PDF Available  
Special Report - Thai Stocks

กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น...เน้นหุ้น Laggard ในธีม Earnings & Foreign Underowned Play

22 Jul 26 1:06 PM
สรุปสาระสำคัญ

แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะยังถูกกดดันจากปัจจัย Overhang อาทิ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลก และความเสี่ยงจากกำแพงภาษีศุลกากรสหรัฐฯ แต่ InnovestX มองว่า SET ได้ซึมซับความเสี่ยงดังกล่าวไปแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ดัชนียังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อ เพียงแต่มี Upside จำกัด หลังหุ้นกลุ่มที่เคยนำตลาดเริ่มมี Valuation ตึงตัว ส่งผลให้ความน่าสนใจในมิติของ Risk/Reward ลดลง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนในช่วงสั้นนี้ จึงแนะนำสลับเข้าลงทุนในหุ้น Laggard ที่ระดับราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่มีแนวโน้มกำไรดีแทน ผ่าน 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) Earnings Play เน้นหุ้นที่คาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ พร้อมทั้ง 2H26 คาดกำไรยังโตแข็งแกร่งทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ ADVANC CPN GULF PR9 SCGP TIDLOR และ 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่มีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU

  • ล่าสุด SET ปรับขึ้นกว่า 31.2%YTD ถือเป็นการ Outperform ตลาดหุ้นส่วนใหญ่อย่างชัดเจน มองแรงหนุนสำคัญมาจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าสู่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามอานิสงส์ของธีม AI ทั่วโลก ผนวกกับ ปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ดีกว่าคาด ทั้งตัวเลข GDP ไทยและกำไรสุทธิ 1Q26 ของ บจ. รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อการดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกของรัฐบาล ที่น่าสนใจ คือ ตลาดหุ้นไทยยังแสดงให้เห็นถึงความทนทานต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างเด่นชัด โดยพบนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิสะสม (YTD) ใน SET สูงราว 7.1 หมื่นลบ. แม้มีแรงขายสุทธิออกมาระยะสั้นในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. แต่เป็นเพียงปฏิกิริยาช่วงต้นของสงครามในตะวันออกกลาง ก่อนที่เม็ดเงินจะไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม SET ที่ปรับขึ้นมาสู่ระดับ 1,650 จุด ทำให้เริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้าน Valuation ที่ตึงตัว โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาดในช่วงที่ผ่านมา บวกกับ สัดส่วนถือครองของต่างชาติในหุ้นกลุ่มนี้ได้เร่งตัวขึ้นทะลุค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งคาดภาวะนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้เกิดเงินทุนหมุนสลับไปสนใจหุ้น Laggard ที่มีสัดส่วนถือครองของต่างชาติและ Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี รวมทั้งกำไรยังเติบโตดีแทน
  • ด้านแนวโน้มผลประกอบการ แม้ InnovestX ประเมินว่า กำไรสุทธิรวม 2Q26 ของ บจ. ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ Coverage (คิดเป็น 83% ของมูลค่าตลาดรวม) จะลดลงทั้ง YoY จากฐานปีก่อนสูง และ QoQ จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน อย่างไรก็ดี ประมาณการกำไรสุทธิรวม 2Q26 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด (Consensus) ราว 17% ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวัง (Conservative) ต่อฐานกำไรพิเศษจากปีก่อนที่หายไป และปัจจัยกดดันระยะสั้นจากคาดรับรู้ผลขาดทุนสต็อกน้ำมันของหุ้นโรงกลั่น ทำให้จุดนี้ถือเป็น Upside Risk ที่น่าสนใจ เพราะหากผลประกอบการจริงของ บจ. ออกมามีกำไรดีกว่าที่ InnovestX คาดหรือใกล้เคียงกับที่ Consensus ประเมินไว้ จะกลายเป็น Positive Surprise และเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยหนุนให้ SET ปรับขึ้นต่อได้
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5