Crypto Weekly Pulse

คริปโทยังเผชิญแรงกดดัน แล้วสัปดาห์หน้าตลาดจะไปทางไหนต่อ?

30 Jul 26 3:29 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ท่าทีของคณะกรรมการยังไม่เป็นไปในทางเดียวกัน ขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังประเมินว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือน ก.ย. โดยให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยที่ 3% ซึ่งอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม INVX ยังคงมุมมองว่าปีนี้ Fed จะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ย

 

  • ในช่วงที่ผ่านมา ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวระหว่างประมาณ 62,700–65,700 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 1,850–1,980 ดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดยังขาดปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน

 

  • Bitcoin Exchange Netflow แสดงให้เห็นว่า Bitcoin เริ่มไหลออกจาก Exchange เล็กน้อย ขณะที่ยังไม่พบสัญญาณแรงขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าภาพรวมตลาดยังเป็นกลางค่อนไปทางบวก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการไหลออกยังไม่มากพอที่จะทำให้ Supply ในตลาดตึงตัว หรือเป็นปัจจัยหนุนราคาที่ชัดเจน

 

  • Percent Supply in Profit ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 56% สะท้อนว่าผู้ถือ Bitcoin จำนวนมากกลับมาอยู่เหนือราคาทุน และแรงกดดันจากการขายขาดทุนเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยต้องติดตามว่าตัวชี้วัดจะสามารถยืนเหนือระดับ 60% ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

 

  • Tokenization & Blockchain Adoption ได้รับแรงหนุนจากการที่ BNY (The Bank of New York Mellon) เปิดตัวระบบทะเบียนกองทุนบน Blockchain สำหรับธุรกิจ Transfer Agency มูลค่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า Blockchain กำลังถูกนำมาใช้จริงในโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงิน แม้จะเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อธีม Tokenization แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหนุนราคา Bitcoin หรือ Ethereum โดยตรง

 

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ต้องติดตามคือ ISM Non-Manufacturing PMI ถ้าออกมาสูงกว่าตลาดคาดจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ท่าทีของคณะกรรมการยังไม่เป็นไปในทางเดียวกัน ขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังประเมินว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือน ก.ย. โดยให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยที่ 64.3% ซึ่งอาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม INVX ยังคงมุมมองว่าปีนี้ Fed จะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ย

ในช่วงที่ผ่านมา ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวระหว่างประมาณ 62,700–65,700 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 1,850–1,980 ดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดยังขาดปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน

 

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

 

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ต้องติดตามคือ ISM Non-Manufacturing PMI หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ ของเดือน ก.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 5 ส.ค.ซึ่งตัวเลขนี้คือดัชนีชี้นำที่ใช้วัดทิศทางการเติบโตของภาคบริการในสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของ GDP โดยถ้าออกมาสูงกว่าตลาดคาดจะแสดงถึงความร้อนแรงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออาจจะยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-07-30-160444.png

Source : TradingView as of 30 July 2026

 

Key Highlight 1 :  Bitcoin ไหลออกจาก Exchange เล็กน้อย แรงขายยังไม่เร่งตัว ขณะที่ Supply ยังไม่ตึงตัว สะท้อนภาพรวมเป็นกลางค่อนไปทางบวก แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหนุนราคาที่ชัดเจน

 

a0c5ce91-c986-4b6e-adea-096cad6913d4.jpg

Source : CryptoQuant as of 28 July 2026

 

1. Bitcoin ไหลออกจาก Exchange เล็กน้อย แต่ยังไม่มากพอให้ Supply ตึงตัว

 

Bitcoin Exchange Netflow แบบค่าเฉลี่ย 30 วันอยู่ที่ประมาณ 1,300 BTC จากสัปดาห์ก่อนที่เป็นบวกเล็กน้อยราว +300 BTC

ตัวเลขติดลบหมายความว่า Bitcoin ไหลออกจาก Exchange มากกว่าไหลเข้า แต่ระดับปัจจุบันยังไม่มากเมื่อเทียบกับจุดต่ำราว 11,500 BTC ในเดือนตุลาคม 2025 จึงยังไม่สะท้อนการถอนเหรียญครั้งใหญ่หรือภาวะ Supply Shortage

 

2. ยังไม่พบสัญญาณว่านักลงทุนเร่งนำ Bitcoin เข้ามาขาย

 

Exchange Inflow ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ Netflow เคลื่อนไหวใกล้ศูนย์ จึงยังไม่เห็นสัญญาณว่าเหรียญกำลังไหลเข้าสู่ Exchange เพื่อเตรียมขายอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณ Bitcoin ที่ไหลออกก็ยังไม่มากพอจะลดจำนวนเหรียญที่พร้อมขายในตลาดอย่างชัดเจน

 

3. ภาพรวมเป็นกลางค่อนไปทางบวก แต่ยังไม่ใช่แรงหนุนราคา

 

ข้อมูลปัจจุบันยังไม่ยืนยันทั้งแรงขายที่เพิ่มขึ้นและภาวะ Supply ตึงตัว

หาก Netflow เปลี่ยนเป็นบวกต่อเนื่องพร้อม Exchange Inflow เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณความเสี่ยงด้านแรงขาย ในทางกลับกัน หาก Netflow ติดลบต่อเนื่องพร้อม Exchange Balance ลดลงชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกด้าน Supply

ดังนั้น ภาพปัจจุบันจึงถือว่า เป็นกลางค่อนไปทางบวกเล็กน้อย เพราะแรงขายยังไม่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่แข็งแรงพอจะช่วยหนุนราคาได้ด้วยตัวเอง

 

 

Key Highlight 2 :  ผู้ถือ Bitcoin กลับมาอยู่ในกำไรมากขึ้น แรงกดดันจากการขาดทุนลดลง แต่ตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

 

1bd00e06-899f-440c-bba5-1b2845590cd0.jpg

Source : CryptoQuant as of 28 July 2026

 

1. ผู้ถือ Bitcoin กลับมาอยู่ในกำไรมากขึ้น

 

สัดส่วน Bitcoin Supply ที่อยู่ในสถานะกำไรฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 56% จากจุดต่ำในเดือนมิถุนายนที่ราว 47% ขณะที่ราคา Bitcoin ซื้อขายใกล้ 63,000 ดอลลาร์

การเพิ่มขึ้นประมาณ 8.9 จุดเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า Bitcoin จำนวนมากกลับมาอยู่เหนือราคาต้นทุนของผู้ถือ หลังจากก่อนหน้านี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของ Supply อยู่ในภาวะขาดทุน

 

2. แรงกดดันจากการขาดทุนลดลง แต่ตลาดยังเปราะบาง

 

การฟื้นของ Percent Supply in Profit สะท้อนว่าแรงกดดันด้านผลขาดทุนของผู้ถือเริ่มลดลง ผู้ถือบางส่วนที่เคยติดลบกลับมาใกล้จุดคุ้มทุนหรือกลับมาอยู่ในกำไร

อย่างไรก็ตาม ระดับ 56% ยังถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับช่วงตลาดแข็งแรง จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโครงสร้างตลาดฟื้นตัวเต็มที่หรือกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นแล้ว

 

3. จับตา 60% เพื่อยืนยันการฟื้น และ 50% เพื่อประเมินความเสี่ยง

 

หากตัวชี้วัดสามารถยืนเหนือ 60% ได้ต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าฐานต้นทุนของผู้ถือดีขึ้น และความเสี่ยงจากการขายขาดทุนหรือ Capitulation ลดลง

ในทางกลับกัน หากสัดส่วนลดกลับต่ำกว่า 50% จะหมายความว่า Bitcoin มากกว่าครึ่งหนึ่งของ Supply กลับมาอยู่ในภาวะขาดทุน ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันทางจิตวิทยาและความเสี่ยงจากการขายออก

 

สรุป: ภาพรวมดีขึ้นจากเดือนมิถุนายน แต่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ โดยระดับ 60% และ 50% จะเป็นจุดสำคัญในการประเมินทิศทางตลาดต่อไป

 

 

Key Highlight 3 : BNY เดินหน้าพัฒนาธุรกิจนายทะเบียนกองทุนมูลค่า 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ บนโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain

 

1. ภาพรวมพัฒนาการของ BNY

 

BNY หรือ The Bank of New York Mellon Corporation เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินและธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สินรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำหน้าที่ดูแล เก็บรักษา ชำระราคา และบริหารข้อมูลสินทรัพย์ให้แก่กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคาร และนักลงทุนสถาบันทั่วโลก ปัจจุบัน BNY ดูแลสินทรัพย์ภายใต้การรับฝากและบริหารมากกว่า 59 ล้านล้านดอลลาร์

 

ล่าสุด BNY เปิดตัวแพลตฟอร์ม Transfer Agency บน Blockchain สำหรับลูกค้าสถาบัน โดยนำข้อมูลการถือครองกองทุน ธุรกรรมของผู้ลงทุน และทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนขึ้นไปบันทึกบนบัญชีแยกประเภทดิจิทัล แพลตฟอร์มจะเริ่มรองรับกองทุน Tokenized จาก Baillie Gifford, BlackRock และ BNY Dreyfus ขณะที่ธุรกิจ Transfer Agency ของ BNY เพียงส่วนเดียวก็ดูแลสินทรัพย์ประมาณ 8.6 ล้านล้านดอลลาร์ ครอบคลุมบัญชีนักลงทุนราว 7.6 ล้านบัญชี

 

จุดสำคัญของข่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำหน่วยลงทุนมาออกในรูป Token แต่เป็นการที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลกกำลังนำ ระบบทะเบียนและกระบวนการหลังบ้านของกองทุน ขึ้นสู่ Blockchain ด้วย

 

2. Tokenization พัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว

 

ในช่วงแรก Tokenization มักเน้นการนำสินทรัพย์หรือหน่วยลงทุนมาแปลงให้อยู่ในรูป Token ขณะที่ระบบหลังบ้าน เช่น การบันทึกสิทธิความเป็นเจ้าของ การรับคำสั่งซื้อ–ไถ่ถอน และการกระทบยอดข้อมูล ยังทำงานผ่านฐานข้อมูลแบบเดิมหลายระบบ

 

แพลตฟอร์มของ BNY จึงถือเป็นพัฒนาการอีกขั้น เพราะนำ ทะเบียนผู้ถือกองทุนอย่างเป็นทางการ ขึ้นสู่ Blockchain ทำให้ผู้จัดการกองทุน ผู้รับฝากทรัพย์สิน และผู้ดูแลระบบที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเป็นแหล่งอ้างอิงร่วมกันได้

การใช้ Shared Ledger อาจช่วยลดข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด และลดขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลระหว่างหลายฝ่าย พร้อมทำให้การสมัครซื้อ การไถ่ถอน และการตรวจสอบสิทธิของผู้ลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ในระยะต่อไป โครงสร้างดังกล่าวอาจช่วยให้กองทุน Tokenized สามารถโอนสิทธิได้ยืดหยุ่นขึ้น ลดระยะเวลาการชำระราคา เชื่อมต่อกับ Stablecoin หรือเงินดิจิทัล และเปิดให้ลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เล็กลง อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ สภาพคล่อง และการเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการ

 

3. ทำไมนักลงทุนต้องติดตาม

 

พัฒนาการนี้สะท้อนว่า Blockchain กำลังขยับจากโครงการทดลอง ไปสู่การใช้งานใน กระบวนการดำเนินงานจริงของตลาดทุน

ความสำคัญอยู่ที่ BNY ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจคริปโทขนาดเล็ก แต่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแก่ตลาดการเงินระดับโลก เมื่อสถาบันที่ดูแลสินทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านล้านดอลลาร์เริ่มนำ Blockchain มาใช้กับทะเบียนกองทุนอย่างเป็นทางการ จึงเป็นสัญญาณว่า Tokenization กำลังเข้าสู่ระบบการเงินดั้งเดิมมากขึ้น

 

BNY ยังขยายบริการสินทรัพย์ดิจิทัลหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการรับฝากคริปโท บริการ USDC ภายใต้ระบบสถาบัน การให้บริการภายใต้กรอบ MiCA ในยุโรป และระบบบันทึกข้อมูลกองทุน Tokenized

สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรติดตามไม่ใช่เพียงว่าผลิตภัณฑ์มีคำว่า “Tokenized” หรือไม่ แต่คือเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถช่วยให้การลงทุนเข้าถึงง่ายขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และสร้างสภาพคล่องในตลาดรองได้จริงเพียงใด

 

อย่างไรก็ตาม Tokenization ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงของสินทรัพย์อ้างอิงลดลงโดยอัตโนมัติ นักลงทุนยังต้องพิจารณาคุณภาพกองทุน ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง สิทธิทางกฎหมาย และความเสี่ยงของเครือข่ายหรือผู้ให้บริการเช่นเดิม

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-07-30-162118.png

Source : InnovestX Research as of 30 July 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาย่อตัวลงมาหลังไม่ผ่านแนวต้านย่อยกรอบบน Sideways ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 ส่วน MACD ยังเคลื่อนไหวใกล้กับ Signal Line และยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทำให้ประเมินเป็นการย่อพักตัวและแกว่งผันผวนในกรอบต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถขึ้น Breakout แนวต้านย่อยกรอบบนไปได้ จะเปิด Upside ในการปรับขึ้นต่อ

 

แนวรับ: 60,500-55,500 ดอลลาร์

แนวต้าน: 68,000-70,500 ดอลลาร์

 

 

ETH

 

Screenshot-2026-07-30-162130.png

Source : InnovestX Research as of 30 July 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาย่อตัวลงหลังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line เล็กน้อย แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทำให้ประเมินเป็นการย่อพักตัวและกลับมาแกว่งผันผวนในกรอบ อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ไปได้ จะเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น

 

แนวรับ: 1,700-1,600 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,100-2,200 ดอลลาร์

 

 

คำเตือน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5