Crypto Weekly Pulse

รีบาวด์หรือแค่เด้ง? เจาะ 4 สัญญาณสำคัญของตลาดคริปโทในสัปดาห์นี้

22 Jul 26 11:14 AM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • สินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวแข็งแกร่ง สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับแนวโน้มสภาพคล่องและทิศทางนโยบายการเงินมากกว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ Bitcoin ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 66,400 ดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 61,800–66,400 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 1,750–1,940 ดอลลาร์

 

  • Fear & Greed Index ฟื้นจาก Extreme Fear สู่ Fear สะท้อนแรงขายเริ่มลดลงและความเชื่อมั่นทยอยกลับมา แต่ยังต้องติดตาม ETF Flows และการยืนเหนือแนวต้านของ Bitcoin เพื่อยืนยันการฟื้นตัว

 

  • Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 5 วันติดต่อกัน รวม 727 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ETF ยังมีเงินเข้า สะท้อนความสนใจจากสถาบันเริ่มกลับมา สนับสนุนภาพการรีบาวด์ของตลาด

 

  • Bitcoin ยังยืนเหนือ 200-Week SMA และกำลังทดสอบ Bear Market Resistance Band หากผ่านได้ มีโอกาสเพิ่มโมเมนตัมขาขึ้น แต่หากไม่ผ่าน อาจแกว่งสะสมกำลังต่อ

 

  • Robinhood เปิดตัว Robinhood Chain รองรับ Tokenized Stocks และ ETFs สะท้อนการเชื่อมตลาดทุนกับบล็อกเชนมากขึ้น และตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา

 

สินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวแข็งแกร่ง สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับแนวโน้มสภาพคล่องและทิศทางนโยบายการเงินมากกว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์

Bitcoin ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 66,400 ดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 61,800–66,400 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 1,750–1,940 ดอลลาร์

 

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงวันที่ 23-29 ก.ค. ค่อนข้างที่จะเบาบาง ทำให้เรามองว่าความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเด็นของตัวเลขเศรษฐกิจจะค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขที่ต้องติดตามคือ S&P Global Composite PMI หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแบบผสม (หรือรวม) จัดทำโดยสถาบัน S&P Global ของเดือน ก.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 24 ก.ค. โดยเฉพาะรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับดัชนีราคาปัจจัยการผลิตและราคาขายสินค้าและบริการ ซึ่งสองตัวเลขนี้ถือเป็นเครื่องชี้นำล่วงหน้าหรือ Leading Indicator ที่สะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของประเทศสหรัฐฯ ถ้าตัวเลขนี้ออกมาต่ำกว่าคาดจะส่งผลบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากจะลดโอกาสในการที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-07-22-110617.png

Source : TradingView as of 22 July 2026

 

Key Highlight 1 :  Sentiment ตลาดคริปโทเริ่มดีขึ้น หลัง Fear & Greed Index ฟื้นตัว

 

Screenshot-2026-07-22-095457.png

Source : Coinmarketcap as of 22 July 2026

 

สัญญาณนี้คืออะไร?

 

ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ปรับตัวจาก Extreme Fear (17) สู่ระดับ Fear (40) สะท้อนว่าความกังวลของนักลงทุนเริ่มลดลง และแรงขายจากภาวะ Panic เริ่มคลี่คลาย แม้ความเชื่อมั่นของตลาดยังไม่กลับมาเต็มที่

 

ปัจจุบันบอกอะไร?

 

การฟื้นตัวของ Sentiment สอดคล้องกับการที่ Bitcoin ปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 61,800ดอลลาร์ กลับมายืนเหนือ 66,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ดัชนี Fear & Greed เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการยืนยันแนวโน้ม จึงควรพิจารณาควบคู่กับ Spot Bitcoin ETF Flows, กระแสเงินทุน และการเคลื่อนไหวของราคา

 

นักลงทุนควรจับตาอะไร?

 

หาก Spot Bitcoin ETF กลับมามีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) ต่อเนื่อง พร้อมกับ Fear & Greed ปรับขึ้นสู่ระดับ Neutral และ Bitcoin สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้ จะเป็นสัญญาณที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่าความเชื่อมั่นกำลังฟื้นตัว และโมเมนตัมขาขึ้นอาจแข็งแกร่งขึ้นในระยะถัดไป แต่หาก ETF Flows ยังอ่อนแอ การฟื้นตัวของ Sentiment อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นเท่านั้น.

 

 

Key Highlight 2 : เงินทุนเริ่มไหลกลับ? Spot Bitcoin ETF มีเงินเข้า 5 วันติดต่อกัน

 

2.1 Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการไหลเข้าต่อเนื่อง 5 วันทำการ ระหว่างวันที่ 14–20 กรกฎาคม 

 

วันที่

Net Flow

14 ก.ค.

+181.1 ล้านดอลลาร์

15 ก.ค.

+107.7 ล้านดอลลาร์

16 ก.ค.

+79.1 ล้านดอลลาร์

17 ก.ค.

+132.3 ล้านดอลลาร์

20 ก.ค.

+226.9 ล้านดอลลาร์

รวม

+727.1 ล้านดอลลาร์

 

จุดที่น่าสนใจคือ เงินไม่ได้ไหลเข้าเพียงกองทุนเดียว แต่กระจายไปหลายกองทุน เช่น IBIT, ARKB, FBTC และ Grayscale Bitcoin Mini Trust ขณะที่ GBTC ยังมีเงินไหลออก

 

การที่เงินไหลเข้าหลายกองทุนพร้อมกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะสะท้อนว่า ความสนใจลงทุนใน Bitcoin กระจายตัวมากขึ้น ไม่ได้พึ่งพาเพียงกองทุนใดกองทุนหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม เงินที่ไหลเข้า ETF ไม่ได้หมายความว่าเป็นการซื้อสะสมเพื่อถือระยะยาวทั้งหมด เพราะอาจมีธุรกรรมของนักลงทุนสถาบัน เช่น การทำ Arbitrage หรือการปรับพอร์ตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

 

Screenshot-2026-07-22-102739.png

Source : Sosovalue as of 21 July 2026

 

สิ่งที่ต้องติดตาม คือ หาก Bitcoin ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ เงินจะยังไหลเข้า ETF ต่อหรือไม่ เพราะหากยังมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณที่สนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกได้มากขึ้น

 

ประเด็นที่น่าสนใจ: Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 5 วันทำการติดต่อกัน รวมกว่า 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความสนใจจากนักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมาดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามว่ากระแสเงินจะต่อเนื่องหรือไม่เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ

 

 

2.2 Ethereum ETF ยังมีเงินเข้า แต่ราคายังไม่ตอบรับมากนัก

ในช่วงเดียวกัน Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 158.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินไหลเข้า 4 จาก 5 วันทำการ

 

วันที่

Net Flow

14 ก.ค.

+58.3 ล้านดอลลาร์

15 ก.ค.

+53.9 ล้านดอลลาร์

16 ก.ค.

−28.0 ล้านดอลลาร์

17 ก.ค.

+36.7 ล้านดอลลาร์

20 ก.ค.

+38.0 ล้านดอลลาร์

รวม

+158.9 ล้านดอลลาร์

 

แม้เงินจะไหลเข้า ETF อย่างต่อเนื่อง แต่ราคา Ethereum ยังปรับตัวขึ้นได้ไม่มากเมื่อเทียบกับ Bitcoin

สาเหตุอาจเป็นเพราะแรงซื้อจาก ETF ยังไม่มากพอที่จะผลักดันราคา หรือยังมีแรงขายจากนักลงทุนเดิมออกมารองรับ ขณะเดียวกัน นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงให้น้ำหนักกับ Bitcoin มากกว่า Ethereum

 

ดังนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเงินลงทุนกำลังย้ายจาก Bitcoin ไปยัง Ethereum เพราะนอกจากเงินไหลเข้า ETF แล้ว ควรเห็นการฟื้นตัวของราคา ปริมาณการซื้อขาย และกิจกรรมบนเครือข่าย Ethereum เพิ่มขึ้นควบคู่กันด้วย

 

Screenshot-2026-07-22-102751.png

Source : Sosovalue as of 21 July 2026

 

ประเด็นที่น่าสนใจ: แม้ Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าเกือบ 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคา ETH ยังตอบสนองค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเม็ดเงินกำลังหมุนจาก Bitcoin ไปยังกลุ่ม Altcoin อย่างชัดเจน

 

 

Key Highlight 3 : Bitcoin กำลังส่งสัญญาณอะไร?

 

BTCUSD_2026-07-22_11-00-42.png

Source : Tradingview as of 22 July 2026

 

สัญญาณนี้คืออะไร?

 

Bitcoin ยังเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเส้น 200-Week SMA ซึ่งเป็นแนวรับระยะยาว และ Bear Market Resistance Band ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ สะท้อนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงสะสมกำลังเพื่อเลือกทิศทางรอบใหม่

 

ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ตรงไหน?

 

การยืนเหนือเส้น 200-Week SMA แสดงว่าภาพระยะยาวยังแข็งแรง ขณะที่การเข้าใกล้ Bear Market Resistance Band หมายความว่า Bitcoin กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ หากผ่านได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่

 

นักลงทุนควรจับตาอะไร?

 

หาก Bitcoin สามารถ ทะลุและยืนเหนือ Bear Market Resistance Band ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่เพิ่มโอกาสเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่ แต่หากยังไม่ผ่าน ราคาอาจยังแกว่งตัว เพื่อสะสมกำลังต่อ อย่างไรก็ตาม การที่ราคายังยืนเหนือแนวรับระยะยาวได้ ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงระยะยาว

 

 

Key Highlight 4 : Robinhood เดิมพันอนาคต Tokenized Stocks ดันหุ้นและ ETF สู่โลกบล็อกเชน

 

Robinhood เปิดตัว Robinhood Chain ซึ่งเป็น Ethereum Layer 2 ที่พัฒนาบน Arbitrum Orbit Stack เพื่อรองรับการซื้อขาย Tokenized Stocks, ETFs และ Real World Assets (RWA) ผ่าน Robinhood Wallet โดยผู้ใช้งานสามารถถือครองสินทรัพย์แบบ Self-custody โอนข้ามเชน และซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวางรากฐานให้สินทรัพย์ดั้งเดิมเชื่อมต่อกับระบบ DeFi ได้ง่ายขึ้น

 

การตอบรับหลังเปิด Mainnet

 

หลังเปิด Public Mainnet เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 Robinhood Chain มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้าน Active Wallets ภายในราว 2 สัปดาห์ สะท้อนความสนใจต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ว่าธุรกรรมช่วงแรกส่วนใหญ่ยังมาจากการซื้อขายคริปโทมากกว่า Tokenized Stocks

 

ทำไมนักลงทุนต้องติดตาม

 

การพัฒนา Robinhood Chain สะท้อนแนวโน้มที่สถาบันการเงินเริ่มนำ หุ้นและ ETF มาอยู่บนบล็อกเชน มากขึ้น หากการ Tokenization ได้รับการยอมรับในวงกว้าง อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ซื้อขายสินทรัพย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-07-22-145652.png

Source : InnovestX Research as of 22 July 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ถึงแนวต้านย่อยกรอบบน Sideways ขณะที่ RSI ไต่ระดับขึ้นใกล้กับระดับ 50 ส่วน MACD พลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line และยกตัวขึ้นแต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทั้งนี้ หากราคาขึ้น Breakout แนวต้านย่อยกรอบบนขึ้นไปได้ จะเปิด Upside ในการปรับขึ้นต่อ แต่หากยังไม่ผ่าน คาดราคาย่อตัวลงและแกว่งตัวในกรอบต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง

 

แนวรับ: 60,500-55,500 ดอลลาร์

แนวต้าน: 68,000-70,500 ดอลลาร์

 

ETH

 

Screenshot-2026-07-22-145722.png

Source : InnovestX Research as of 22 July 2026

 

ภาพรายสัปดาห์ ราคาฟื้นตัวไต่ระดับขึ้นจากจุดต่ำเดิมและขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ขึ้นไปได้แล้ว ขณะที่ RSI เคลื่อนไหวยกตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 50 ส่วน MACD พลิกขึ้นมาเหนือ Signal Line แต่ยังอยู่ต่ำกว่าแกน 0 ทั้งนี้ หากราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ได้ ประเมินราคาปรับขึ้นได้ต่อ แต่หากย่อตัวลงมา อาจเห็นการย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ฐานราคาเดิมอีกครั้ง

 

แนวรับ: 1,700-1,600 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,100-2,200 ดอลลาร์

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5