ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปิดในแดนบวก ขานรับความหวังในการยุติสงครามในตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดีอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจา และประธานาธิบดีทรัมป์ท่าทีอ่อนลงเรื่องการใช้กำลังทหาร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลง
Nvidia ลงทุน $2bn ใน Marvell สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ โดยให้ Marvell นำชิปและอุปกรณ์เครือข่ายเข้าเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม NVDA ซึ่งเป็นบวกต่อ MRVL ในฐานะผู้นำตลาด รวมถึงมองบวกต่อหุ้นกลุ่มเชื่อมต่อข้อมูลและ optical (เช่น Marvell, Lumentum) ควบคู่กับผู้นำอย่าง Nvidia
CoreWeave ระดมทุนผ่านเงินกู้ที่มี GPU และสัญญาลูกค้า (เช่น Meta) เป็นหลักประกัน โดยดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของ AI capex supercycle สะท้อนได้ว่าการลงทุน AI ยังคงเติบโต ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่ม GPU, data center, และผู้ให้บริการ cloud เช่น NVDA AMD MSFT AMZN GOOGL CRWV
Big Pharma เร่งดีลขนาดกลาง ซึ่งกลุ่มไม่ได้ซื้อเพื่อเพิ่มรายได้ทันที แต่เน้นเติมยาที่อยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อหนุนการเติบโต โดยคาดดีลลักษณะนี้จะเกิดต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทที่มีเงินสดสูง (เช่น LLY) จะได้เปรียบและมองบวกต่อ GS หลังเชี่ยวชาญในการเป็นที่ปรึกษาหลักในดีล Healthcare ขนาดใหญ่และกลาง
L’Oreal ซื้อสิทธิ์ผูกขาด Kering Beauté 50 ปี ช่วยเสริมพอร์ต High-luxury และประหยัดต่อขนาด ขณะที่ Kering ได้ความยืดหยุ่นทางการเงิน มองเป็นลบต่อ Coty ที่เสียสิทธิ์แบรนด์หลักอย่าง Gucci ไป ส่วนกลุ่มสินค้าหรูยังมองบวก Hermes มากกว่าจากรายได้ที่มั่นคงสูง
งบ Nike 3Q26 กำไรดีกว่าคาดแต่ปรับเป้า 4Q26 ลง 2-4% จากเหตุสงครามในอิหร่าน ขณะที่ตลาดจีนยังซบเซา ทว่าเริ่มเห็นสัญญาณบวกในสหรัฐฯ ผ่านช่องทาง Wholesale ตามกลยุทธ์ใหม่ มองการฟื้นตัวต้องใช้เวลาและยังเสี่ยงจากกำแพงภาษี (Tariffs) ที่กดดันมาร์จิ้น ระยะสั้นยังเป็นลบ
ยอดจัดส่งมือถือจีน ก.พ. 2026 ร่วง 13% จากต้นทุนชิปพุ่ง ด้าน Huawei รายได้โตชะลอเหลือ 2.2% หลัง iPhone 17 โตสวนตลาด 4% พร้อมรุก AI ใน iOS 27 มอง Apple ยังแกร่งในตลาดพรีเมียมและได้อานิสงส์จากฟีเจอร์ AI ใหม่ ส่งผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานอย่าง Hon Hai และ Largan
Zhipu รายได้โตแรง +132% แต่ขาดทุนพุ่งจากการแข่งขัน AI จีนที่รุนแรง โดยเร่ง scale ผ่านการขึ้นราคา API ใช้ชิปในประเทศ และขยาย ecosystemสะท้อนอุตสาหกรรมยังอยู่ช่วงลงทุนหนัก กดกำไรระยะสั้นแต่หนุนดีมานด์ต่อ supply chain อย่าง เช่น Cambricon SMIC23 HUAHONG23 ZAI23
UBTech รายได้โต +53% และธุรกิจหุ่นยนต์มนุษย์พุ่งแรง สะท้อนการเริ่มขายจริง ขณะที่ขาดทุนลดลงแต่ยังอยู่ช่วงลงทุนขยายตลาดมองบวกระยะยาวต่อธีม humanoid robot อย่าง UBTECH23 และ supply chain ที่ได้อานิสงส์
WeRide รายได้โตแรง +123% และขาดทุนลดลง ขณะที่ WeRide และ Baidu เร่งขยาย Robotaxi เชิงพาณิชย์ในตะวันออกกลางร่วมกับ Uber แม้ยังไม่เห็นกำไรชัดจากต้นทุนและการแข่งขันสูงสะท้อนอุตสาหกรรมเริ่มสร้างรายได้แล้ว แต่กำไรยังจำกัด โดยผู้ที่มี ecosystem ครบอย่าง Uber