Offshore Stock Update

สหรัฐฯ เร่งสร้างห่วงโซ่แร่สำคัญ ลดพึ่งพาจีน หนุน MP Materials เด่นสุดในธีม

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|10 Aug 26 11:45 AM
rare-earth-revolution-wyomings-strategic-2025-mining-project
สรุปสาระสำคัญ

สหรัฐฯ กำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่การขุดแร่ การแยกและทำให้บริสุทธิ์ การผลิตโลหะและโลหะผสม ไปจนถึงแม่เหล็กถาวร เพื่อลดการพึ่งพาจีนในจุดสำคัญของห่วงโซ่ โดยรัฐบาลประกาศเงินลงทุนและสินเชื่อราว $3 พันล้าน พร้อมเดินหน้าสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ MP Materials มีความโดดเด่นที่สุด เพราะมีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่เหมือง Mountain Pass ไปจนถึงโรงงานผลิตแม่เหล็ก และผลประกอบการ 2Q26 เริ่มสะท้อนว่าการขยายกำลังผลิตกำลังเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรมากขึ้น

สหรัฐฯ เร่งสร้างห่วงโซ่แร่สำคัญ ลดพึ่งพาจีน หนุน MP Materials เด่นสุดในธีม

 

1) สหรัฐฯ ยกระดับ “แร่สำคัญ” เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศโครงการลงทุนด้านแร่สำคัญราว $3 พันล้าน เพื่อเร่งสร้างแหล่งผลิตและแปรรูปที่ไม่ต้องพึ่งพาจีน โดยมีโครงการสำคัญ เช่น เงินกู้ $1.4 พันล้านให้ Sila Nanotechnologies สำหรับวัสดุขั้วแบตเตอรี่ซิลิคอน, เงินลงทุน $400 ล้านใน Sunrise Energy Metals เพื่อเพิ่มการผลิต scandium และการสนับสนุน Niron Magnetics สำหรับการผลิตแม่เหล็กในประเทศ
  • นอกจากนี้ Export-Import Bank ยังอยู่ระหว่างจัดหาเงินทุนมากกว่า $1 พันล้านให้โครงการทองแดง Santa Cruz ของ Ivanhoe Electric ในรัฐ Arizona และสนับสนุนโครงการเหมือง graphite ใน Alabama สะท้อนว่านโยบายครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Rare Earth แต่ครอบคลุมวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์หลายประเภท
  • แรงผลักดันสำคัญมาจากความมั่นคงทางทหารและการแข่งขันด้านเทคโนโลยี เพราะแร่สำคัญถูกใช้ในขีปนาวุธ เครื่องบินรบ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่จีนยังมีบทบาทสูงในการแปรรูป graphite, gallium, tungsten, germanium และ Rare Earth หลายชนิด

 

2) เป้าหมายไม่ได้หยุดที่ “การมีเหมือง” แต่ต้องสร้างห่วงโซ่ตั้งแต่เหมืองถึงแม่เหล็ก

หัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือการลดการพึ่งพาจีนใน ทุกขั้นตอนสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนเหมือง เพราะต่อให้สหรัฐฯ ขุดแร่ได้เอง แต่หากยังต้องส่งไปจีนเพื่อแยก ทำให้บริสุทธิ์ หรือผลิตแม่เหล็ก ก็ยังคงมีความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานอยู่

ห่วงโซ่สามารถแบ่งออกได้ประมาณ 5 ขั้นตอนดังนี้

เหมือง หัวแร่ แยกแร่ Rare Earth Oxide → โลหะ โลหะผสม แม่เหล็ก NdFeB → มอเตอร์/อุปกรณ์ รถยนต์–โดรน–หุ่นยนต์–กลาโหม

 

ขั้นตอน

ทำอะไร

ความสำคัญ

หุ้นที่ได้ประโยชน์จากธีม*

1. เหมืองและแต่งแร่

ขุดแร่ บด และเพิ่มความเข้มข้นจนได้หัวแร่

เป็นแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

MP Materials, Energy Fuels, USA Rare Earth, Rio Tinto, BHP, Ivanhoe Electric, The Metals Company

2. แยกและทำให้บริสุทธิ์

แยกธาตุต่างๆ เช่น NdPr, Dy, Tb, Gd และ Sm ออกจากหัวแร่

เป็นหนึ่งในจุดคอขวดสำคัญ เพราะจีนมีบทบาทสูงในขั้นนี้

MP Materials, Energy Fuels, USA Rare Earth

3. ผลิตโลหะและโลหะผสม

เปลี่ยน Rare Earth Oxide เป็นโลหะ ก่อนผสมกับเหล็กและโบรอน

เชื่อมระหว่างวัตถุดิบกับแม่เหล็ก และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

MP Materials

4. ผลิตแม่เหล็กถาวร

ขึ้นรูปและผลิตแม่เหล็ก NdFeB

เป็นสินค้าปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ใช้ในมอเตอร์และระบบสำคัญ

MP Materials, USA Rare Earth

5. อุตสาหกรรมปลายทาง

ใช้แม่เหล็กใน EV, โดรน, หุ่นยนต์, เครื่องบิน และกลาโหม

เป็นแหล่งอุปสงค์ระยะยาวของทั้งห่วงโซ่

กลุ่มรถยนต์ กลาโหม หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมที่ใช้มอเตอร์สมรรถนะสูง


รัฐบาลสหรัฐฯ จึงพยายามสร้างทั้งระบบขึ้นใหม่ โดยก่อนหน้านี้ได้ให้คำมั่นลงทุนในตลาด Rare Earth และแม่เหล็กถาวรมากกว่า $10 พันล้าน แล้ว และมีบริษัทอย่าง MP Materials, USA Rare Earth, Energy Fuels, Rio Tinto, BHP และ Ivanhoe Electric เข้าร่วมการหารือด้านยุทธศาสตร์กับรัฐบาล

 

3) ขั้นต้นน้ำ: สร้างแหล่งวัตถุดิบของตัวเอง

  • ขั้นแรกคือการมีเหมืองและกำลังผลิตแร่ในสหรัฐฯ หรือประเทศพันธมิตร เพื่อให้สามารถควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง
  • ในกรณีของ MP Materials บริษัทดำเนินงาน Mountain Pass Rare Earth Mine and Processing Facility ซึ่งทำทั้งเหมืองและผลิตหัวแร่ Rare Earth โดยปริมาณ Rare Earth Oxide ในหัวแร่สะท้อนประสิทธิภาพของธุรกิจต้นน้ำ
  • ขั้นนี้ไม่ได้มีเพียง MP ที่ได้ประโยชน์ แต่รวมถึง Energy Fuels, USA Rare Earth, Rio Tinto, BHP, Ivanhoe Electric และ The Metals Company ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญต่อการสร้างฐานวัตถุดิบใหม่

 

4) ขั้นกลางน้ำ: การแยกแร่คือคอขวดสำคัญของห่วงโซ่

  • หลังจากขุดแร่แล้ว จะยังไม่สามารถนำไปผลิตแม่เหล็กได้ทันที เพราะหัวแร่ประกอบด้วยธาตุหลายชนิดปะปนกัน จึงต้องผ่านกระบวนการแยกและทำให้บริสุทธิ์ เช่น Neodymium และ Praseodymium หรือ NdPr ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของแม่เหล็กกำลังสูง
  • MP ไม่ได้หยุดแค่การขุด แต่สามารถผลิต NdPr oxide ที่ผ่านการแยกและบรรจุพร้อมขาย ที่ Mountain Pass ซึ่งทำให้บริษัทมีธุรกิจครอบคลุมถึงขั้นกลางน้ำด้วย
  • นอกจากนี้บริษัทกำลังเพิ่มความสามารถในการแยก Rare Earth ชนิดหนัก โดยสายการผลิต Dysprosium และ Terbium หรือ Dy/Tb สร้างเสร็จทางกลแล้วและอยู่ระหว่างเริ่มเดินเครื่อง ขณะที่ Samarium และ Gadolinium มีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตในระยะถัดไป
  • ขั้นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากสหรัฐฯ มีเหมืองแต่ยังต้องส่งหัวแร่ไปจีนเพื่อแยกธาตุ ก็ยังไม่สามารถลดการพึ่งพาจีนได้อย่างแท้จริง

 

5) จาก Rare Earth Oxide สู่โลหะและแม่เหล็ก เพิ่มมูลค่าปลายน้ำ

  • หลังได้ NdPr oxide แล้ว ต้องแปรรูปต่อเป็น NdPr metal ก่อนนำไปผสมกับเหล็กและโบรอน เพื่อสร้างโลหะผสมสำหรับผลิตแม่เหล็ก NdFeB
  • MP มีความได้เปรียบตรงที่ธุรกิจ Magnetics ที่โรงงาน Independence ใน Texas ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต Rare Earth metal, alloy ไปจนถึงแม่เหล็ก ทำให้บริษัทสามารถเชื่อมวัตถุดิบจาก Mountain Pass เข้ากับการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงได้ภายในบริษัทเดียว
  • แม่เหล็ก NdFeB เป็นส่วนประกอบสำคัญของมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งถูกใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า โดรน หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เครื่องบิน และระบบกลาโหม ทำให้ขั้นปลายน้ำนี้เป็นจุดที่มีมูลค่าเพิ่มและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงกว่าการขายหัวแร่เพียงอย่างเดียว

 

6) MP Materials เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์เด่น เพราะครอบคลุมหลายขั้นตอนพร้อมกัน

จุดเด่นของ MP คือบริษัทไม่ได้เป็นเพียง “หุ้นเหมือง Rare Earth” แต่กำลังสร้างธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่

  • Mountain Pass: เหมืองและแยกแร่ NdPr oxide → Rare Earth metal / alloy → Independence และ 10X: ผลิตแม่เหล็ก
  • โดยบริษัทเริ่มผลิตแม่เหล็ก NdFeB ที่ Independence แล้ว และใน 2Q26 ได้ส่งแม่เหล็กให้ GM ทดสอบในรถยนต์ พร้อมคงเป้าหมายเริ่มส่งมอบเชิงพาณิชย์ใน 4Q26 ขณะที่โรงงาน 10X อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างเพื่อเพิ่มกำลังผลิตในระดับที่ใหญ่ขึ้น
  • จึงทำให้ MP สามารถรับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต่างจากผู้ผลิตบางรายที่มีความเชี่ยวชาญเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของห่วงโซ่

 

7) ผลประกอบการ 2Q26 เริ่มสะท้อนว่าการเพิ่มกำลังผลิตเปลี่ยนเป็นรายได้แล้ว

  • MP รายงานรายได้ 2Q26 ที่ $108.5 ล้าน เพิ่มขึ้น 89% YoY และสูงกว่าตลาดคาดประมาณ $99 ล้าน ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ $28.5 ล้าน สูงกว่าคาดที่ $26.7 ล้าน และ Adjusted EPS ขาดทุนเพียง $0.01 ต่อหุ้น ดีกว่าคาดที่ขาดทุน $0.029 ต่อหุ้น
  • แรงหนุนสำคัญมาจากยอดขาย NdPr ที่ 1,006 ตัน เพิ่มขึ้น 127% YoY ขณะที่การผลิตอยู่ที่ 840 ตัน เพิ่มขึ้น 41% YoY แม้ลดลง QoQ จากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน โดยรายได้ Materials Segment อยู่ที่ $95.6 ล้าน และ Adjusted EBITDA อยู่ที่ $32.5 ล้าน
  • นอกจากนี้บริษัทได้รับประโยชน์จากข้อตกลงประกันราคาของรัฐบาล ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มอีกประมาณ $17.6 ล้านในไตรมาสดังกล่าว ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา Rare Earth ในตลาด

 

8) จุดเปลี่ยนถัดไปคือการเข้าสู่การผลิตแม่เหล็กเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

  • ธุรกิจ Magnetics กำลังเป็นตัวเปลี่ยนรูปแบบรายได้ของ MP จากผู้ผลิตวัตถุดิบไปสู่ผู้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
  • บริษัทได้ส่งแม่เหล็กให้ GM เพื่อทดสอบและรับรองคุณภาพแล้ว และยังคงเป้าหมายเริ่มส่งมอบเชิงพาณิชย์ใน 4Q26 ก่อนค่อยๆ เพิ่มกำลังผลิต ขณะที่โรงงาน 10X อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยเริ่มงานฐานรากและสั่งซื้อเครื่องจักรที่ใช้เวลาผลิตนานแล้ว
  • หากสามารถเดินเครื่องได้ตามแผน จะทำให้ MP มีรายได้จากปลายน้ำมากขึ้น และลดความผันผวนจากการพึ่งพาราคาแร่เพียงอย่างเดียว

 

9) อุปสงค์ใหม่มาจาก GM, กลาโหม, โดรน และหุ่นยนต์

  • MP มีข้อตกลงกับ General Motors สำหรับ Rare Earth, alloys และแม่เหล็กสำเร็จรูปอยู่แล้ว
  • ขณะเดียวกันบริษัทเปิดตัว Project Swarm เพื่อรวบรวมความต้องการแม่เหล็กจากผู้ผลิตโดรน หุ่นยนต์ และมอเตอร์ในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร ซึ่งช่วยสร้างความชัดเจนของอุปสงค์ให้โรงงาน 10X ก่อนเพิ่มกำลังผลิตเต็มรูปแบบ
  • ด้านกลาโหม บริษัทลงนามสัญญาระยะยาวกับลูกค้าการบินและกลาโหมของสหรัฐฯ สำหรับ Gadolinium ซึ่งผู้บริหารระบุว่ามีมูลค่ารวมระดับหลักร้อยล้านดอลลาร์ตลอดหลายปี ช่วยขยายธุรกิจ Heavy Rare Earth และลดการพึ่งพาลูกค้ารถยนต์เพียงกลุ่มเดียว
  • MP ยังร่วมมือกับ Apple ในการรีไซเคิลแม่เหล็ก การผลิตแม่เหล็ก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ซึ่งช่วยเพิ่มอีกช่องทางหนึ่งในการนำวัสดุกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

 

10) ความเสี่ยงยังอยู่ที่การเพิ่มกำลังผลิตและต้นทุน

  • แม้ทิศทางระยะยาวเป็นบวก แต่การสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ต้องใช้ทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และเวลา โดย MP ยังคงอยู่ในช่วงลงทุนหนักสำหรับการเพิ่มกำลังผลิต NdPr, Heavy Rare Earth และแม่เหล็ก
  • ความเสี่ยงหลักจึงอยู่ที่ 1) การเพิ่มกำลังผลิตได้ช้ากว่าแผน 2) การรับรองแม่เหล็กจากลูกค้าล่าช้า 3) ต้นทุนของโรงงานใหม่สูงกว่าคาด และ 4) ราคา Rare Earth อ่อนตัว
  • ในภาพอุตสาหกรรม สหรัฐฯ ยังเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากรเฉพาะทาง และการเปิดเหมืองหรือโรงงานใหม่ต้องใช้เวลาหลายปี ทำให้การลดการพึ่งพาจีนไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น

มุมมอง InnovestX

  • เรามองว่า ธีมการสร้างห่วงโซ่แร่สำคัญของสหรัฐฯ ยังเป็นบวกต่อหุ้นในทุกขั้นของห่วงโซ่ แต่ MP Materials มีความโดดเด่นที่สุดจากการครอบคลุมตั้งแต่เหมือง การแยก NdPr และ Heavy Rare Earth การผลิตโลหะและโลหะผสม ไปจนถึงแม่เหล็กถาวร ทำให้บริษัทสามารถรับประโยชน์ทั้งจากเงินสนับสนุนของรัฐบาล การเติบโตของอุปสงค์ และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในปลายน้ำ โดยปัจจัยติดตามสำคัญระยะถัดไปคือ การผลิต NdPr เกิน 1,000 ตันใน 3Q26, การเริ่มผลิต Dy/Tb, การส่งมอบแม่เหล็กให้ GM ใน 4Q26 และความคืบหน้าโรงงาน 10X หากดำเนินการได้ตามแผน จะยืนยันว่า MP กำลังเปลี่ยนจากผู้ผลิต Rare Earth ต้นน้ำไปสู่ผู้ผลิตเชิงยุทธศาสตร์แบบครบวงจรของสหรัฐฯ มากขึ้น.

 

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
MP.N
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5