
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มส่งสัญญาณพลิกกลับในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กดดันตลาดต่อเนื่องเริ่มดีขึ้น โดยประธานาธิบดี Donald Trump ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเจรจาสันติภาพ ขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz กลับมาดำเนินได้มากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และหนุนความเชื่อมั่นของตลาดการเงินโลกฟื้นตัว
ภายใต้บริบทดังกล่าว Bitcoin ปรับตัวลงทดสอบระดับประมาณ 67,700 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 73,700 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum อ่อนตัวลงสู่บริเวณ 2,060 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับขึ้นสู่ระดับประมาณ 2,330 ดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหลังแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกผ่อนคลาย
ถึงแม้พัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ยังคงต้องติดตาม โดยเรายังมองว่าราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับทิศทางของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น เนื่องจากการที่ราคาน้ำมันยืนอยู่ในระดับสูงจะทำให้นโยบายทางการเงินของ Fed จะมีความตึงตัวมากขึ้น ซึ่งราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมักจะตอบสนองเชิงลบ

source : TradingView as of 16 April 2026

source : CryptoQuant as of 16 April 2026
Bitcoin Bull-Bear Structure เป็นการประเมินภาวะตลาดโดยรวมของ Bitcoin ผ่านข้อมูล On-chain หลายตัว เช่น Realized Price, SOPR, MVRV และกระแสเงินเข้าออกจาก Exchange โดยค่าที่สูงกว่า 0 สะท้อนโครงสร้างตลาดเชิงบวก และต่ำกว่า 0 สะท้อนโครงสร้างเชิงลบ ส่วน Network P/L Sentiment ใช้วัดสัดส่วนผู้ถือที่มีกำไรหรือขาดทุนในเชิงมูลค่าที่ยังไม่รับรู้
Bitcoin Structure พลิกเป็นบวก สะท้อนว่าพื้นฐานของตลาดเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ Network P/L Sentiment ยังอยู่ในแดนลบ แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาและแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงช่วงการฟื้นตัวระยะสั้นของตลาด เเละนักลงทุนสามารถทยอยสะสมได้อย่างมีวินัย โดยเน้นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน และติดตามการฟื้นตัวของ Sentiment เพื่อประเมินจังหวะการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในระยะถัดไป

source : Theblock as of 16 April 2026
แม้ราคา Bitcoin จะปรับฐานมากกว่า 25% จากจุดสูงสุด แต่ยังมีเงินไหลเข้าสู่ Crypto ETF ราว 935 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ยังคงต่อเนื่อง
กองทุน iShares Bitcoin Trust มีเงินไหลเข้า 48 จาก 62 วันทำการ AUM ประมาณ 55 พันล้านดอลลาร์ ครองส่วนแบ่งตลาดราว 50% และถือ Bitcoin ราว 800,000 เหรียญ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund อย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นเป็น 38% ของการถือครองทั้งหมด
กระแสเงินที่ไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอในช่วงราคาปรับฐาน บ่งชี้ถึงการสะสมเชิงกลยุทธ์ และช่วยสร้างฐานรองรับราคาในระยะสั้นและนักลงทุนสามารถทยอยสะสม โดยมีแรงหนุนจากเงินทุนสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง

Covered Call ETF เป็นกองทุนที่ถือสินทรัพย์อ้างอิง เช่น Bitcoin และใช้กลยุทธ์ขาย Call Options เพื่อสร้างรายได้จาก Premium อย่างสม่ำเสมอ แตกต่างจาก iShares Bitcoin Trust ซึ่งให้ผลตอบแทนตามราคาของ Bitcoin โดยตรงและไม่มีรายได้ในรูป Yield ขณะที่ iShares Bitcoin Premium Income ETF ผสานการถือ Bitcoin กับการสร้างรายได้ ทำให้นักลงทุนได้รับทั้ง Exposure และกระแสเงินสด
การพัฒนา BITA สะท้อนการยกระดับของ Bitcoin จากสินทรัพย์เก็บมูลค่า ไปสู่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ ส่งผลให้สามารถตอบโจทย์นักลงทุนสถาบันที่ต้องการรายได้ประจำ เช่น กองทุนบำนาญและบริษัทประกันภัย และขยายฐานเงินทุนที่สามารถเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโท
ในเชิงกลยุทธ์ BITA ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ลงทุนแบบผสมผสาน ทั้งการเติบโตและรายได้ สนับสนุนการขยายตัวของอุปสงค์ในระยะยาว และมีส่วนช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดในระยะสั้นผ่านการดึงดูดเงินทุนใหม่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

ราคาไต่ระดับขึ้น Breakout กรอบบนของกรอบใหญ่ Downtrend Channel แล้ว ขณะที่ RSI ปรับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ Bullish Zone ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 2,250,000-2,150,000 บาท (69,000 – 65,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 2,550,000-2,700,000 บาท (78,000 – 85,000 ดอลลาร์)

ราคาไต่ระดับขึ้น Breakout กรอบบนของกรอบใหญ่ Downtrend Channel แล้ว ขณะที่ RSI ปรับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ Bullish Zone ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 69,000-64,000 บาท (2,200 – 2,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 83,000-88,000 บาท (2,600 – 2,800 ดอลลาร์)
|
Date |
Events |
|
21 April 2026 |
Retail Sales (MoM) (Mar) Core Retail Sales (MoM) (Mar) |
|
23 April 2026 |
Initial Jobless Claims Services PMI (Apr) Manufacturing PMI (Apr) |
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามคือ Retail Sales หรือ ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯในเดือน มี.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 21 เม.ย. โดยตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2% MoM ถ้าออกมาต่ำกว่าคาดจะส่งผลบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเนื่องจากจะนำไปสู่ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยที่มากขึ้น
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้