
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มฟื้นตัว โดย Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเริ่มต้น โดยแรงกดดันจากเหตุการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย สะท้อนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้ในระดับหนึ่ง
ในด้านการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ปรับตัวลงแตะระดับ 74,900 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดที่ 79,400 ดอลลาร์ ก่อนกลับมายืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 2,210–2,400 ดอลลาร์
ภายหลังจากที่ผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐฯ (ยกเว้น NVIDIA) ได้มีการประกาศออกไปหมดแล้ว รวมถึงโอกาสในการที่ CLARITY Act จะประกาศใช้เป็นกฎหมายมีมากขึ้น โดยสองประเด็นนี้เป็นส่วนที่ช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยสิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือการนำร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งตลาดคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน พ.ค. ทำให้ ประเด็นนี้จะเป็นประเด็นหลักที่ต้องติดตาม และน่าจะช่วยสนับสนุนให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมี Sentiment เชิงบวกต่อไปได้ โดยความชัดเจนด้านกฎระเบียบถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้การที่ราคาน้ำมันยืนอยู่ในระดับสูง ณ ตอนนี้ คาดว่าจะยังไม่เป็นประเด็นที่นักลงทุนให้น้ำหนักในสัปดาห์หน้า
ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ตัวแรกคือ Unemployment rate หรืออัตราการว่างงานของเดือน เม.ย. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 8 พ.ค. โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 4.3% ซึ่งเป็นการทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งหากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด จะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้
ตัวเลขที่สองคือ Core CPI หรือดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของเดือน เม.ย. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 12 พ.ค. โดยถ้าออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด จะส่งผลเชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้เช่นกัน เนื่องจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินให้สูงขึ้น อย่างไรก็ดี INVX ยังคาดว่าปีนี้ Fed จะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ย

Source : TradingView as of 6 May 2026
source : CryptoQuant as of 5 May 2026
MVRV Ratio คืออัตราส่วนที่ใช้วัดว่า “นักลงทุน Bitcoin โดยรวมกำไรหรือขาดทุนอยู่” โดยนำมูลค่าตลาดปัจจุบัน (Market Cap) ไปเทียบกับ “ต้นทุนจริง” ของเหรียญทั้งหมดในระบบ หรือที่เรียกว่า Realized Cap
Realized Cap จะคำนวณจาก “ราคาล่าสุดที่เหรียญแต่ละเหรียญถูกเคลื่อนไหว” ทำให้สะท้อนต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนในตลาดได้ดีกว่าการดูราคาปัจจุบันอย่างเดียว
พูดง่ายๆ คือ
นักลงทุนจึงนิยมใช้ MVRV เพื่อดูว่า Bitcoin อยู่ในช่วง “ถูก หรือ แพง” เมื่อเทียบกับต้นทุนจริงของตลาด
MVRV ของ Bitcoin ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1.45 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2569 และฟื้นตัวขึ้นชัดเจนจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ลงไปแถว 0.85 ตอน BTC หลุดใกล้ $60,000 สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมามีแรงซื้อ และนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาอยู่ในฝั่งกำไรอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ระดับปัจจุบันยังห่างจากโซนร้อนแรงในอดีตที่มักอยู่แถว 3.0–4.0 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมักเริ่มมีแรงขายทำกำไรจำนวนมาก
ในอดีต ช่วงที่ MVRV อยู่ประมาณ 1.2–2.0 มักเป็นช่วงที่ Bitcoin ค่อยๆ สร้างฐาน และมีโอกาสรีบาวต่อในระยะสั้นถึงกลาง เพราะตลาดยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไป
จึงมองได้ว่า ภาพตอนนี้ยังเป็น “ช่วงฟื้นตัวของตลาด” มากกว่าช่วงใกล้จบรอบ ทำให้การย่อตัวระยะสั้นยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสมได้มากกว่าจังหวะขาย

source : Tradingview as of 5 May 2026
Crypto Fear & Greed Index คือดัชนีที่ใช้วัด “อารมณ์ของตลาดคริปโท” ว่านักลงทุนกำลังกลัวหรือโลภมากแค่ไหน โดยคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น ความผันผวน ปริมาณซื้อขาย Social Media และแนวโน้มตลาด
Crypto Fear & Greed Index ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 26 ซึ่งยังอยู่ในโซน “Fear” สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อทิศทางตลาด แม้ดัชนีจะเริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดก่อนหน้า อีกทั้งนักลงทุนรายใหญ่ยังทยอยสะสม และเงินยังคงเริ่มไหลกลับเข้า ETF
ในเชิงประวัติศาสตร์ ระดับต่ำกว่า 30 มักเป็นช่วงที่แรงขายเริ่มลดลง และ Sentiment เชิงลบถูกสะท้อนไปในราคาแล้วระดับหนึ่ง โดยในหลายครั้งที่ผ่านมา เช่น ปี 2021, 2022 และ 2023 ตลาดมักเกิดแรงรีบาวระยะสั้นตามมา เพราะนักลงทุนระยะยาวเริ่มทยอยสะสมหลังแรงขายส่วนใหญ่ผ่านไปแล้ว
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กฎหมายคริปโทสหรัฐฯ อย่าง CLARITY Act ล่าช้ามาหลายเดือน คือประเด็น “Stablecoin Yield” หรือการที่บริษัทคริปโทให้ผลตอบแทนกับผู้ถือ Stablecoin
ฝั่งธนาคารกังวลว่า หากผู้ใช้ถือ USDC แล้วได้ดอกเบี้ย เงินอาจไหลออกจากระบบธนาคาร ขณะที่ฝั่งคริปโทมองว่าเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ควรเปิดให้แข่งขันได้
ล่าสุด เริ่มมี “ทางออก” โดย CLARITY Act จะไม่ให้จ่ายดอกเบี้ยแบบบัญชีเงินฝาก แต่ยังเปิดทางให้ Reward จาก “การใช้งานจริง” เช่น การทำธุรกรรม หรือใช้งานบน Platform ต่างๆ
จุดสำคัญคือ บริษัทคริปโทรายใหญ่ เช่น Coinbase และ Circle เริ่มสนับสนุนแนวทางนี้แล้ว สะท้อนว่าตลาดมองว่า CLARITY Act มีโอกาสผ่านมากขึ้น หลังปัญหาใหญ่สุดเริ่มคลี่คลาย
หาก CLARITY Act ผ่าน จะช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎหมายให้ตลาดคริปโท และอาจดึงเงินลงทุนสถาบันกลับเข้ามามากขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่ตลาดในระยะยาว

source : InnovestX Research as of 6 May 2026
ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ยังยกตัวขึ้นในโซน Bullish ได้ต่อ ส่วน MACD ยังอยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 2,500,000-2,350,000 บาท (75,000 – 71,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 2,750,000-3,000,000 บาท (85,000 – 95,000 ดอลลาร์)

source : InnovestX Research as of 6 May 2026
ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ยังยกตัวขึ้นในโซน Bullish ได้ต่อ ส่วน MACD ยังอยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 73,000-69,000 บาท (2,200 – 2,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 83,000-88,000 บาท (2,600 – 2,800 ดอลลาร์)
|
Date |
Events |
|
12 May 2026 |
CPI (MoM) (Apr) CPI (YoY) (Apr) Core CPI (MoM) (Apr) |
|
13 May 2026 |
PPI (MoM) (Apr) |
|
14 May 2026 |
Retail Sales (MoM) (Apr) Core Retail Sales (MoM) (Apr) Initial Jobless Claims |
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้