ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจัยมหภาคจะออกมาในทิศทางบวกโดย FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% พร้อมส่งสัญญาณมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจในลักษณะ Goldilocks และสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศกลับมาซื้อพันธบัตรระยะสั้น (T-bill) เพื่อเสริมสภาพคล่อง อย่างไรก็ดีตลาดปรับตัวลง -0.2% หลังแรงเทขายในกลุ่มเทคฯช่วงท้ายสัปดาห์เพิ่มขึ้นจากความกังวลการลงทุนในกลุ่มเทคฯที่เพิ่มขึ้น แต่ผลตอบแทนยังไม่เท่ากับที่ตลาดคาดหวัง
ภาพรวม – ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจัยมหภาคจะออกมาในทิศทางบวกโดย FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% พร้อมส่งสัญญาณมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจในลักษณะ Goldilocks และสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศกลับมาซื้อพันธบัตรระยะสั้น (T-bill) เพื่อเสริมสภาพคล่อง อย่างไรก็ดีตลาดปรับตัวลงหลังแรงเทขายในกลุ่มเทคฯช่วงท้ายสัปดาห์เพิ่มขึ้นจากความกังวลการลงทุนในกลุ่มเทคฯที่เพิ่มขึ้น แต่ผลตอบแทนยังไม่เท่ากับที่ตลาดคาดหวังสะท้อนผ่านงบ ORCL AVGO กดดันทำให้ Peer ปรับลงตาม ส่วนในฝั่งเอเชียมีแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดที่จะส่งผลต่อแนวโน้มกำไร รวมถึงการบริโภคที่ชะลอตัวลง
กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (15– 19 ธ.ค.) เราแนะติดตาม 1) การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น BoJ BoE ECB 2) ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น CPI, ยอดค้าปลีก, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, การผลิตภาคอุตสาหกรรม 3) ข้อมูลเศรษฐกิจจีน เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก 4) ผลประกอบการที่จะประกาศได้แก่ Accenture, Cintas, FedEx, Lennar, Micron, Nike, Paychex
เราประเมินว่าตลาดในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวน โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับปัจจัยมหภาคมากกว่าจุลภาคและให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อประเมินว่าทิศทางการลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปหรือทิศทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร แม้ว่า Fed จะดอกเบี้ยไปแล้ว นอกจากนี้ แม้ว่าผลประกอบการของ กลุ่มเทคโนโลยี โดยรวมจะมีแนวโน้มเติบโตได้ดี แต่ด้วยระดับความคาดหวังของตลาดที่สูงมาก อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนในราคาหุ้นกลุ่มนี้ได้
ด้วยภาพนี้แนวโน้มตลาดที่มีทิศทางผันผวน ทำให้เราแนะนำอยู่ในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตดีและเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่คาดผลประกอบการออกมาดีและแนวโน้มเติบโต อย่าง MSFT WMT AMZN และ DR อย่าง XIAOMI23 HORIZON23