
ยอดส่งมอบเครื่องบินของ Airbus ในเดือน ก.ค. 2026 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 67 ลำ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางฤดูกาล แต่ภาพรวมยอดส่งมอบสะสม 7 เดือนแรกยังทำได้ถึง 418 ลำ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานระยะยาวยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก สะท้อนจากคำสั่งซื้อใหม่ในเดือน ก.ค. ที่สูงถึง 204 ลำ และยอดคำสั่งซื้อคงค้างสะสมรวมกว่า 9,358 ลำ โดยเฉพาะตระกูล A320 ที่เป็นจำนวนหลัก แม้บริษัทจะต้องเร่งกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 90 ลำต่อเดือนในช่วง 5 เดือนที่เหลือเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2026 แต่สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานที่ปรับตัวดีขึ้นและอุปสงค์ที่ล้นมือ ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางรายได้ระยะยาวของ Airbus รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานอย่าง Safran, GE Aerospace และ RTX
1) ภาพรวม: การส่งมอบลดลง แต่ยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มพื้นฐาน
Airbus รายงานยอดส่งมอบเครื่องบินเชิงพาณิชย์เดือน ก.ค. 2026 จำนวน 67 ลำ ลดลงจาก 89 ลำในเดือน มิ.ย. แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดประเมินไว้ 69 ลำ และทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ปีก่อน ส่งผลให้ยอดส่งมอบสะสม 7 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 418 ลำ ให้กับลูกค้า 82 ราย
การลดลงจากเดือนก่อนยังไม่ถือเป็นสัญญาณลบที่ชัดเจน เนื่องจากเดือน ก.ค. เป็นช่วงที่การส่งมอบมักลดลงตามฤดูกาล ขณะที่สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นปีมีทิศทางดีขึ้น ทำให้ Airbus ยังมีโอกาสเร่งการผลิตและส่งมอบเครื่องบินในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ตาม เป้าหมายทั้งปียังต้องอาศัยการเพิ่มอัตราการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องบินตระกูล A320
2) โครงสร้างการส่งมอบ: A320 ยังเป็นหัวใจหลัก ขณะที่เครื่องบินลำตัวยังกว้างฟื้นตัวช้ากว่า
ยอดส่งมอบ 67 ลำในเดือน ก.ค. ประกอบด้วย
|
รุ่นเครื่องบิน |
ส่งมอบเดือน ก.ค. 2026 |
|
A220 |
6 ลำ |
|
A320neo |
18 ลำ |
|
A321neo |
37 ลำ |
|
A320 Family รวม |
55 ลำ |
|
A330 |
0 ลำ |
|
A350 |
6 ลำ |
|
รวม |
67 ลำ |
แนวโน้มการส่งมอบและคำสั่งซื้อของ Airbus

เครื่องบินตระกูล A320 ยังคงเป็นแหล่งรายได้และปริมาณการผลิตหลักของ Airbus โดยคิดเป็นกว่า 80% ของการส่งมอบในเดือนดังกล่าว แต่จำนวน 55 ลำยังลดลงจาก 73 ลำในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าเป้าหมายการผลิตประมาณ 75 ลำต่อเดือนที่บริษัทต้องการไปให้ถึงในช่วงปลายปี 2027
นับตั้งแต่ต้นปี Airbus ส่งมอบ A320 Family เฉลี่ยประมาณ 47 ลำต่อเดือน ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 68 ลำต่อเดือน หากต้องการบรรลุเป้าหมายการส่งมอบปี 2026 สะท้อนว่าจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่อุปสงค์ แต่เป็นความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตและการได้รับชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเครื่องบินลำตัวยังกว้าง การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่มีการส่งมอบ A330 ในเดือน ก.ค. และส่งมอบ A350 จำนวน 6 ลำ ขณะที่ A350 มีอัตราการส่งมอบเฉลี่ยเกือบ 5 ลำต่อเดือนในปีนี้ และต้องเพิ่มเป็นประมาณ 6 ลำต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปีเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายปี 2026
3) คำสั่งซื้อใหม่แข็งแกร่ง สะท้อนอุปสงค์ระยะยาวยังดี
ด้านที่โดดเด่นกว่าการส่งมอบคือ คำสั่งซื้อใหม่ โดย Airbus รับคำสั่งซื้อรวมถึง 204 ลำในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นมากจาก 71 ลำในเดือน มิ.ย. และมีการยกเลิกเพียง 1 ลำในเดือนดังกล่าว
ยอดคำสั่งซื้อรวมตั้งแต่ต้นปีจึงเพิ่มขึ้นเป็น 1,090 ลำ ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อคงค้างอยู่ที่ระดับสูงถึง 9,358 ลำ ประกอบด้วย
|
รุ่น |
คำสั่งซื้อคงค้าง |
|
A220 |
574 ลำ |
|
A320 Family |
7,580 ลำ |
|
A330 |
334 ลำ |
|
A350 |
870 ลำ |
|
รวม |
9,358 ลำ |
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า Airbus ไม่ได้เผชิญปัญหาขาดแคลนอุปสงค์ แต่ในทางกลับกันมีคำสั่งซื้อรองรับการผลิตอีกหลายปี โดยเฉพาะ A320 Family ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของคำสั่งซื้อคงค้างทั้งหมด
4) เป้าหมายปี 2026 ยังมีโอกาสทำได้ แต่ครึ่งปีหลังต้องเร่งการผลิต
บริษัทต้องส่งมอบอีกประมาณ 452 ลำในช่วง 5 เดือนสุดท้าย หรือเฉลี่ยประมาณ 90 ลำต่อเดือน
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงต้นปีอย่างชัดเจน แต่รูปแบบการส่งมอบของผู้ผลิตเครื่องบินมักมีน้ำหนักสูงในช่วงปลายปี ประกอบกับปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานเริ่มมีทิศทางดีขึ้น จึงยังไม่ถึงระดับที่จะต้องกังวลต่อเป้าหมายทั้งปีในทันที
อย่างไรก็ตาม ตลาดจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับข้อมูลการส่งมอบตั้งแต่เดือน ส.ค.–ต.ค. เนื่องจากจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า Airbus สามารถยกระดับกำลังการผลิตได้จริงหรือไม่
5) จุดแข็งสำคัญคือคำสั่งซื้อคงค้าง สร้างความชัดเจนของรายได้หลายปี
ยอดคำสั่งซื้อคงค้างกว่า 9,300 ลำถือเป็นจุดแข็งเชิงโครงสร้างของ Airbus เนื่องจากช่วยสร้างความชัดเจนของรายได้ในอนาคต และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจระยะสั้น
สายการบินทั่วโลกยังมีความต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1. การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารทางอากาศ โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
2. การเปลี่ยนเครื่องบินรุ่นเก่า เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ข้อจำกัดด้านจำนวนเครื่องบินในตลาด ทำให้สายการบินจำเป็นต้องจองช่องการผลิตล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี
ดังนั้น หาก Airbus สามารถแก้ข้อจำกัดด้านการผลิตได้ การเพิ่มจำนวนส่งมอบจะสามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อคงค้างให้กลายเป็นรายได้ กระแสเงินสด และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
6) มุมมองของ INVX
เรามองข้อมูลการส่งมอบของ Airbus ครั้งนี้เป็น บวกต่อธีมอุตสาหกรรมอากาศยานมากกว่าการมองลบจากตัวเลขเดือนเดียว เนื่องจากยอดส่งมอบที่ลดลงมีปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ตัวชี้วัดสำคัญกว่าอย่างคำสั่งซื้อใหม่และคำสั่งซื้อคงค้างยังแข็งแกร่ง
ในเชิงกลยุทธ์ มองว่า Airbus เหมาะสำหรับการลงทุนตามการฟื้นตัวของกำลังการผลิต ขณะที่หุ้นในห่วงโซ่อย่าง Safran, GE Aerospace และ RTX มีความน่าสนใจจากการเพิ่มจำนวนเครื่องบินที่ผลิตและฐานเครื่องบินที่ใช้งาน ซึ่งสร้างรายได้ต่อเนื่องจากเครื่องยนต์ อะไหล่ และบริการหลังการขาย
ระยะสั้นควรติดตามยอดส่งมอบรายเดือนของ Airbus และพัฒนาการของห่วงโซ่อุปทานเป็นหลัก หากอัตราการส่งมอบเริ่มเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณบวกเพิ่มเติมต่อทั้ง Airbus และผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อากาศยาน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน