Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ: Event Play) แนะนำเข้าลงทุนทองคำ กองทุน K-GOLD-A(A) หลังเบรกแนวต้าน $5,120/oz ท่ามกลางความไม่แน่นอนการค้าและภูมิรัฐศาสตร์

23 Feb 26 2:20 PM
1280x720 px
สรุปสาระสำคัญ

แนะนำเข้าลงทุนทองคำ < 6 เดือน (Event Play) มองเป้าหมายราคาทองคำที่ $5,500/oz และกำหนดจุด Stop loss ที่ $4,800/oz ทั้งนี้ การเข้าหรือออกจาก position จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

  • Event: ความไม่แน่นอนการค้าโลกเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวเป็น 15% และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูง หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

  • Fundamental: Fed อยู่ใน easing cycle ซึ่งเอื้อต่อทองคำ ขณะเดียวกันอุปสงค์จากธนาคารกลางและกองทุน ETF ยังแข็งแกร่ง สนับสนุนภาพกระจายความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์

  • Technical: ราคาทองคำเบรกแนวต้าน $5,120 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมโครงสร้าง higher low ต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ขณะที่ RSI ยืนเหนือ 50 และ MACD มีโอกาสตัดขึ้นเหนือเส้น signal line สนับสนุนสัญญาณกลับเข้าซื้อ

     

  • แนะนำกองทุน: K-GOLD-A(A) หรือ ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)

 

 

[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน หรือ Event-play]

 

Event

  • ความผันผวนช่วงเดือนที่ผ่านมา ประเมินว่าเป็นการรีเซ็ตความคาดหวังของตลาดมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หลังราคาปรับขึ้นแรงจากแรงเก็งกำไร โดยภาพรวมปี 2026 ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น การพักฐานรอบนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ใกล้เคียงรอบก่อนที่มักใช้เวลา 1–2 เดือน ก่อนกลับเข้าสู่รอบฟื้นตัว

  • ความเสี่ยงการค้าโลกยังอยู่ในระดับสูง หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบชั่วคราว (temporary import duty) จาก 10% เป็น 15% สร้างความไม่แน่นอนต่อการค้าโลกเพิ่มเติม ซึ่งมีแนวโน้มสร้างความผันผวนต่อตลาดมากขึ้น หนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

     

  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ พิจารณาปฏิบัติการทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่าน พร้อมเสริมกำลังในตะวันออกกลาง สะท้อนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง

Fundamental

  • Fed ยังอยู่ใน easing cycle โดยตลาดให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาลงเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ

  • อุปสงค์ทองคำยังแข็งแกร่ง ทั้งจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางและกองทุน ETF สะท้อนการกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้ออยู่

     

Technical

  • ราคาทองคำเบรคแนวต้าน 5,120 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมโครงสร้างราคา higher low ต่อเนื่อง บ่งชี้แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น

     

  • RSI ยืนเหนือระดับ 50 จุด สะท้อนโมเมนตัมเชิงบวก ขณะที่ MACD มีโอกาสตัดขึ้นเหนือเส้น signal line สนับสนุนสัญญาณกลับเข้าซื้อ


    Gold_23-Feb-26.png
    Source : InnovestX Investment Products & Strategy, TradingView as of 23 February 2026

 

สรุป: แนะนำเข้าลงทุนทองคำผ่าน กองทุนทองคำ K-GOLD-A(A) หรือสามารถลงทุนผ่าน ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF) ในลักษณะ Event Play (ระยะการลงทุน < 6 เดือน) เพื่อเปิดรับแรงหนุนจาก (1) ความไม่แน่นอนด้านการค้า (2) ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และ (3) แนวโน้มดอกเบี้ยที่เอื้อต่อทองคำ ขณะเดียวกันสัญญาณเทคนิคสนับสนุนว่ารอบพักฐานอาจจบและเข้าสู่ช่วงรีบาวด์ได้อีกครั้ง

 

กองทุนแนะนำ: K-GOLD-A(A)

ETF: SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)

 

จาก Universe กองทุนทองคำทั้งหมดในไทยที่ลงทุนตรงแบบ Feeder Fund โดยคัดเลือกกองทุนที่ป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน มี share class สะสมมูลค่า และลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Shares ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ เนื่องจากมีเวลาทำการที่สอดคล้องกับเวลาประเทศไทยจำนวน 8 กองทุน

kgold.png

Source: Fund Fact Sheet as of 31 January 2026

 

INVX พิจารณาคัดเลือก K-GOLD-A(A) เนื่องจากเป็นกองทุนทองคำที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม Front-end และ Back-end เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในระยะสั้น โดยกองทุนมีอัตราค่าใช้จ่ายรวม (TER) ต่ำที่ 1.00% ต่อปี (ทั้งนี้ผู้ลงทุนจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม Brokerage Fee เมื่อซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ที่ 0.10% ของมูลค่าการซื้อ-ขาย)

 

สรุปจุดเด่นของกองทุนและกองทุนหลัก SPDR Gold Shares (GLD)

  1. กองทุน K-GOLD-A(A) เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Shares (GLD)
  2. GLD มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management โดยอ้างอิงราคาทองคำ
  3. GLD ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงเพื่อสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุนให้เคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับราคาทองคำ
  4. GLD ถือเป็นกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
  5. กองทุนหลัก GLD มีการจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก
  6. GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น
  7. GLD มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหากเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
  8. กองทุน K-GOLD-A(A) เป็นกองทุนทองคำประเภทที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
  9. กองทุน K-GOLD-A(A) เป็นหนึ่งในกองทุนทองคำที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม Front-end Fee และ Back-end Fee เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายในระยะสั้น ทั้งนี้กองทุนมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมต่ำเพียง 1.00% ต่อปี
  10. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กองทุน GLD สามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ยปีละ 5% (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 2026)

 

กองทุนเปิดเค โกลด์-A [K-GOLD-A(A)] เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก  SPDR® Gold Shares (GLD) ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management ซึ่งอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก (LBMA Gold Price)

 

กองทุนหลักมีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง ในปัจจุบันมีทองคำอยู่ในการครอบครองมากกว่า 1,070 ตัน ซึ่งสูงกว่าทองคำสำรองของประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรอีกด้วย

 

นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว กองทุน GLD มีทรัพย์สินรวมคิดเป็นมูลค่ากว่า 175,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง และมีทรัพย์สินมากกว่ากองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงอันดับ 2 อย่าง iShares Gold Trust (IAU) มากกว่า 2 เท่า

 

โดยกองทุนหลัก GLD ถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2004 และจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก ทั้งนี้กองทุนหลัก GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายมากขึ้น โดยมีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงดังนี้

  • จดทะเบียนซื้อ-ขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลายประเทศ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ของสหรัฐฯ ซึ่งมีสภาพคล่องสูง
  • ค่าใช้จ่ายถูกกว่า เมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ และขนส่งทองคำแท่ง
  • มีความโปร่งใสสูง โดยนักลงทุนสามารถเข้าไปตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลักได้ทุกเมื่อที่ com
  • มีความยืดหยุ่นสูง และซื้อขายทั่วไปเหมือนหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนทั่วไปมีสัดส่วนการลงทุนในทองคำได้ง่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ กองทุน K-GOLD-A(A) ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR® Gold Shares (GLD) แบบป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้ผลตอบแทนสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์อ้างอิงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน

 

และกองทุน K-GOLD-A(A) เป็นกองทุนรวมทองคำที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) และค่าธรรมเนียมขาย (Back-end Fee) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายระยะสั้น โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.86% ต่อปี และมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมที่ 1.00% ต่อปี

 

ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง (ณ วันที่ 31 ม.ค. 2026)

  • ผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 76.5%
  • ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 36.8%
  • ผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 21.3%

Source: Morningstar as of 31 Jan 2026 and SPDR® as of 20 Feb 2026

 

คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5