Offshore Stock Update

ทรัมป์เผยดีล AAPL ร่วม INTC ผลิตชิปในสหรัฐฯ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|19 Jun 26 10:21 AM
image_53028751
สรุปสาระสำคัญ

ข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง Apple และ Intel ในการผลิตชิปขั้นสูงโหนด 18A-P ภายในสหรัฐฯ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการพลิกฟื้นธุรกิจรับจ้างผลิตของ Intel และช่วยกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานของ Apple แต่ยังคงต้องติดตามความท้าทายด้านอัตราผลตอบแทนจากการผลิตรวมถึงความเสี่ยงจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารภายในบริษัท 

ทรัมป์เปิดเผยดีลสำคัญโดยโพสต์ผ่าน Truth Social ว่า Apple ได้ตกลงร่วมมือกับ Intel ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กลับสู่ประเทศ


1) รายละเอียดดีล

  • สถานะของข้อตกลง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ว่า Apple ได้ตกลงร่วมมือกับ Intel ในการออกแบบและผลิตชิปประมวลผลภายในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยืนยันรายงานความคืบหน้าของข้อตกลงเบื้องต้นที่มีการเจรจากันมานานกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังไม่มีแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการในขณะนี้
  • โครงสร้างเงินลงทุน: ดีลนี้ขับเคลื่อนโดยนโยบาย Reshoring ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสืบเนื่องมาจากการแปลงเงินอุดหนุนจากกฎหมาย CHIPS Act มูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 9.9% ใน Intel เมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมูลค่าหุ้นดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นจนสร้างกำไรทางบัญชีให้แก่ภาครัฐแล้วกว่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เทคโนโลยีที่นำมาใช้: คาดการณ์ว่า Apple จะเริ่มนำชิปที่ตนเองออกแบบเข้าทดสอบบนกระบวนการผลิตขั้นสูงโหนด Intel 18A-P ซึ่งเพิ่งเข้าสู่ขบวนการผลิตขั้นเสี่ยงเมื่อกลางสัปดาห์นี้ โดยเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากโหนด 18A เดิม ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น 9% และลดการใช้พลังงานลง 18% รวมถึงมีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2) ความเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม

  • เงื่อนไขและขอบเขตที่ยังไม่แน่นอน: ประเมินว่าความร่วมมือในระยะแรกอาจถูกจำกัดอยู่เพียงกลุ่มชิปสถาปัตยกรรมรุ่นเก่าหรือชิปชิ้นส่วนย่อยที่มีปริมาณการผลิตต่ำ เช่น ชิปตระกูล M-series รุ่นก่อนหน้าสำหรับ iPad หรือ MacBook Air โดยชิปหลักระดับเรือธงอย่าง iPhone 18 Pro Max จะยังคงผลิตโดยซัพพลายเออร์รายเดิม
  • ความสามารถในการทำ Yield Rate: บทพิสูจน์สำคัญของ Intel คือการยกระดับอัตราผลตอบแทนจากการผลิตหรือ Yield Rate ให้สูงกว่า 90% ในช่วงการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าว่าโรงงานในอริโซนามีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตที่นิ่งพอเมื่อเทียบกับมาตรฐานระดับสูงของ TSMC
  • กำหนดการส่งมอบที่อาจล่าช้า: เนื่องจากการทดสอบกระบวนการผลิตโหนด Intel 18A-P ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้คาดการณ์ว่าขบวนการผลิตเต็มรูปแบบเพื่อส่งมอบให้แก่ Apple จะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในช่วงกลางปีหน้า ส่งผลให้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านกรอบเวลาและการดำเนินงานจริง
  • ความเสี่ยงจากการปรับกลยุทธ์และโครงสร้างองค์กรภายใน: การปรับทีมผู้บริหารครั้งใหญ่โดยการดึงตัว Seok-Hee Lee อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SK Hynix เข้ามาดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารเพื่อดูแลด้าน Advanced Packaging โดยตรง ควบคู่ไปกับการประกาศเกษียณอายุของ Navid Shahriari อาจสร้างความเสี่ยงด้านการส่งไม้ต่อและการประสานงานภายในองค์กรท่ามกลางช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทกำลังเร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในฝั่ง Foundry

3) ผลกระทบต่อ AAPL และ INTC

ผลกระทบต่อ Intel (INTC)

  • เพิ่มความเชื่อมั่นต่อเทคฯ INTC : การมี Apple เป็นลูกค้ารับจ้างผลิต ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ความสำเร็จของกลยุทธ์ Foundry ภายใต้การนำของซีอีโอ Lip-Bu Tan และช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้ารายใหญ่อื่นๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มเติม
  • เสริมความแข็งแกร่งทางโครงสร้างและบุคคล: การเปลี่ยนทีมบริหารภายในโดยการดึงตัวคนในวงการเข้ามาคุมเทคโนโลยีขั้นสูงโดยตรง จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและเร่งให้เป้าหมายการพลิกฟื้นรวมถึงการก้าวสู่จุดคุ้มทุนของโรงงานในประเทศสำเร็จได้เร็วขึ้น

ผลกระทบต่อ Apple (AAPL)

  • การกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: ช่วยลดความเข้มข้นของการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียวอย่าง TSMC ในไต้หวัน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระดับโลกที่ทวีความรุนแรงและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน
  • เพิ่มอำนาจต่อรองและการบริหารต้นทุน: การเพิ่มซัพพลายเออร์รายที่สองภายในสหรัฐฯ ช่วยให้ Apple มีเสถียรภาพในการจัดหาชิ้นส่วนเพื่อรองรับความต้องการของอุปกรณ์ในอนาคต และสร้างข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างราคาในระยะยาวประกอบกับสภาวะราคาหน่วยความจำและชิ้นส่วนชิปทั่วโลกที่กำลังปรับตัวสูงขึ้น

    มุมมองของ InnovestX

    1) INTC ภาพรวมมองว่าความเชื่อมั่นของ INTC ดีขึ้นจากดีลการซื้อขายชิปที่ทำกับเทคฯใหญ่และทางการสหรัฐฯสนับสนุน ซึ่งมีส่วนสนับสนุนราคาหุ้นในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดีเราเชื่อว่าแนวโน้มหุ้นยังคงผันผวนได้หลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ

    2) AAPL มองดีลนี้เป็น Sentiment บวกต่อหุ้น แต่ในทางกลับกันระยะสั้น AAPL ยังมีแรงกดดันจากต้นทุน Supplier และชิปที่ปรับเพิ่มขึ้นซึ่งจะมีส่วนทำให้การขยายตัวของมาร์จิ้นลดลง ประกอบกับแนวโน้มการปรับขึ้นราคาขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นด้วย
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5