Offshore Stock Update

Airbus ส่งมอบเดือน ก.ค. ชะลอตามฤดูกาล แต่คำสั่งซื้อแข็งแกร่ง

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|10 Aug 26 10:30 AM
airbus_logo_on_airbus_building-1
สรุปสาระสำคัญ

ยอดส่งมอบเครื่องบินของ Airbus ในเดือน ก.ค. 2026 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 67 ลำ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางฤดูกาล แต่ภาพรวมยอดส่งมอบสะสม 7 เดือนแรกยังทำได้ถึง 418 ลำ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานระยะยาวยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก สะท้อนจากคำสั่งซื้อใหม่ในเดือน ก.ค. ที่สูงถึง 204 ลำ และยอดคำสั่งซื้อคงค้างสะสมรวมกว่า 9,358 ลำ โดยเฉพาะตระกูล A320 ที่เป็นจำนวนหลัก แม้บริษัทจะต้องเร่งกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 90 ลำต่อเดือนในช่วง 5 เดือนที่เหลือเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2026 แต่สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานที่ปรับตัวดีขึ้นและอุปสงค์ที่ล้นมือ ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางรายได้ระยะยาวของ Airbus รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานอย่าง Safran, GE Aerospace และ RTX

1) ภาพรวม: การส่งมอบลดลง แต่ยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มพื้นฐาน


Airbus รายงานยอดส่งมอบเครื่องบินเชิงพาณิชย์เดือน ก.ค. 2026 จำนวน 67 ลำ ลดลงจาก 89 ลำในเดือน มิ.ย. แต่ใกล้เคียงกับที่ตลาดประเมินไว้ 69 ลำ และทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ปีก่อน ส่งผลให้ยอดส่งมอบสะสม 7 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 418 ลำ ให้กับลูกค้า 82 ราย


การลดลงจากเดือนก่อนยังไม่ถือเป็นสัญญาณลบที่ชัดเจน เนื่องจากเดือน ก.ค. เป็นช่วงที่การส่งมอบมักลดลงตามฤดูกาล ขณะที่สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นปีมีทิศทางดีขึ้น ทำให้ Airbus ยังมีโอกาสเร่งการผลิตและส่งมอบเครื่องบินในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ตาม เป้าหมายทั้งปียังต้องอาศัยการเพิ่มอัตราการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องบินตระกูล A320


2) โครงสร้างการส่งมอบ: A320 ยังเป็นหัวใจหลัก ขณะที่เครื่องบินลำตัวยังกว้างฟื้นตัวช้ากว่า


ยอดส่งมอบ 67 ลำในเดือน ก.ค. ประกอบด้วย

 

รุ่นเครื่องบิน

ส่งมอบเดือน ก.ค. 2026

A220

6 ลำ

A320neo

18 ลำ

A321neo

37 ลำ

A320 Family รวม

55 ลำ

A330

0 ลำ

A350

6 ลำ

รวม

67 ลำ


แนวโน้มการส่งมอบและคำสั่งซื้อของ Airbus

 

airbus-gross-orders-&-deliveries-july-26.png


เครื่องบินตระกูล A320 ยังคงเป็นแหล่งรายได้และปริมาณการผลิตหลักของ Airbus โดยคิดเป็นกว่า 80% ของการส่งมอบในเดือนดังกล่าว แต่จำนวน 55 ลำยังลดลงจาก 73 ลำในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าเป้าหมายการผลิตประมาณ 75 ลำต่อเดือนที่บริษัทต้องการไปให้ถึงในช่วงปลายปี 2027


นับตั้งแต่ต้นปี Airbus ส่งมอบ A320 Family เฉลี่ยประมาณ 47 ลำต่อเดือน ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 68 ลำต่อเดือน หากต้องการบรรลุเป้าหมายการส่งมอบปี 2026 สะท้อนว่าจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่อุปสงค์ แต่เป็นความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตและการได้รับชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง


สำหรับเครื่องบินลำตัวยังกว้าง การฟื้นตัวยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่มีการส่งมอบ A330 ในเดือน ก.ค. และส่งมอบ A350 จำนวน 6 ลำ ขณะที่ A350 มีอัตราการส่งมอบเฉลี่ยเกือบ 5 ลำต่อเดือนในปีนี้ และต้องเพิ่มเป็นประมาณ 6 ลำต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปีเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายปี 2026

 

3) คำสั่งซื้อใหม่แข็งแกร่ง สะท้อนอุปสงค์ระยะยาวยังดี


ด้านที่โดดเด่นกว่าการส่งมอบคือ คำสั่งซื้อใหม่ โดย Airbus รับคำสั่งซื้อรวมถึง 204 ลำในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นมากจาก 71 ลำในเดือน มิ.ย. และมีการยกเลิกเพียง 1 ลำในเดือนดังกล่าว


ยอดคำสั่งซื้อรวมตั้งแต่ต้นปีจึงเพิ่มขึ้นเป็น 1,090 ลำ ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อคงค้างอยู่ที่ระดับสูงถึง 9,358 ลำ ประกอบด้วย

รุ่น

คำสั่งซื้อคงค้าง

A220

574 ลำ

A320 Family

7,580 ลำ

A330

334 ลำ

A350

870 ลำ

รวม

9,358 ลำ


โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า Airbus ไม่ได้เผชิญปัญหาขาดแคลนอุปสงค์ แต่ในทางกลับกันมีคำสั่งซื้อรองรับการผลิตอีกหลายปี โดยเฉพาะ A320 Family ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของคำสั่งซื้อคงค้างทั้งหมด

 

4) เป้าหมายปี 2026 ยังมีโอกาสทำได้ แต่ครึ่งปีหลังต้องเร่งการผลิต


บริษัทต้องส่งมอบอีกประมาณ 452 ลำในช่วง 5 เดือนสุดท้าย หรือเฉลี่ยประมาณ 90 ลำต่อเดือน


ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงต้นปีอย่างชัดเจน แต่รูปแบบการส่งมอบของผู้ผลิตเครื่องบินมักมีน้ำหนักสูงในช่วงปลายปี ประกอบกับปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานเริ่มมีทิศทางดีขึ้น จึงยังไม่ถึงระดับที่จะต้องกังวลต่อเป้าหมายทั้งปีในทันที


อย่างไรก็ตาม ตลาดจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับข้อมูลการส่งมอบตั้งแต่เดือน ส.ค.–ต.ค. เนื่องจากจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า Airbus สามารถยกระดับกำลังการผลิตได้จริงหรือไม่

 

5) จุดแข็งสำคัญคือคำสั่งซื้อคงค้าง สร้างความชัดเจนของรายได้หลายปี


ยอดคำสั่งซื้อคงค้างกว่า 9,300 ลำถือเป็นจุดแข็งเชิงโครงสร้างของ Airbus เนื่องจากช่วยสร้างความชัดเจนของรายได้ในอนาคต และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจระยะสั้น


สายการบินทั่วโลกยังมีความต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่


1. การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารทางอากาศ โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
2. การเปลี่ยนเครื่องบินรุ่นเก่า เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ข้อจำกัดด้านจำนวนเครื่องบินในตลาด ทำให้สายการบินจำเป็นต้องจองช่องการผลิตล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี


ดังนั้น หาก Airbus สามารถแก้ข้อจำกัดด้านการผลิตได้ การเพิ่มจำนวนส่งมอบจะสามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อคงค้างให้กลายเป็นรายได้ กระแสเงินสด และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

 

6) มุมมองของ INVX


เรามองข้อมูลการส่งมอบของ Airbus ครั้งนี้เป็น บวกต่อธีมอุตสาหกรรมอากาศยานมากกว่าการมองลบจากตัวเลขเดือนเดียว เนื่องจากยอดส่งมอบที่ลดลงมีปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ตัวชี้วัดสำคัญกว่าอย่างคำสั่งซื้อใหม่และคำสั่งซื้อคงค้างยังแข็งแกร่ง


ในเชิงกลยุทธ์ มองว่า Airbus เหมาะสำหรับการลงทุนตามการฟื้นตัวของกำลังการผลิต ขณะที่หุ้นในห่วงโซ่อย่าง Safran, GE Aerospace และ RTX มีความน่าสนใจจากการเพิ่มจำนวนเครื่องบินที่ผลิตและฐานเครื่องบินที่ใช้งาน ซึ่งสร้างรายได้ต่อเนื่องจากเครื่องยนต์ อะไหล่ และบริการหลังการขาย


ระยะสั้นควรติดตามยอดส่งมอบรายเดือนของ Airbus และพัฒนาการของห่วงโซ่อุปทานเป็นหลัก หากอัตราการส่งมอบเริ่มเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณบวกเพิ่มเติมต่อทั้ง Airbus และผู้ผลิตชิ้นส่วนในห่วงโซ่อากาศยาน

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
RTX.N
GE.N
AIR.PA
SAF.PA
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5