ยงต่อ Energy Shock มากกว่าคู่แข่ง ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่า 18% ตั้งแต่ต้นปี สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มต้นทุนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

 

6. ดัชนี SET ปิดที่ 1447.05 จุด (+4.13จุด/ +0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 6.3 หมื่นลบ. โดย SET ปรับขึ้นสวนทิศทางภูมิภาค ทดสอบที่ระดับ 1450 ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในตอนบ่ายจากแรงขาย DELTA เป็นหลัก ท่ามกลางความเสี่ยงตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อสรุป ด้านอุตสาหกรรมที่ปรับขึ้น นำโดย อาหาร วัสดุก่อสร้าง เกษตร ขนส่ง ปิโตรฯ และพลังงาน ขณะที่อุตสาหกรรมที่ปรับลง นำโดย อสังหาฯ ICT ชิ้นส่วนอิเล็กฯ และท่องเที่ยว ด้านหุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์ BTG (+13.08%) CPF (+4.00%) FM (+4.06%) TFG (+1.72%) GFPT (+1.62%) ได้อานิสงส์ราคาเนื้อหมูและไก่ปรับขึ้นตั้งแต่ต้น มี.ค. 2569 และคาดจะต่อเนื่องอีกจากสภาพอากาศร้อนที่กดดันผลผลิต ขณะที่อุปสงค์ทรงตัว และต้นทุนที่ปรับขึ้นตามราคาสินค้าเกษตร

 

-----

ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5