
Fact: ลำดับเหตุการณ์ความตึงเครียดและปฏิกิริยาตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ล่าสุดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังเมื่อวันอังคาร (7 ก.ค. 69) เกิดเหตุเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป้าหมายหลายสิบจุดตามชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน พร้อมกับที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งเพิกถอนข้อยกเว้นการอนุญาตส่งออกน้ำมันของอิหร่านทันที ถัดมาวานนี้ (8 ก.ค.) ปธน. ทรัมป์ ได้ประกาศกลางเวทีการประชุมนาโตว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว พร้อมปฏิเสธการเจรจาและขู่โจมตีอิหร่านระลอกใหญ่ ขณะที่อิหร่านออกแถลงการณ์ประณามและขู่ตอบโต้อย่างรุนแรง โดยเน้นย้ำว่าจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
ความกังวลต่อวิกฤตพลังงานรอบใหม่นี้ส่งผลให้ล่าสุดเมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 5.2% ปิดที่ US$78.02/bbl ขณะที่ดัชนี DJIA ปิดที่ 52,348.39 จุด (-1.1%), S&P500 ปิดที่ 7,482.71 จุด (-0.3%) หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและกังวลว่าเงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูงตามราคาพลังงาน ส่วนวานนี้ (8 ก.ค. 69) SET ปิดที่ 1,576.25 จุด หรือ -27.88 จุด (-1.7%DoD)
🎯 Impact: ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off และเกิด Sector Rotation
InnovestX มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมทั้งตลาดหุ้นไทยจะเข้าสู่ภาวะ Risk-off จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุ โดยการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันรอบนี้เกิดจาก Geopolitical Risk Premium ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน ราคาจึงอ่อนไหวตามกระแสข่าวสูงและพร้อมปรับฐานลงเร็วหากความขัดแย้งไม่ขยายวงจนถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ในระยะสั้นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูงและอาจเผชิญแรงเทขายลดความเสี่ยงลงไปทดสอบแนวรับที่ 1,500-1,550 จุด โดยคาดภาพรวมจะเกิดการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุน (Sector Rotation) อย่างชัดเจน โดยกระแสเงินทุนมีโอกาสไหลเข้าสู่กลุ่มที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวก คือ กลุ่มพลังงานต้นน้ำที่ได้กำไรจากราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ส่วนโรงกลั่นและปิโตรเคมีได้แรงหนุนจาก Stock Gain ระยะสั้น แต่ต้องระวังมาร์จิ้น (GRM/GIM) หดตัวจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นหากส่งผ่านราคาขายไม่ได้ ในทางกลับกัน เงินทุนมีโอกาสไหลออกหรือเกิดแรงเทขายจากกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบก คือ กลุ่ม Anti-Oil อาทิ สายการบิน โรงไฟฟ้า SPP และวัสดุก่อสร้าง ที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น รวมถึงกลุ่มยานยนต์ ท่องเที่ยว และการแพทย์ระดับบน ซึ่งผลประกอบการบางส่วนต้องพึ่งพากำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าในตะวันออกกลาง
📌Action: กลยุทธ์ลงทุนเน้นปรับสมดุลพอร์ตเชิงรับ พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลง
InnovestX มองว่าระยะสั้นนักลงทุนยังไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป แม้ดัชนีจะผันผวนแต่คาดความเสี่ยงขาลง (Downside) จะจำกัด เนื่องจากตลาดได้ซึมซับปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปพอสมควรแล้ว และมองนักลงทุนจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนจึงเน้นปรับสมดุลพอร์ตจากเชิงรุกเป็นเชิงรับ ดังนี้
#InnovestX Investment Strategy & Research
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf