Digital Assets Weekly Pulse

Bitcoin ทดสอบเส้น EMA200 ชี้ชะตาตลาดไปต่อหรือจะพอเเค่นี้

13 May 26 1:51 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ
  • ภาพรวมตลาด:ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าแผนสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านและผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง แม้ CPI สูงกว่าคาดกดดัน Bond Yield โดย Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบ 78,200–82,800 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum อยู่ที่ 2,265–2,420 ดอลลาร์

 

  • เส้น EMA200 ชี้ชะตา Bitcoin : BTC ทดสอบ EMA200 ที่ $82,000 แนวต้านสำคัญชี้ทิศทางตลาด หลังในอดีตปี 2018 และ 2022 ราคามักถูกแรงขายกดดันเมื่อรีบาวด์แตะเส้นดังกล่าว ทำให้ตลาดยังต้องระวังความผันผวนระยะสั้น

 

  • Liquidity Heatmap : ชี้ว่า Bitcoin อาจแกว่งลงทดสอบโซน $80,000 เพื่อล้างแรงเก็งกำไรระยะสั้น หลังยังไม่สามารถยืนเหนือ EMA200 ได้ อย่างไรก็ตาม หากโซนดังกล่าวยังรับอยู่ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวรอบใหม่ในระยะกลางได้

 

  • CLARITY Act จ่อโหวต 14 พ.ค. : ร่างกฎหมายคริปโทสหรัฐฯ ที่อาจสร้างกติกาชัดเจนครั้งแรกให้ Bitcoin และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

  • Factors to Watch : การพบกันของคุณโดนัลด์ ทรัมป์ และคุณสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ที่กรุงปักกิ่ง อีกทั้งตลาดจับตา Retail Sales สหรัฐฯ วันที่ 14 พ.ค. โดยหากต่ำกว่าคาดอาจหนุน Sentiment เชิงบวกต่อคริปโทระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนให้น้ำหนักกับประเด็น CLARITY Act และการพบกันของทรัมป์-สี จิ้นผิง มากกว่า ทำให้ผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอาจจำกัด

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งข้อเสนอแผนสันติภาพให้อิหร่าน ซึ่งรวมถึงการฟื้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือน เม.ย. ที่ออกมาสูงกว่าตลาดคาดการณ์ กดดัน Bond Yield อายุ 10 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งจากความกังวลเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานสูง

ด้านการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 78,200 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 82,800 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 2,265–2,420 ดอลลาร์

 

 

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

 

ประเด็นเรื่อง CLARITY Act ซึ่งถือเป็นกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยกำหนดกรอบกำกับดูแลร่วมระหว่าง SEC และ CFTC พร้อมกำหนดให้ Stablecoin ต้องมีเงินสำรอง 1:1 และให้นิยามทางกฎหมายที่ชัดเจนต่อ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยตลาดคาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีโอกาสผ่านภายในปีนี้สูงถึง 75% ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 14 พ.ค. ที่มีกระแสข่าวออกมาว่า คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดโหวตร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยสาระสำคัญของกฎหมายนี้คือการสร้างกรอบการกำกับดูแลคริปโต และกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ให้ชัดเจน หากมีการเลื่อนออกไปโดยที่ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน อาจจะเป็นสัญญาณลบระยะสั้นต่อภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ถ้าสามารถเดินหน้าตามกำหนดได้ จะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดเช่นกัน

 

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ การพบกันของคุณโดนัลด์ ทรัมป์ และคุณสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ที่กรุงปักกิ่ง ถ้าเห็นพัฒนาการเชิงบวกเรื่องดีลการค้า และ/หรือการส่งออกแร่หายาก INVX คาดว่าจะส่งผลบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากจะเห็นการปรับตัวลดลงของ Bond Yield สหรัฐฯ รวมถึง Dollar Index

 

 

Big Cap Performance

 

Screenshot-2026-05-13-113001.png

source : Tradingview as of 13 May 2026

 

 

Key Highlight1 - Bitcoin จ่อวัดใจ EMA200 ที่ $82,000 — ด่านสำคัญที่เคยเป็นจุดเริ่มแรงขายใน Bear Market ปี 2018 และ 2022 ถ้ายืนได้ตลาดจะกลับมาเปนขาขึ้น

 

Screenshot-2026-05-13-114215.png

source : Tradingview as of 13 May 2026

 

1. EMA200 คืออะไร?


200-Day Exponential Moving Average (EMA200) หรือเส้นค่าเฉลี่ยราคา 200 วัน เป็นหนึ่งใน Indicator สำคัญที่สุด เพราะมักถูกใช้เป็น “เส้นแบ่งแนวโน้มตลาด”
• ราคาอยู่เหนือ EMA200 = ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish)
• ราคาอยู่ต่ำกว่า EMA200 = ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลง (Bearish)

ในอดีต Bitcoin มักใช้เส้นนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทุกวัฏจักรตลาด

 

2. สถานการณ์ปัจจุบัน


ขณะนี้ BTC กำลังทดสอบ EMA200 บริเวณ ~$82,000 หลังจากซื้อขายต่ำกว่าเส้นนี้มาหลายเดือน โดยล่าสุดราคาขึ้นไปแตะบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถยืนเหนือได้อย่างชัดเจน

 

3. สัญญาณนี้บอกอะไร?


ใน Bear Market ปี 2018 และ 2022 BTC เคยรีบาวด์ขึ้นมาทดสอบ EMA200 ก่อนถูก Reject และปรับตัวลงต่อ
แต่เมื่อใดที่ BTC สามารถ Break และยืนเหนือ EMA200 ได้อย่างต่อเนื่อง มักเป็นสัญญาณว่า Bull Market รอบใหม่เริ่มกลับมาอีกครั้ง

ดังนั้น EMA200 รอบนี้ จึงถูกมองว่าเป็น “จุดชี้ชะตา” สำคัญของตลาด Bitcoin ในระยะกลางถึงยาว

 

 

Key Highlight2 - Liquidity Heatmap ชี้บริเวณ $80,000 ตลาดอาจล้างแรงเก็งกำไร

 

Screenshot-2026-05-13-095940.png

source : Coinglass as of 13 May 2026

 

1. Liquidity Heatmap คืออะไร?


Liquidity Heatmap คือเครื่องมือที่ช่วยดูว่า “ตลาดมีคำสั่งรอถูกบังคับปิด” อยู่บริเวณไหนมากที่สุด โดยโซนที่มีสีหนาแน่น มักเป็นจุดที่ราคามีโอกาสถูกดึงไปหา เพราะมีสภาพคล่องจำนวนมากรออยู่

เมื่อราคาถูกดึงไปถึงโซนนั้น อาจเกิดแรงซื้อหรือแรงขายต่อเนื่องจากการบังคับปิดสถานะ ทำให้ราคาผันผวนแรงในระยะสั้น เช่น หากมี Long จำนวนมากอยู่ต่ำกว่าราคา ตลาดอาจถูกกดลงไปล้างสถานะก่อน แล้วจึงค่อยฟื้นตัวได้ง่ายขึ้นเมื่อแรงเก็งกำไรส่วนเกินถูกล้างออกไปแล้ว

 

2. สถานการณ์ปัจจุบัน


ขณะนี้ตลาด Bitcoin มีแรงสะสมของสถานะฝั่งซื้อจำนวนมากอยู่ต่ำกว่า $80,000 ขณะที่ด้านบนบริเวณ ~$82,500 ยังมีแรงขายกลับเข้ามาต่อเนื่อง หลัง BTC ไม่สามารถยืนเหนือ EMA200 ได้สำเร็จ ทำให้ตลาดยังอยู่ในช่วงลังเลระยะสั้น

 

3. สัญญาณนี้บอกอะไร?


ตลาดมีโอกาสแกว่งลงไปทดสอบโซน $80,000 ก่อน เพื่อ “ล้างแรงเก็งกำไร” ระยะสั้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีตของ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม หากโซนดังกล่าวสามารถรับอยู่ได้ จะช่วยให้โครงสร้างตลาดแข็งแรงขึ้น และเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวในระยะกลางได้มากขึ้น นักลงทุนควรระวังความผันผวนระยะสั้น แต่ยังสามารถใช้จังหวะอ่อนตัวในการทยอยสะสมได้

 

 

Key Highlight3 - CLARITY Act จ่อโหวต 14 พ.ค. — ร่างกฎหมายคริปโทสหรัฐฯ ที่อาจสร้างกติกาชัดเจนครั้งแรกให้ Bitcoin และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

1. CLARITY Act คืออะไร?


CLARITY Act คือร่างกฎหมายคริปโทฉบับใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายกำหนด “กติกาที่ชัดเจน” ให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้ง Bitcoin, Stablecoin และ Exchange โดยร่างกฎหมายจะเเบ่งการกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC พร้อมกำหนดให้ Stablecoin ต้องมีเงินสำรอง 1:1 รองรับเต็มจำนวน

 

2. สถานการณ์ปัจจุบัน


ล่าสุด Senate Banking Committee ได้เผยแพร่ Full Text ของ CLARITY Act ก่อนการโหวตวันที่ 14พฤษภาคม 2026 ขณะที่ทำเนียบขาวต้องการผลักดันให้กฎหมายลงนามได้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 ด้าน Prediction Market ประเมินว่ามีโอกาสราว 75% ที่กฎหมายจะผ่านภายในปีนี้

 

3. สัญญาณนี้บอกอะไร?


ตลาดมองว่ากฎหมายนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของอุตสาหกรรมคริปโทสหรัฐฯ เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และเปิดทางให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น

หากกฎหมายผ่าน อาจเป็นปัจจัยบวกระยะกลางถึงยาวต่อ Bitcoin และตลาดคริปโทโดยรวม

 

 

มุมมองด้านเทคนิค

 

BTC

 

Screenshot-2026-05-13-140824.png

Source : InnovestX Research as of 13 May 2026

 

ราคาแกว่งตัวในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI แกว่งทรงตัวในโซน Bullish ส่วน MACD ลงมาอยู่ใต้ Signal Line แต่ยังอยู่เหนือแกน 0 ประเมินว่าราคามีแนวโน้มพักตัวระยะสั้น แต่หากราคาไม่หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ประเมินยังเป็นแนวโน้มที่ดีอยู่

แนวรับ: 2,500,000-2,350,000 บาท (76,000 – 72,000 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 2,750,000-3,000,000 บาท (85,000 – 95,000 ดอลลาร์)

 

 

ETH

 

Screenshot-2026-05-13-140835.png

Source : InnovestX Research as of 13 May 2026

 

ราคาแกว่งตัวในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI แกว่งทรงตัวในโซน Bullish ส่วน MACD ลงมาอยู่ใต้ Signal Line แต่ยังอยู่เหนือแกน 0 ประเมินว่าราคามีแนวโน้มพักตัวระยะสั้น แต่หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินยังเป็นแนวโน้มที่ดีอยู่

แนวรับ: 72,000-68,000 บาท (2,100 – 1,900 ดอลลาร์)

แนวต้าน: 83,000-88,000 บาท (2,600 – 2,800 ดอลลาร์)

 

 

Factors to Watch

 

Date

Events

21 May 2026

FOMC MEETING MINUTES

INITIAL JOBLESS CLAIMS

MANUFACTURIN PMI (MAY)

SERVICES PMI (MAY)

 

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคือ Retail Sales หรือยอดขายปลีกของเดือน เม.ย. ที่จะรายงานในวันที่ 14 พ.ค. โดยตลาดคาดว่าจะเติบโต 0.6% MoM โดยปกติถ้าตัวเลขออกมาเติบโตต่ำกว่าคาด จะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้ แต่เนื่องด้วยช่วงวันที่ 14-15 พ.ค. มี 2 เหตุการณ์เรื่อง CLARITY Act และการพบกันของคุณทรัมป์ และคุณสี จิ้นผิง ที่เราเชื่อว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักมากกว่า เลยทำให้ผลของตัวเลข Retail Sales ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบจำกัดต่อภาพรวมสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5