
1. ดัชนี Futures ของสหรัฐฯ ปรับตัวในแดนบวก รับข่าวทรัมป์พร้อมยุติปฏิบัติการทางทหาร แม้ไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
2. ทรัมป์พร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ สะท้อนความต้องการยุติสงครามของสหรัฐฯ
3. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงหนักเข้าใกล้สู่ Bear Market ด้านค่าเงินวอนอ่อนทะลุ 1,500 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ
4. เยอรมนีปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2026-2027 พร้อมเพิ่มแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยมีเหตุจากสงคราม
5. จีนยืนยันเรือ 3 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับแต่เริ่มสงคราม ช่วยลดแรงกดดันต่อสงครามได้เล็กน้อย
6. SET ปิด -0.10% ถูกกดดันจากสงคราม ขณะที่ตลาดคาดหวังการเดินหน้านโยบายของรัฐบาลช่วยสนับสนุนหุ้นใหญ่
1. ดัชนี Futures หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันยังขยับขึ้นต่อจากรอบการพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ท่ามกลางสงครามในอิหร่านที่ยังรุนแรงอยู่ อย่างไรก็ตามตลาดรับข่าวบวกจากทรัมป์ที่ระบุว่า พร้อมยุติปฏิบัติการทางทหาร แม้อิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
2. WSJ รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า ทรัมป์บอกที่ปรึกษาว่าพร้อมจะยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังปิดเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลหลักคือทีมความมั่นคงประเมินว่า ถ้าจะใช้ปฏิบัติการทหารเต็มรูปแบบเพื่อเปิดฮอร์มุซ จะยืดสงครามเกินกรอบเวลาที่ทรัมป์ต้องการคือราว 4–6 สัปดาห์ ทำให้เขาเลือกโฟกัสที่การทำลายกองทัพของอิหร่านเป็นหลัก แล้วค่อยใช้แรงกดดันทางการทูตให้ผ่อนคลายการปิดช่องแคบ
3. KOSPI ดิ่งลง 4.3% ในวันอังคาร ร่วงรวม 19.9% จากจุดสูงสุด ใกล้เข้าสู่ Bear Market โดยการร่วงรายเดือน 19% ถือเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 ค่าเงินวอนอ่อนค่าทะลุ 1,500 ต่อดอลลาร์ นักลงทุนต่างชาติ Net Sell หุ้น KOSPI สูงถึง 35.9 ล้านล้านวอน ($23.5B) ซึ่งเป็น Outflow สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการขายหนักที่สุดอยู่ในหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งร่วงกว่า 20% ในเดือนมีนาคม
4. สถาบันเศรษฐกิจชั้นนำของเยอรมนีปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2026 เหลือ 0.6% จาก 1.3% และปี 2027 เหลือ 0.9% จาก 1.4% เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่คาดการณ์ เงินเฟ้อพุ่งขึ้นเป็น 2.8% ทั้งสองปี จากเดิม 2.0% และ 2.3% ตามลำดับ โดยราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจเยอรมนีที่ยังฟื้นตัวได้ช้าอยู่แล้ว ทั้งนี้ Core Inflation ยังทรงตัวที่ 2.5%
5. จีนยืนยันว่ามีเรือ 3 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้คือ เรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมัน/ก๊าซอีกบางส่วน โดยเรือทั้งสองเป็นเรือคอนเทนเนอร์สัญชาติไม่ใช่อิหร่านลำแรกที่ออกจากอ่าวเปอร์เซียนับแต่เริ่มสงคราม นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่จดทะเบียนมอลตา ขนน้ำมันซาอุฯ ไปอินเดีย และเรือบรรทุกก๊าซ LPG สัญชาติอินเดียอีก 2 ลำที่สามารถผ่านออกมาได้เช่นกัน แต่ยังมีเรือการค้าหลายร้อยลำติดค้างอยู่ในพื้นที่ เสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยและเส้นทางค้าพลังงานโลก
6. SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบสลับบวกลบ กดดันจากความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลอำนาจเต็มมีความคืบหน้าหนุนแรงซื้อวงกว้าง โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้อานิสงส์จากการจัดตั้งรัฐบาล คาดหวังการเดินหน้านโยบาย เช่น คนละครึ่งพลัส หนุนกำลังซื้อ BJC (+6.29%) CPALL (+2.25%) MTC (+2.68%) TIDLOR (+3.50%) Direct PPA และ PDP 2026 BGRIM (+4.39%) GPSC (+1.49%) WHAUP (+3.72%) SSP (+2.29%)
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b