Special Report - Thai Stocks

Thailand Focus 2026: จุดประกายวัฏจักรการลงทุน ชู 3 ธีมเด่น Domestic Play

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล, IAA|27 Aug 26 10:03 AM
ThailandFocus
สรุปสาระสำคัญ

งาน Thailand Focus 2026 ยกระดับความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบัน ด้วยนโยบายรัฐที่มุ่งสู่ High-Value Economy ซึ่งขับเคลื่อนจากเม็ดเงินลงทุนจริงใน AI และ Data Center ผสานการชูจุดแข็ง Trusted Connector รับมือภูมิรัฐศาสตร์ และการปลดล็อกพลังงานสะอาด (Direct PPA) ที่ตอบโจทย์ ESG กองทุนโลก ขณะที่ Moody's ปรับ Outlook เป็น Stable ช่วยยืนยันว่าภาวะขาดดุลเกิดจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ InnovestX ประเมินว่าแรงส่งจาก FDI จะจุดประกายการลงทุนภาคเอกชน หนุนสินเชื่อธุรกิจและการบริโภคให้ฟื้นตัว กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำสะสมหุ้น "Domestic Play" ใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1) Banking Re-rating รับสินเชื่อเติบโต (BBL KBANK KTB) 2) Investment Play รับวัฏจักรขยายฐานผลิตและพลังงานสะอาด (WHA AMATA GULF GPSC BGRIM GUNKUL STECON CK) และ 3) Consumption Play รับกำลังซื้อฟื้น (CPALL CRC CPN GLOBAL TRUE MTC SAWAD TIDLOR BEM)

📌 FACT: สรุปไฮไลท์งาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ประจำวันที่ 26 ส.ค. 2026


Section 1: Welcome Address

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เผย SET ฟื้นตัวจาก 1,200 จุดปีก่อน เป็น 1,600 จุดปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% โดยมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจากต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินทุนต่างชาติพลิกจากไหลออกสุทธิ (net outflow) 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน เป็นไหลเข้าสุทธิ (net inflow) กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ โดยงานปีนี้เป็นปีที่ 20 ของ Thailand Focus ซึ่งมี บจ. 77-78 แห่ง รวม 16 บริษัทในโครงการ JUMP+ ที่นำเสนอแผนธุรกิจระยะ 3 ปี เข้าร่วมประชุม one-on-one และ group meeting กับนักลงทุนสถาบัน

Section 2: Rebooting Thailand's Future: Digital, Data and the Next Growth Catalysts

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานบอร์ดสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ว่าแม้ไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดึงดูดทุนระดับโลกได้ แต่ยังขาดบุคลากร Deep Tech และการลงทุน AI รัฐจึงเร่งพัฒนากำลังคน ฐานข้อมูลกลาง และ Thai LLM เพื่อป้องกันมูลค่าเศรษฐกิจรั่วไหล พร้อมประเมินว่ากลุ่มการเงิน การผลิต โลจิสติกส์ ค้าปลีก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ 5 อุตสาหกรรมที่ไทยมีความได้เปรียบและมีศักยภาพเติบโตสูงสุด

ด้านนายสรุจ ทิพเสนา ผู้บริหาร Google Cloud ประเทศไทย ระบุว่า ธุรกิจไทยยังตามหลังเพื่อนบ้านในการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพการทำงาน (AI at work) ปัจจุบันเทคโนโลยีแก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายได้แล้ว อุปสรรคหลักจึงอยู่ที่ความชัดเจนของวิสัยทัศน์ผู้บริหาร องค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวสู่เทรนด์ Institutional AI ที่ใช้ AI Agents ทำงานเชื่อมโยงกันทั้งระบบ และเตรียมรับโอกาสจากข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ต่อไป

Section 3: Competing for the Future: How Thailand Can Win the Next Wave of High-Value Investment

Mr. Wei Khoe Lim ผู้บริหาร Infineon ประเทศไทย เผยแผนลงทุนสร้างโรงงานใหม่เพื่อดันไทยเป็น "ฮับแบ็กเอนด์ยุคถัดไป" รองรับดีมานด์ชิปยานยนต์และ AI โดยเสนอให้รัฐปรับปรุงกฎระเบียบและเสถียรภาพไฟฟ้า ด้าน ดร.ปรอง คงทรัพย์โต ผู้บริหาร Lumentum ประเทศไทย ระบุไทยเป็นฐานผลิตอุปกรณ์โฟโตนิกส์สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่สุดในโลกของบริษัท แต่ยังขาดแคลนวิศวกรเฉพาะทางจึงต้องเร่งร่วมมือกับสถาบันการศึกษา

ขณะที่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ชี้ว่าคลื่นการลงทุน 3-5 ปีข้างหน้าจะมุ่งสู่กลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ รัฐจึงเร่งยกระดับกำลังคน เชื่อมโยงซัพพลายเชนท้องถิ่น และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนไทยจากเพียงฐานรับจ้างผลิตสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจอย่างแท้จริง เป้าหมายคือดัน GDP ไทยเติบโต ≥3%/ปี และดันอันดับขีดความสามารถแข่งขันติด Top 20 โลกภายในปี 2030

Section 4: Keynote Speech — รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุไทยมีโอกาสเป็น "Trusted Connector" ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเม็ดเงินขอรับส่งเสริม BOI และการลงทุนจริงใน 1H26 ที่เติบโตสูงสุดในรอบ 11 ปีได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลับมา รัฐบาลจึงเร่งขับเคลื่อนนโยบาย 3 ระยะ ได้แก่ การประคองเศรษฐกิจระยะสั้น การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการกระตุ้นการลงทุนเพื่ออนาคตผ่านกลไก Thailand FastPass และตลาดทุน   อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติ เน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่จำนวนเม็ดเงิน แต่คือการดึงเทคโนโลยีระดับสูง เชื่อมธุรกิจไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนโลก และยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อเปลี่ยนเงินทุนต่างชาติให้เป็นขีดความสามารถทางการแข่งขันที่ยั่งยืนของประเทศ

Section 5: Energy Transition: From Cost Pressure to Competitive Advantage

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์จะไม่สร้างภาระค่าไฟแก่ประชาชน โดยจะกำหนดให้ผู้ลงทุนรายใหม่รับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่มจากการนำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกันจะปลดล็อก Direct PPA และยกเลิกโควตาพลังงานสะอาดเพื่อดึงดูดการลงทุน พร้อมผลักดันแผน PDP ใหม่ที่เน้นพลังงานหมุนเวียน และเตรียมวงเงิน 2 แสน ลบ. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งจะใช้หนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน (Net Billing) ควบคู่กับการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization)

ด้าน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน BGRIM ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศจึงไม่แย่งน้ำชุมชน พร้อมแนะรัฐอุดหนุนซัพพลายเชนท้องถิ่นและเร่งผลิตบุคลากรไอที ด้าน Mr. Yaniv Ghitis ผู้บริหาร Digital Edge DC ย้ำว่าบริษัทมองการลงทุนเป็นเกมระยะยาว 20-30 ปี โดยพร้อมแบกรับต้นทุนพลังงานส่วนเพิ่มและใช้น้ำระบบปิด ทั้งยังชื่นชมการปลดล็อกอุปสรรคของ BOI และเตรียมเดินหน้าสร้างงานในพื้นที่ชลบุรี-ระยองเพื่อยกระดับ SME ไทยสู่ห่วงโซ่ดิจิทัลภูมิภาค

Section 6: Thailand's Macro Resilience — Fiscal Strength, Debt Sustainability & Sovereign Confidence

ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงการคลัง ระบุว่า พื้นที่ทางการคลังจะขยายได้ต้องอาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าดันการลงทุนรวมแตะ 30% ของ GDP เพื่อให้เศรษฐกิจโตเกิน 3% ชดเชยผลกระทบจากสังคมสูงวัย รัฐจึงเร่งดึงเอกชนลงทุนใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดชั่วคราวจากการนำเข้าเครื่องจักร (Capex) ถือเป็นสัญญาณบวกของการสร้างฐานผลิตใหม่

ด้าน Mr. Gene Fang, Associate Managing Director, Moody's Ratings เผย Moody’s ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทย หรือ Outlook กลับมาอยู่ที่ระดับ Stable จากเดิมที่ระดับ Negative ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของไทยยังอยู่ที่ Baa1 สะท้อนถึงความสามารถของประเทศไทยในการรับมือกับปัจจัยภายนอก รวมถึงจุดแข็งด้านความสามารถในการชำระหนี้ แต่เตือนว่ารัฐต้องเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนและรักษาความต่อเนื่องนโยบาย เพื่อยกระดับ Potential Growth ที่ลดลงเหลือ 2.5% ให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

Section 7: Geopolitics to Profit: Which Thai Sectors Will Win from Global Realignment

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC มองว่า เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ยังไหลเข้าไทยต่อเนื่องในหลายมิติ ทั้ง Data Center, Biotech และ Green Economy ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งปรับตัว ยกระดับจากฐานประกอบชิ้นส่วนไปสู่ห่วงโซ่อุปทานขั้นลึก พร้อมนำ AI และ Automation มาใช้ลดต้นทุนการผลิต

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม IVL ชี้ว่าโลกเปลี่ยนโหมดจากต้นทุนต่ำสู่ซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น (Resilience) ไทยได้เปรียบจากความเป็นกลางและจุดแข็งเดิม (อาหาร, ปิโตรเคมี, ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์) ทำให้มีศักยภาพที่จะเป็นทั้งศูนย์กลางตลาดทุนของ CLMV และฐานบัญชาการด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT เผยสามารถพลิกความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นโอกาส โดยเจรจาดึงเที่ยวบินตรงเข้าไทย ทำให้ผู้โดยสารจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นกว่า 30% ขณะที่เส้นทางตะวันออกกลางฟื้นตัว 100% และเตรียมเจรจาเปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อมกรุงเทพฯ-อเมริกาเหนือ ส่งผลบวกต่อท่องเที่ยว

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ BBL ระบุไทยรับอานิสงส์เต็มจากการย้ายฐานผลิตจนก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 5 ของโลกภายใน 2 ปี รวมถึงดึงดูดทุนกลุ่ม EV Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ได้มหาศาล แต่เตือนว่า SME ไทยต้องเร่งขยายสเกลและปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงจากจีน

💥 IMPACT: Thailand Focus 2026 ช่วยยกระดับความเชื่อมันของนักลงทุน

InnovestX มองว่า ภายใต้หัวข้อสัมมนาต่างๆ จากงาน Thailand Focus 2026 วานนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกต่อตลาดหุ้นไทย จากความชัดเจนของนโยบายภาครัฐที่เร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ High-Value Economy ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่าน Fund Flow ที่พลิกไหลเข้ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยอดขอรับ BOI ที่ทำจุดสูงสุดในรอบ 11 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงเม็ดเงินลงทุนจริงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI, Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ การชูจุดแข็งในฐานะ "Trusted Connector" ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่กับการปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด (Direct PPA) ยังช่วยคลายข้อกังวลและตอบโจทย์เกณฑ์ ESG ของกองทุนระดับโลกได้อย่างตรงจุด ท้ายที่สุด การที่ Moody’s ปรับ Outlook ของไทยเป็น Stable รวมถึงการสื่อสารที่ชัดเจนว่าภาวะขาดดุลเกิดจากรอบการลงทุนใหม่ (Capex Cycle) จะเป็นเครื่องยืนยันถึงเสถียรภาพมหภาคที่พร้อมยกระดับ Potential Growth ของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

🎯ACTION: กลยุทธ์ลงทุน เน้นหุ้น Domestic Play เพื่อรับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่

InnovestX มองว่า ภาพความเชื่อมั่นจากงาน Thailand Focus 2026 โดยเฉพาะแนวโน้มเม็ดเงิน FDI และเมกะเทรนด์ Data Center ที่เร่งตัวก้าวกระโดด จะเป็นแรงส่งสำคัญในการจุดประกายวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชน ส่งผ่านไปสู่การเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจและการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำสะสมหุ้น Domestic Play เพื่อรับวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยเน้นลงทุน 3 ธีมหลัก ดังนี้

  1. Banking Re-rating Play ซึ่งมองว่ายังมี Upside และมีโอกาสถูก Re-rating จากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังเริ่มต้นขึ้น และวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่สิ้นสุดลง ได้แก่ BBL KBANK KTB
  2. Investment Play ซึ่งคาดจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ทั้งจากการขยายฐานการผลิต การขยายตัวของการลงทุน Data Center แผนการลงทุนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กลับมาฟื้นตัว ได้แก่ กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC BGRIM GUNKUL) และกลุ่มรับเหมา (STECON CK)
  3. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล, IAA

นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5