PDF Available  
Macro Making Sense

ประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่เอเชีย

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|22 Jun 26 7:41 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • ภูมิภาคเอเชียตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากสามปัจจัยหลัก คือ วิกฤตราคาพลังงาน การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และการกลับทิศของกระแสเงินทุน ซึ่งมีต้นตอจากข้อพิพาททางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ดันราคา Brent ขึ้นไปแตะ 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนปรับฐานลงราว 37% สู่ระดับประมาณ 80 ดอลลาร์หลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซกลางเดือนมิถุนายน ในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ เอเชียได้รับผลกระทบผ่านสามกลไกหลัก คือ ดุลบัญชีเดินสะพัด การอ่อนค่าของสกุลเงิน และการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดย ADB ปรับลดประมาณการ GDP ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียปี 2026 ลงเหลือ 4.7%
  • ในกลุ่มประเทศที่เปราะบาง อินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันรุนแรงที่สุด รูเปียห์ทะลุ 18,000 ต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรก จากปัญหาที่ INVX วิเคราะห์ว่าเป็นเรื่อง "เฉพาะตัว" (idiosyncratic) เป็นหลัก ทั้งความกังวลด้านความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ความน่าเชื่อถือทางการคลังจากนโยบายสวัสดิการขนาดใหญ่ของ Prabowo และความเสี่ยงถูกลดชั้นจาก MSCI ส่วนฟิลิปปินส์เผชิญภาวะ stagflation เต็มรูปแบบ (GDP โตเพียง 2.8% เงินเฟ้อ 6.8% ขาดดุลแฝด) บวกปัญหาธรรมาภิบาลจากกรณีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม แต่น่าจะเป็น "slow-burn crisis" มากกว่าวิกฤตฉับพลัน ด้วยแรงหนุนจาก remittances และทุนสำรองที่เพียงพอ ขณะที่อินเดียมีพื้นฐานเศรษฐกิจจริงที่แข็งแกร่ง (ADB คาดโต 6.9%) แต่เปราะบางที่ "บัญชีทุน" จากแรงปะทะของน้ำมัน เงินทุนไหลออก และภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 50% พร้อมกัน

  • ในทางตรงข้าม เวียดนามเป็น "ดาบสองคม" ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดแต่ก็เสี่ยงสูงสุดจากน้ำมันและภาษีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยเงินดองอ่อนค่าจากส่วนต่างดอกเบี้ย ความไม่สมดุลของเงินตราต่างประเทศ และการเก็งกำไรทองคำ ส่วนมาเลเซียเป็น "ผู้ชนะเงียบ" (silent winner) ในฐานะผู้ส่งออกพลังงานสุทธิที่ได้ประโยชน์ช่วงราคาน้ำมันแพง ประกอบกับพื้นฐานแข็งแกร่ง (GDP โต 5.4% เงินเฟ้อต่ำ 1.9% ส่งออกพุ่งจากวัฏจักร AI) แม้ผลประโยชน์ด้านราคาน้ำมันจะหมดลงหลัง Brent ปรับลงสู่ราว 80 ดอลลาร์

  • INVX สรุปว่าแรงกดดันด้านค่าเงินรอบนี้ "รุนแรงในระดับประเทศ" แต่โอกาสลุกลามเป็นวิกฤตการเงินเอเชียแบบปี 1997 ยังจำกัด ด้วยเหตุผลสามข้อ คือ ต้นตอเป็นปัญหาเฉพาะตัวรายประเทศไม่ใช่การก่อหนี้ดอลลาร์เกินตัวทั้งระบบ ทุนสำรองและกันชนการคลังแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก และกลไกทุนสมัยใหม่ทำงานแบบ "คัดแยกตามคุณภาพ" ไม่ใช่ตื่นตระหนกเหมารวม โดยช่องทางที่ยังต้องเฝ้าระวังคือ "sentiment channel" สำหรับไทยอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์สุทธิในฐานะ "ที่หลบภัยคุณภาพ" (defensive quality play) ดึงเงินทุนหนีภัยเข้ามา (ไหลเข้าสุทธิ 900 ล้านดอลลาร์ ดัชนีหุ้น +26%) แม้ยังเผชิญความท้าทายจากศักยภาพการเติบโตที่ต่ำสุดในกลุ่มและความเสี่ยงด้านการคลัง

  • ไทยเร่งวางรากฐานเซมิคอนดักเตอร์ นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้ง บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ เรามองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยระยะยาว โดยระยะแรกจะต่อยอดฐานเดิมใน OSAT, IC Design และ Advanced Electronics แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การดึงการลงทุนใน Wafer Fabrication และ Advanced Packaging ซึ่งเป็นกิจกรรมมูลค่าเพิ่มสูง
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5