PDF Available  
เคาะซื้อ Weekly strategy

เคาะซื้อ Weekly Strategy: ทรัมป์ระบุ สงครามสหรัฐฯ – อิหร่านใกล้ยุติ ราคาพลังงานลด หุ้นขึ้นทำ All Time High (20 - 24 April 2026)

17 Apr 26 11:30 AM
สรุปสาระสำคัญ
สรุปคำแนะนำการลงทุนประจำวันที่ 20 - 24 เม.ย. 2026
 
มุมมองรายสินทรัพย์ประจำสัปดาห์

ตราสารทุน

เราประเมินว่าพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งสัญญาณ de-escalation ชัดเจนมากขึ้น ช่วยหนุน risk sentiment และลดความกังวลต่อ downside ของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมด Risk-on และหนุนให้ตลาดหุ้นโลกและสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำ All-time high ในเชิงกลยุทธ์ เรามองว่าตลาดยังมี upside ต่อ จากความคาดหวังต่อการคลี่คลายของความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะเป็น catalyst สำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มี earnings momentum แข็งแกร่ง ซึ่งมีแนวโน้มหนุนการ re-rating ของราคาหุ้นในระยะถัดไป โดยในระยะสั้นแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่ม Software จาก sentiment ที่ฟื้นตัวและ valuation น่าสนใจ ประกอบกับเห็นสัญญาณโมเมนตัมที่ดูดีขึ้น ขณะที่ระยะกลางแนะนำสะสมหุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็ก, หุ้นกลุ่ม Nuclear และ Grid ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีจากโครงสร้างอุปสงค์พลังงานและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งตัวขึ้น

 

ตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ มีการย่อตัวลงต่อ หลังสงครามในตะวันออกกลางมีสัญญาณการเข้าสู่การเจรจา หนุนความคาดหวังว่า ราคาพลังงานจะปรับตัวลดลง หนุนให้เงินเฟ้อผ่อนคลายในระยะถัดไป ซึ่งกดดัน Bond Yield ในสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ปรับตัวลดลงโดยเฉพาะในช่วง 3-7 ปี ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามราคาพลังงานและตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ Bond Yield มีแนวโน้มผันผวนในระยะถัดไปได้ เรามองตราสารหนี้ระยะยาวยังมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น และยังคงแนะนำให้ถือตราสารหนี้ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี

 
 สินทรัพย์ทางเลือก
ราคาทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ $4,800 และคาดว่าในระยะสั้นจะแกว่งตัวในช่วง $4,600–$4,800 ต่อไป จากแรงหนุนด้านการคาดหวังการลดดอกเบี้ยที่ถูก priced in ไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจายุติความขัดแย้งไปลด war premium ซึ่งจำกัด upside ของราคาในระยะสั้น เราแนะนำทยอยสะสมบริเวณ $4,500–$4,600 โดยยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว จากแรงซื้อของธนาคารกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยจำกัด downside และสนับสนุนแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป

ด้าน REITs ไทย และ Global REITs มีแนวโน้มฟื้นตัวจาก Bond Yield ค่อยๆ ลดลงหลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามราคาพลังงานทีอยู่ในระดับสูงอาจกดดันให้ Bond Yield ลดลงได้จำกัด ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนใน REITs
[Theme Play] 
 
หุ้น Nuclear Energy: งบประมาณสหรัฐฯ ปี 2027 สะท้อนการ shift สู่พลังงานนิวเคลียร์และ Energy Security ผ่านการสนับสนุน SMR, nuclear fuel และ critical minerals สอดรับกับ demand ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ data center ด้านเทคนิค NUKZ ETF ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน พร้อมสัญญาณ Buy จาก MACD สะท้อนแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ valuation ผ่อนคลายลง โดย FWD P/E ลดจาก 32 เท่า สู่ 23 เท่า สะท้อนความน่าสนใจในการลงทุน ในระยะยาวความผันผวนของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มเร่งการกระจายแหล่งพลังงาน และเป็นตัวเร่งให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเร่งกระจายแหล่งพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานดั้งเดิม ซึ่งจะนำไปสู่การเร่งการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์ในระยะยาว
 
หุ้น Global Grid: ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังเป็นแรงหนุนให้ทำให้หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะใน สหรัฐฯ ยุโรป และจีนที่กระแสการลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ความคาดหวังในการยุติสงครามตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น Bloomberg คาดการณ์ว่า การลงทุนใน Grid ทั่วโลกจะเติบโตกว่า 10% ในช่วง 2025-2027 และคาดการณ์ว่า EPS Growth ของดัชนี Nasdaq OMX Clean Edge Smart Grid Index จะเร่งตัวขึ้นอยู่ที่ระดับราว 19% ในปีนี้ 

หุ้น US Small Cap: เราประเมินว่าสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย จะทำให้ตลาดมองว่า tail risk มีโอกาสผ่านจุดสูงสุด หนุนราคาน้ำมันและเงินเฟ้อทยอยลดลง เปิดทางให้ Fed สามารถผ่อนคลายนโยบายในช่วง 2H26 และกด bond yield ปรับลดลง เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อการ re-rate ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นที่อิงกับ domestic demand อย่างหุ้นขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน มาตรการ OBBBA ที่เพิ่ม Tax refund ยังช่วยหนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนเพิ่มเติม โดยมองว่าหุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กจะได้แรงหนุนทั้งจากความคาดหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป และกำไรที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นตลอดทั้งปี 2026
 
หุ้นอินเดีย: แม้ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านจะหนุน sentiment การลงทุนในระยะสั้น และเปิดโอกาสให้ตลาดหุ้นอินเดียฟื้นตัวหลังเผชิญแรงกดดันจากสงคราม อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะกลาง–ยาว เรายังคงมีความระมัดระวัง เนื่องจากการยุติความขัดแย้งไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงสู่ระดับก่อนเกิดสงครามด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงราว 90% อินเดียจึงยังมีความเสี่ยงด้านดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินรูปีอ่อนค่า ซึ่งอาจกดดัน sentiment และ Fund flow หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องดังนั้น แม้มี catalyst เชิงบวกในระยะสั้น เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อหุ้นอินเดียในระยะถัดไป

 
[Event Play] 
 
หุ้น Software: แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Software โดยมองว่าความกังวลต่อ AI disruption โดยเฉพาะประเด็น AI Mythos ของ Anthropic ที่กดดันราคาหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน เป็นปัจจัยเชิง sentiment ระยะสั้นมากกว่า เนื่องจากประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่และได้ถูกสะท้อนในราคามาตั้งแต่ปลายปี 2025 แล้ว ทำให้ downside จากประเด็นนี้เริ่มจำกัดด้านเทคนิค IGV ETF ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นกลุ่ม Software ยังสามารถยืนเหนือแนวรับระยะยาวได้ ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากหุ้นขนาดใหญ่ เช่น Oracle ที่สามารถทะลุเส้น 50-day SMA และมี momentum ฟื้นตัว ซึ่งมีแนวโน้มหนุนภาพรวมของกลุ่ม ในเชิงพื้นฐาน valuation ของหุ้นกลุ่ม Software อยู่ในระดับ Deep value หลังผ่านช่วง Expectation Reset จาก AI disruption ประกอบกับแรงขายที่เริ่มลดลงและ fund flow ที่ทยอยไหลกลับ สะท้อนว่าแรงกดดันเดิมเริ่มคลี่คลาย ทำให้ risk-reward อยู่ในระดับน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญในระยะถัดไปคือการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่ม Software ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากออกมาดีกว่าคาด จะเป็น catalyst สำคัญที่ช่วยยืนยันการฟื้นตัวของกลุ่ม โดยรวมเรามองว่าหุ้นกลุ่ม Software มีโอกาสรีบาวด์ต่อ และแนะนำทยอยสะสมเพื่อรับโอกาสการฟื้นตัวของราคา
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5