Digital Assets Weekly Pulse

เงินสถาบันยังไม่กลับมา On-chain ส่งสัญญาณอ่อนตัว ตลาดคริปโทกำลังสร้างฐานก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หรือไม่?

25 Feb 26 3:59 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังอยู่ในภาวะ Risk-Off จากแรงกดดันมหภาค ส่งผลให้ BTC และ ETH เคลื่อนไหวผันผวนและอยู่ในช่วงปรับฐานระยะสั้น

 

  • สัญญาณ On-chain และกระแสเงินทุนสหรัฐฯ อ่อนตัว ทั้ง Active Addresses Momentum ที่ลดลงต่อเนื่อง และ Coinbase Premium ติดลบ สะท้อนภาวะ Risk off

 

  • อย่างไรก็ตาม Institutional Adoption ยังดำเนินต่อ โดยฮ่องกงเตรียมออกใบอนุญาต Stablecoin ชุดแรกในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อยกระดับ Digital Asset Ecosystem และสนับสนุน Tokenization และการเชื่อมต่อ TradFi–DeFi

 

  • Technical
    BTC แนวรับ 62,000–58,000 ดอลลาร์ | แนวต้าน 71,000–76,000 ดอลลาร์
    ETH แนวรับ 1,750–1,600 ดอลลาร์ | แนวต้าน 2,200–2,450 ดอลลาร์

 

  • Factors to Watch
    26 ก.พ. 2026 – การประชุมสหรัฐฯ–อิหร่าน
    1 มี.ค. 2026 – พิจารณากฎหมาย Stablecoin (Clarity Act)
    6 มี.ค. 2026 – ตัวเลข Unemployment Rate สหรัฐฯ

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเคลื่อนไหวภายใต้ภาวะ Risk-Off Sentiment จากแรงกดดันด้านปัจจัยมหภาค โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตรา Global Tariff จาก 10% เป็น 15% ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

 

ภายใต้สภาวะดังกล่าว ราคา Bitcoin (BTC) เคลื่อนไหวอ่อนตัวลงราว 1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนเผชิญแรงขายเร่งตัวในช่วงเปิดสัปดาห์ใหม่ ส่งผลให้ราคาปรับลดลงต่อเนื่องประมาณ 6% และทำจุดต่ำสุดบริเวณ 62,700 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Ethereum (ETH) ปรับตัวในทิศทางเดียวกัน โดยราคาลดลงเล็กน้อยราว 0.45% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ก่อนปรับฐานลงต่ออีกราว 7% สู่ระดับใกล้ 1,800 ดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-02-25-142348.png

 

Source : TradingView as of 25 February 2026

 

 

รายละเอียดข่าว (Key Highlights)

 

Active Addresses Momentum: ผู้เล่นรายใหม่เริ่มชะลอตัวลง

 

WhatsApp-Image-2026-02-25-at-15.28.00.jpeg

 

Source : CryptoQuant as of 25 February 2026

 

Active Addresses Momentum คืออะไร?

 

ตัวชี้วัด Bitcoin Active Addresses Momentum จาก CryptoQuant ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของจำนวนกระเป๋าเงินที่มีการทำธุรกรรมบนเครือข่าย ซึ่งสะท้อนระดับการมีส่วนร่วมของนักลงทุนและผู้ใช้งานจริงในระบบ

เมื่อกิจกรรมเพิ่มขึ้น จะสะท้อนการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นใหม่ ขณะที่การลดลงของกิจกรรมบ่งชี้ว่าแรงใช้งานและเงินใหม่เริ่มชะลอตัว

 

สถานการณ์ปัจจุบัน : Bitcoin Active Addresses Momentum ลดลงต่อเนื่อง 6 เดือน

 

ข้อมูลล่าสุดพบว่า กิจกรรมบนเครือข่าย Bitcoin ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026

รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับช่วงก่อนการปรับฐานประมาณ 30% ในปี 2024 โดยในอดีต Momentum ที่อ่อนตัวต่อเนื่องมักเกิดขึ้นก่อนแรงขายและการพักฐานของราคาในระยะถัดมา

 

ปัจจุบัน Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ 62,500 ดอลลาร์ หลังปรับตัวลงจากจุดสูงสุดใกล้ 120,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Momentum ยังคงอยู่ในแดนลบ สะท้อนการลดลงของผู้เล่นใหม่

 

ดังนั้น แม้ภาพระยะสั้นยังสะท้อนความเสี่ยงด้าน Sentiment แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงเวลาดังกล่าวอาจเป็นจังหวะทยอยสะสม หากปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เช่น กระแสเงินทุน ETF การยอมรับเชิงสถาบัน และสภาพคล่องโลก ยังคงสนับสนุนแนวโน้มตลาดในระยะถัดไป

 

 

Coinbase Bitcoin Premium Index : ตัวชี้วัดกระแสเงินทุนสหรัฐฯ ที่อ่อนแรง

 

 

WhatsApp-Image-2026-02-25-at-14.55.06.jpeg

 

Source : Coinglass as of 25 February 2026

 

Coinbase Bitcoin Premium Index คืออะไร และบอกอะไรต่อการลงทุน?

 

Coinbase Bitcoin Premium Index เป็นตัวชี้วัดส่วนต่างราคาของ Bitcoin ระหว่างตลาดสหรัฐฯ กับตลาดโลก ซึ่งถูกใช้ติดตามทิศทางเงินทุนสถาบัน เนื่องจาก Coinbase เป็นแพลตฟอร์มหลักของ Spot Bitcoin ETF และนักลงทุนสหรัฐฯ

 

ดัชนีนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า
เงินทุนสหรัฐฯ กำลังไหลเข้า หรือไหลออกจากตลาด Bitcoin

 

สถานการณ์ปัจจุบัน: เงินทุนสถาบันยังไม่กลับมา

 

ข้อมูลล่าสุดพบว่า Coinbase Bitcoin Premium Index ติดลบต่อเนื่อง 36 วัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากฝั่งสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับจำกัด และสอดคล้องกับกระแสเงินทุน Spot Bitcoin ETF ที่ยังคงไหลออก

 

สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในช่วงขาขึ้นก่อนหน้าเริ่มชะลอตัวลง

 

แม้ในระยะสั้นกระแสเงินทุนสถาบันยังคงอ่อนแรง แต่การที่ Coinbase Bitcoin Premium Index อยู่ในแดนลบต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจสะท้อนถึงช่วง การสะสมของนักลงทุนระยะยาว ก่อนการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป

 

 

U.S. Spot Bitcoin ETF เผชิญ Drawdown สูงสุดตั้งแต่เปิดตัว

 

WhatsApp-Image-2026-02-25-at-09.31.21.jpeg

Source : Glassnode as of 25 February 2026

 

ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า กองทุน U.S. Spot Bitcoin ETF กำลังเผชิญการลดลงของสินทรัพย์สุทธิ (Drawdown) ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024

 

นับจากจุดสูงสุดของตลาดในเดือนตุลาคม 2025 พบว่า มีเงินทุนไหลออกสุทธิประมาณ 100,300 BTC ส่งผลให้ปริมาณการถือครองรวมของ ETF ลดลงจากระดับราว 1.36 ล้าน BTC เหลือประมาณ 1.26 ล้าน BTC ซึ่งถือเป็นการหดตัวของ Balance มากที่สุดเป็นประวัติการณ์

โดยเมื่อพิจารณาร่วมกับสัญญาณอื่นๆ ได้แก่

  • Active Address Momentum ที่อ่อนตัวต่อเนื่องมากกว่า 6 เดือน
  • Coinbase Premium Index ที่ติดลบยาวนานกว่า 39 วัน

ภาพรวมจึงบ่งชี้ชัดว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ยังคงอยู่ในโหมด Risk off

 

 

Institutional Adoption ยังคงดำเนินต่อ

 

แม้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันด้าน Sentiment และกระแสเงินทุน แต่ฝั่งนักลงทุนสถาบันยังคงเดินหน้าสะสมสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรม

 

บริษัท Strategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 592 BTC โดยยังคงใช้ความผันผวนของตลาดเป็นจังหวะสะสมสินทรัพย์ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว ขณะที่ BitMine Immersion Technologies เดินหน้าขยายการถือครอง Ethereum ต่อเนื่อง ผ่านการเข้าซื้อเพิ่ม 51,162 ETH มูลค่าประมาณ 98 ล้านดอลลาร์ และนำสินทรัพย์กว่า 69% ไปสร้างผลตอบแทนผ่านการ Staking

 

พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันยังคงมองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นโครงสร้างการลงทุนระยะยาว แม้ภาวะตลาดระยะสั้นยังผันผวน

ในด้านนโยบายกำกับดูแล ฮ่องกงเตรียมออกใบอนุญาต Stablecoin ชุดแรกในเดือนมีนาคม 2026 โดยจะอนุมัติให้เฉพาะบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจชัดเจนและมีมาตรฐานการกำกับดูแลสูง พร้อมเร่งพัฒนากรอบกฎหมายสำหรับ Custodian Service เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Digital Asset Ecosystem

 

รัฐบาลฮ่องกงยังมองว่า Tokenization, การเชื่อมต่อระหว่าง DeFi กับ Traditional Finance และการผสาน AI กับสินทรัพย์ดิจิทัล จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในระยะถัดไป ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการเข้าสู่ยุค Institutional Adoption อย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมคริปโท

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-02-25-145832.png

 

 

Source : InnovestX Research as of 25 February 2026

 

 

ราคาแกว่งผันผวนลงมาใกล้ Low เดิมบริเวณกรอบล่าง Downtrend Channel ขณะที่ RSI ยังคงแกว่งตัวใกล้โซน Oversold ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line แต่ยังคงอยู่ใต้แกน 0 ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้นเป็นการแกว่งตัวในกรอบ โดยยังเป็นการสลับดีดตัว-ย่อตัวเพื่อรอเลือกทาง

 

แนวรับ: 2,020,000-1,910,000 (62,000 – 58,000 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 2,250,000-2,500,000 (71,000 – 76,000 ดอลลาร์)

 

ETH

 

Screenshot-2026-02-25-145845.png

 

Source : InnovestX Research as of 25 February 2026

 

ราคาแกว่งซึมลงมาใกล้ Low เดิมบริเวณกรอบล่าง Downtrend Channel ขณะที่ RSI ยังคงแกว่งตัวใกล้โซน Oversold ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line แต่ยังคงอยู่ใต้แกน 0 ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้นเป็นการแกว่งตัวในกรอบ โดยยังเป็นการสลับดีดตัว-ย่อตัวเพื่อรอเลือกทาง

 

แนวรับ: 56,000-50,000 (1,750 – 1,600 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 68,000-74,000 (2,200 – 2,450 ดอลลาร์)

 

 

Factors to Watch

 

ความไม่แน่นอนเรื่อง Tariff ของประเทศสหรัฐฯ ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่ประเมินว่าความผันผวนของตลาดจากปัจจัยนี้จะลดลง เนื่องจากมาตรการใหม่ๆ ทำได้ยากและต้องใช้เวลามากขึ้น

 

Date

Events

26 Feb 2026

การประชุมสหรัฐฯ–อิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์

1 March 2026

การพิจารณากฎหมาย Clarity Act ด้าน Stablecoin

6 March 2026

ตัวเลข Unemployment Rate

 

 

  • ปัจจัยที่อาจสร้างความผันผวนในระยะสั้นมากกว่า คือการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันที่ 26 ก.พ. เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งหากผลการประชุมออกมาในเชิงบวก จะช่วยหนุน Sentiment ตลาดได้

 

  • รวมถึงการส่งกฎหมาย Clarity Act เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 1 มี.ค. ในประเด็นผลตอบแทนของ Stablecoin ซึ่งหากมีข้อสรุปที่เป็นบวก จะส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดเช่นกัน

 

  • สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ Unemployment Rate ที่จะประกาศในวันที่ 6 มี.ค. หากตัวเลขสูงกว่าคาด จะสร้าง Sentiment เชิงบวกระยะสั้นจากคาดการณ์โอกาสการลดดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม INVX ยังคงมุมมองเดิมว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2026

 

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5