
แนะนำเข้าลงทุนทองคำ < 6 เดือน (Event Play) มองเป้าหมายราคาทองคำที่ $5,500/oz และกำหนดจุด Stop loss ที่ $4,800/oz ทั้งนี้ การเข้าหรือออกจาก position จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย
Event: ความไม่แน่นอนการค้าโลกเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็น 15% และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูง หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
Fundamental: Fed อยู่ใน easing cycle ซึ่งเอื้อต่อทองคำ ขณะเดียวกันอุปสงค์จากธนาคารกลางและกองทุน ETF ยังแข็งแกร่ง สนับสนุนภาพกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์
Technical: ราคาทองคำเบรกแนวต้าน $5,120 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมโครงสร้าง higher low ต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ขณะที่ RSI ยืนเหนือ 50 และ MACD มีโอกาสตัดขึ้นเหนือเส้น signal line สนับสนุนสัญญาณกลับเข้าซื้อ
[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน หรือ Event-play]
Event
ความผันผวนช่วงเดือนที่ผ่านมา ประเมินว่าเป็นการรีเซ็ตความคาดหวังของตลาดมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หลังราคาปรับขึ้นแรงจากแรงเก็งกำไร โดยภาพรวมปี 2026 ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น การพักฐานรอบนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ใกล้เคียงรอบก่อนที่มักใช้เวลา 1–2 เดือน ก่อนกลับเข้าสู่รอบฟื้นตัว
ความเสี่ยงการค้าโลกยังอยู่ในระดับสูง หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบชั่วคราว (temporary import duty) จาก 10% เป็น 15% สร้างความไม่แน่นอนต่อการค้าโลกเพิ่มเติม ซึ่งมีแนวโน้มสร้างความผันผวนต่อตลาดมากขึ้น หนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ พิจารณาปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่าน พร้อมเสริมกำลังในตะวันออกกลาง สะท้อนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
Fundamental
Fed ยังอยู่ใน easing cycle โดยตลาดให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลงเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
อุปสงค์ทองคำยังแข็งแกร่ง ทั้งจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางและกองทุน ETF สะท้อนการกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้ออยู่
Technical
ราคาทองคำเบรคแนวต้าน 5,120 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมโครงสร้างราคา higher low ต่อเนื่อง บ่งชี้แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น
RSI ยืนเหนือระดับ 50 จุด สะท้อนโมเมนตัมเชิงบวก ขณะที่ MACD มีโอกาสตัดขึ้นเหนือเส้น signal line สนับสนุนสัญญาณกลับเข้าซื้อ

Source : InnovestX Investment Products & Strategy, TradingView as of 23 February 2026
สรุป: แนะนำเข้าลงทุนทองคำผ่าน กองทุนทองคำ K-GOLD-A(A) หรือสามารถลงทุนผ่าน ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF) ในลักษณะ Event Play (ระยะการลงทุน < 6 เดือน) เพื่อเปิดรับแรงหนุนจาก (1) ความไม่แน่นอนด้านการค้า (2) ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และ (3) แนวโน้มดอกเบี้ยที่เอื้อต่อทองคำ ขณะเดียวกันสัญญาณเทคนิคสนับสนุนว่ารอบพักฐานอาจจบและเข้าสู่ช่วงรีบาวด์ได้อีกครั้ง
กองทุนแนะนำ: K-GOLD-A(A)
ETF: SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)
จาก Universe กองทุนทองคำทั้งหมดในไทยที่ลงทุนตรงแบบ Feeder Fund โดยคัดเลือกกองทุนที่ป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน มี share class สะสมมูลค่า และลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Shares ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ เนื่องจากมีเวลาทำการที่สอดคล้องกับเวลาประเทศไทยจำนวน 8 กองทุน

Source: Fund Fact Sheet as of 31 January 2026
INVX พิจารณาคัดเลือก K-GOLD-A(A) เนื่องจากเป็นกองทุนทองคำที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม Front-end และ Back-end เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในระยะสั้น โดยกองทุนมีอัตราค่าใช้จ่ายรวม (TER) ต่ำที่ 1.00% ต่อปี (ทั้งนี้ผู้ลงทุนจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Brokerage Fee เมื่อซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ที่ 0.10% ของมูลค่าการซื้อ-ขาย)
สรุปจุดเด่นของกองทุนและกองทุนหลัก SPDR Gold Shares (GLD)
กองทุนเปิดเค โกลด์-A [K-GOLD-A(A)] เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก SPDR® Gold Shares (GLD) ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management ซึ่งอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก (LBMA Gold Price)
กองทุนหลักมีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง ในปัจจุบันมีทองคำอยู่ในการครอบครองมากกว่า 1,070 ตัน ซึ่งสูงกว่าทองคำสำรองของประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรอีกด้วย
นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว กองทุน GLD มีทรัพย์สินรวมคิดเป็นมูลค่ากว่า 175,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง และมีทรัพย์สินมากกว่ากองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงอันดับ 2 อย่าง iShares Gold Trust (IAU) มากกว่า 2 เท่า
โดยกองทุนหลัก GLD ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2004 และจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก ทั้งนี้กองทุนหลัก GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายมากขึ้น โดยมีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงดังนี้
ทั้งนี้ กองทุน K-GOLD-A(A) ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR® Gold Shares (GLD) แบบป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้ผลตอบแทนสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์อ้างอิงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
และกองทุน K-GOLD-A(A) เป็นกองทุนรวมทองคำที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) และค่าธรรมเนียมขาย (Back-end Fee) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายระยะสั้น โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.86% ต่อปี และมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมที่ 1.00% ต่อปี
ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง (ณ วันที่ 31 ม.ค. 2026)
Source: Morningstar as of 31 Jan 2026 and SPDR® as of 20 Feb 2026
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม