Special Report - Thai Stocks

ประเมิน 3 ฉากทัศน์คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล, IAA|27 Aug 26 10:20 AM
barcode
สรุปสาระสำคัญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 28 ก.ย. นี้ว่าการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. จะเป็นโมฆะหรือไม่ InnovestX ประเมินผลกระทบต่อ SET เป็น 3 ฉากทัศน์ โดยกรณีฐานที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงสุด คือ ศาลวินิจฉัยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะช่วยปลดล็อกความกังวลและดันตลาดตอบรับเชิงบวก กรณีรองลงมา คือ พบข้อบกพร่องแต่ไม่โมฆะ ตลาดจะแกว่งตัวทรงตัว และกรณีเลวร้ายที่สุดหากเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตลาดจะเผชิญแรงเทขายจากกังวลสุญญากาศทางการเมือง สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะกลาง-ยาวแนะนำอาศัยจังหวะตลาดย่อตัวทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ส่วนนักลงทุนระยะสั้นยังคงเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวในช่วง 1 เดือนนี้ได้ตามปกติ ก่อนจะปรับลดความเสี่ยงเป็นรอดูสถานการณ์ในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันตัดสิน

📌FACT : สรุปสถานการณ์คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 2026) ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน 5 ปาก ในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2026 โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ QR code ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนโดยลับ ซึ่งศาลฯ ได้นัดตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรจริงในวันที่ 27 ส.ค. และนัดฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 28 ก.ย. นี้ เวลา 14.00 น. ว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นโมฆะหรือไม่ จากประเด็นการใช้บาร์โค้ดและ QR code บนบัตรเลือกตั้ง

 

💡IMPACT : ประเมินฉากทัศน์และผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (SET)

InnovestX ประเมินทิศทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดในวันที่ 28 ก.ย. นี้ เป็นไปได้ใน 3 แนวทางหลัก ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยแตกต่างกัน ดังนี้

  1. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (เป็นไปได้มากสุด) โดยศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. สมบูรณ์ ไม่กระทบผลการเลือกตั้งโดยรวม (มี turnout สูง) ซึ่งตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบรับในเชิงบวกเล็กน้อย (Relief Rally) เนื่องจากความกังวลด้านการเมืองคลี่คลาย รัฐบาลสามารถเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณและผลักดันนโยบาย (รวมถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ได้อย่างต่อเนื่อง
  2. บกพร่องแต่ไม่โมฆะ (เป็นไปได้น้อยกว่า) โดยศาลวินิจฉัยว่ามีข้อบกพร่องเชิงกระบวนการ แต่ไม่ถึงขั้นให้การเลือกตั้งเดิมเป็นโมฆะ อาจสั่งห้ามใช้บาร์โค้ดในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งตลาดหุ้นไทยน่าจะทรงตัว (Sideways) หลังความเสี่ยงสุญญากาศทางการเมืองถูกปัดตกไป การทำงานของรัฐบาลและการเบิกจ่ายงบประมาณยังคงเดินหน้าตามปกติ
  3. เลือกตั้งโมฆะ (เป็นไปได้น้อยที่สุด - Tail Risk) โดยศาลสั่งให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นโมฆะ และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก (Sell-off) จากการเกิดสุญญากาศทางการเมืองชั่วคราว ทำให้การการผ่านงบประมาณและการลงทุนภาครัฐ-เอกชนที่กำลังเร่งตัวสะดุดลง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow ไหลออก) และกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง


📊
สถิติเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในอดีต

จากสถิติเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในอดีต พบว่า วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชี้ขาด SET มักจะผันผวนเฉลี่ยอยู่ในกรอบประมาณ +/- 10 ถึง 15 จุด โดยทิศทางจะขึ้นอยู่กับผลวินิจฉัย กล่าวคือ

1) กรณีผลตัดสินสร้างความกังวลเรื่องสุญญากาศทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบาย พบว่า SET จะปรับตัวลง เช่น คดีถอดถอนอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน (14 ส.ค. 2024) SET ปรับตัวลดลงในกรอบ -5 ถึง -15 จุด และคดีถอดถอนอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร (29 ส.ค. 2025) SET ปรับตัวลดลงในกรอบ -10 ถึง -13 จุด

2) กรณีผลตัดสินช่วยปลดล็อก Overhang ทางการเมือง พบว่า SET จะปรับตัวขึ้น เช่น  คดียุบพรรคก้าวไกล (7 ส.ค. 2024) SET ปรับตัวขึ้นในกรอบ +8 ถึง +19 จุด หลังตลาดมองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ค้างคามานานได้จบลงแล้ว และผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีจำกัด   

🎯ACTION : คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน

InnovestX มองว่า แม้ประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดัน (Overhang) ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นจนกว่าจะถึงวันตัดสิน (28 ก.ย.) แต่ระยะเวลาที่ยังเหลืออีกกว่า 1 เดือน ทำให้ตลาดยังมีพื้นที่และจังหวะสำหรับการลงทุน กลยุทธ์จึงแบ่งตามกรอบเวลา ดังนี้

 

  • นักลงทุนระยะกลาง - ยาว: แนะนำ Selective Buy อาศัยจังหวะที่ตลาดย่อตัวจากความกังวล ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ทนทานต่อความผันผวนทางการเมือง รวมทั้งได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (CPALL CRC CPN GLOBAL TRUE MTC SAWAD TIDLOR BEM) และวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (WHA AMATA GULF GPSC BGRIM GUNKUL STECON CK)  
  • นักลงทุนระยะสั้น (Trading): แบ่งจังหวะการเทรดออกเป็น 2 ช่วง คือ
    1) ช่วง 1 เดือนก่อนวันตัดสิน : เน้นเก็งกำไรในกรอบ โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวซึ่งมีความทนทานและไม่ผูกติดกับความผันผวนจากการเมืองในประเทศ
    2) ช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันตัดสิน : ปรับกลยุทธ์มาเป็น Wait & See เพื่อลดสถานะความเสี่ยง รอดูความชัดเจนของคำวินิจฉัย และเตรียมเงินสดไว้หาจังหวะเข้าซื้อสะสมอีกครั้ง หากศาลตัดสินว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (Buy on Fact)

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล, IAA

นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5