Digital Assets Weekly Pulse

ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ทำไมสินทรัพย์ดิจิทัลยังประคองตัวได้ดีกว่าสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน?

4 Mar 26 5:23 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศลงทุนอยู่ในโหมดระมัดระวัง โดย Bitcoin แกว่งอยู่ราว 62,500–70,000 ดอลลาร์ และ Ethereumราว 1,800–2,100 ดอลลาร์ ขณะที่ INVX คาดว่าสงครามอาจยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม ทำให้ความผันผวนตลาดยังสูง (ซึ่งล่าสุด วันที่ 4 มีนาคม 2026 ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวขึ้นไปที่ ราว  71,200 ดอลลาร์ หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย)

 

  • Spot Bitcoin ETF กลับมามีสถานะเงินไหลเข้าสุทธิ หลังไหลออกต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ แม้ความเสี่ยงสงครามเพิ่มขึ้น สะท้อนความต้องการลงทุนจากสถาบัน และย้ำบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกและ Store of Value

 

  • ข้อมูล On-chain ชี้นักลงทุนระยะยาวกลับมาสะสมกว่า 212,000 BTC ในรอบเดือน หลังขายทำกำไรปลายปี 2025 สะท้อนว่าแรงขายลดลง และอาจสนับสนุนโอกาสฟื้นตัวของราคา หากสภาพคล่องและ sentiment ตลาดเอื้ออำนวย

 

  • Bitcoin อาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิด : งานวิจัย Bitwise ชี้ว่า การเพิ่ม Bitcoin 1–5% ในการจัดพอร์ตแบบ 60/40 ช่วยเพิ่มผลตอบแทนสะสมต่อความเสี่ยงได้ (Sharpe Ratio) โดยความผันผวนโดยรวมแทบไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนบทบาท Bitcoin ในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน

 

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเคลื่อนไหวท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง หลังเหตุการณ์การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (risk-off) อย่างชัดเจน

 

ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแตะระดับประมาณ 62,500 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 70,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum (ETH) อ่อนตัวลงใกล้ 1,800 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับขึ้นสู่ราว 2,100 ดอลลาร์ (ซึ่งล่าสุด วันที่ 4 มีนาคม 2026 ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวขึ้นไปที่   ราว  71,200 ดอลลาร์ หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย)

 

ประเด็นด้านมหภาคที่ยังต้องติดตามต่อเนื่องคือสงครามระหว่างประเทศสหรัฐฯและอิหร่านว่าจะมีสัญญาณเชิงบวกหรือไม่ ซึ่ง INVX คาดว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มากสุดคือ สงครามจะยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม อย่างไรก็ตามสถานการณ์ต่างๆยังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ความผันผวนของภาพรวมตลาด Digital Assets จะยังคงอยู่ในระดับสูง

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-03-04-150141.png

 

Source : TradingView as of 4 March 2026

 

 

เงินทุนไหลกลับสู่ Spot Bitcoin ETF แม้เจอความเสี่ยงด้านสงคราม สะท้อนบทบาทสินทรัพย์ทางเลือก

 

Screenshot-2026-03-04-112906.png

 

Source : Sosovalue as of 4 March 2026

 

Spot Bitcoin ETF กลับมามีเงินทุนไหลเข้าสุทธิอีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะเงินทุนไหลออกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 5 สัปดาห์ โดยข้อมูลกระแสเงินทุนล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของความต้องการลงทุนจากนักลงทุนสถาบัน

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การกลับมาของกระแสเงินทุนดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงสงครามที่เพิ่มขึ้นในระดับโลก ซึ่งโดยปกติแล้วเหตุการณ์ลักษณะนี้มักทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง (risk-off) และเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้น

 

อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้กลับพบว่า เงินทุนบางส่วนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ผ่าน Spot Bitcoin ETF แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะเผชิญแรงขาย สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของมุมมองนักลงทุนสถาบันต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

 

การเคลื่อนไหวดังกล่าวบ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังถูกพิจารณาในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก (alternative asset) ที่มีบทบาทใกล้เคียงกับ Store of Value มากขึ้นในพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น

 

ดังนั้น การที่เงินทุนไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ในช่วงที่ตลาดการเงินโลกอยู่ในภาวะระมัดระวัง จึงอาจสะท้อนถึง การเปลี่ยนผ่านของบทบาท Bitcoin จากสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน

 

 

On-chain data – Bullish Sentiment นักลงทุนระยะยาวเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง

 

WhatsApp-Image-2026-03-04-at-13.36.57.jpeg

 

Source : Cryptoquant as of March 2026

 

จากข้อมูล On-chain พบว่า Long-Term Holder Net Position Change (30D Sum) แสดงให้เห็นว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders: LTH) กลับมาเพิ่มการถือครองสุทธิราว 212,000 BTC ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ที่ก่อนหน้านี้มีแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

 

การกลับมาสะสมของกลุ่ม LTH สะท้อนว่าแรงขายในตลาดอาจเริ่มลดลง เนื่องจากเหรียญที่ย้ายเข้าสู่มือผู้ถือระยะยาวมักมีแนวโน้มถูกเก็บรักษาไว้นาน ส่งผลให้ปริมาณ Bitcoin ที่หมุนเวียนในตลาดลดลง

 

โดยทั่วไป พฤติกรรมของ LTH มักสะสมในช่วงตลาดอ่อนตัว และทยอยขายในช่วงราคาปรับขึ้น ดังนั้นอาจมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของราคา หากปัจจัยด้านสภาพคล่องและบรรยากาศการลงทุนยังสนับสนุนตลาดต่อไป

 

 

Bitcoin อาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิด: Bitwise ชี้ การเพิ่ม Bitcoin ในพอร์ตลงทุนช่วยเพิ่มผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยงได้

 

Screenshot-2026-03-04-110211.png

 

Source : Bitwise as of March 2026

 

ในช่วงที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในภาวะปรับฐาน ขณะที่ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนระยะยาว

 

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นคือบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนได้ งานวิเคราะห์ของ Bitwise ซึ่งศึกษาช่วงข้อมูลตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2025 ได้ประเมินผลของการเพิ่ม Bitcoin ลงในพอร์ตแบบดั้งเดิมที่ประกอบด้วย หุ้น 60% และพันธบัตร 40%

 

ผลการศึกษาพบว่า หากเพิ่ม Bitcoin เพียง 2.5% ของพอร์ต และมีการปรับสมดุลรายไตรมาส ผลตอบแทนสะสมของพอร์ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 187.43% จากเดิมในพอร์ตแบบดั้งเดิม ขณะที่ระดับความผันผวนแทบไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Sharpe Ratio) ปรับตัวดีขึ้นถึง 38%

 

ขณะที่การเพิ่มสัดส่วน Bitcoin เป็น 5% สามารถผลักดันผลตอบแทนสะสมของพอร์ตขึ้นไปถึง 258.50% ซึ่งมากกว่าสองเท่าของพอร์ตแบบดั้งเดิม

 

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า Bitcoin สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง (Diversification) และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งการถือครองสินทรัพย์ที่หลากหลายกำลังกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับนักลงทุนในยุคปัจจุบัน

 

 

มุมมองทางด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-03-04-152820.png

 

ราคาแกว่งสร้างฐานหลังไม่หลุด Low และเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นจากกรอบล่าง Downtrend Channel ขณะที่ RSI ยกตัวขึ้นใกล้ถึงระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line อยู่ใต้แกน 0 แต่ก็ไต่ระดับขึ้นเช่นกัน หากราคาไม่หลุดต่ำกว่า Low เดิม ประเมินว่ามีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ

 

แนวรับ: 2,070,000-1,960,000 (64,000 – 60,000 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 2,300,000-2,500,000 (72,000 – 76,000 ดอลลาร์)

 

ETH

 

Screenshot-2026-03-04-152838.png

 

ราคาแกว่งสร้างฐานหลังไม่หลุด Low และเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นจากกรอบล่าง Downtrend Channel ขณะที่ RSI ยกตัวขึ้นใกล้ถึงระดับ 50 ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line อยู่ใต้แกน 0 แต่ก็ไต่ระดับขึ้นเช่นกัน หากราคาไม่หลุดต่ำกว่า Low เดิม ประเมินว่ามีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ

 

แนวรับ: 59,000-54,000 (1,800 – 1,650 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 69,000-74,000 (2,250 – 2,450 ดอลลาร์)

 

 

Factors to Watch

 

Date

Events

11 March 2026

CPI (MoM) (Feb)

CPI (YoY) (Feb)

Core CPI (MoM) (Feb)

12 March 2026

Initial Jobless Claims

13 March 2026

GDP (QoQ) (Q3)

Core PCE Price Index (MoM) (Jan)

Core PCE Price Index (YoY) (Jan)

JOLTS Job Openings (Jan)

 

โดยตัวเลขที่นักลงทุนต้องติดตามคือ Retail Sales หรือ ยอดค้าปลีก ที่จะมีการรายงานในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. โดยตลาดคาดว่าจะหดตัว 0.3% MoM โดยเรามองว่าตัวเลขถ้าออกมาต่ำกว่าคาดจะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อภาพตลาดได้เนื่องจากจะนำไปสู่โอกาสในการลดดอกเบี้ยที่มากขึ้น

 

อีกหนึ่งตัวเลขที่สำคัญหรือ Nonfarm Payrolls หรือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่จะมีการรายงานในวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. เช่นกัน โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 60k ถ้าออกมาต่ำกว่าคาดจะส่งผลบวกต่อภาพตลาดในระยะสั้นได้

 

อย่างไรก็ตาม INVX ยังคงมุมมองเดิมว่า Fed จะทำการลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2026

 

 

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5