Offshore Stock Update

ผลประกอบการ Amazon ดีกว่าคาดและปรับ Guidance ขึ้น

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|30 Apr 26 6:11 AM
dFQROr7oWzulq5FZUHxDImwsnU8jac7gegdDQuvMMq2B15O47l4xXFmkAlj0FfLfJyi
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 แสดงถึงความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีรายได้และกำไรเติบโตเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ปัจจัยหลักมาจากการเร่งตัวของธุรกิจระบบคลาวด์ (AWS) ที่เติบโตสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี จากกระแสความต้องการปัญญาประดิษฐ์ แม้บริษัทจะมีการทุ่มงบลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและชิปประมวลผลจนส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกและการโฆษณายังคงขยายตัวได้อย่างมั่นคง

ผลประกอบการเทียบกับคาดการณ์

  • ดีกว่าที่คาด จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของหน่วยธุรกิจระบบคลาวด์ (AWS) ที่โตถึง 28% และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการขนส่งสินค้าที่มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มาใช้มากขึ้น
  • รายได้รวมอยู่ที่ 815 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.773 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าที่คาด 2-3%)
  • กำไรต่อหุ้น (EPS): อยู่ที่ 78 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.62 - 1.66 ดอลลาร์สหรัฐ (ดีกว่าที่คาด 70%)
  • กำไรจากการลงทุนในแอนโทรปิก (Anthropic) กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ได้รับอานิสงส์สำคัญจากรายได้ก่อนหักภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการตีมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทแอนโทรปิก ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลประกอบการ

การเร่งตัวของ เอดับบลิวเอส จากข้อตกลงเชิงกลยุทธ์กับOpenAI, Anthropic และ Meta พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจโฆษณาและอีคอมเมิร์ซในประเทศที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วนมาร์จิ้นดำเนินงานที่สูงกว่าคาดมาจากประสิทธิภาพในเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ดีขึ้น

อัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมอยู่ที่ 13.1% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โดยหน่วยธุรกิจ AWS มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 37.7% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงอย่างคลาวด์และโฆษณากำลังกลายเป็นเสาหลักสำคัญในการทำกำไรแทนที่ธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม

รายได้ +17% YoY แข็งแกร่งในทุกกลุ่ม

  • การเร่งตัวของ AWS เติบโต 28% YoY เป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 15 ไตรมาส (เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 6%)
  • ธุรกิจโฆษณาเติบโต 24% YoY แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ ยังคงให้ความสำคัญกับการโฆษณาบนหน้าเว็บของอะเมซอน
  • ความเร็วในการจัดส่ง สามารถจัดส่งสินค้าได้มากกว่า 1 พันล้านชิ้นภายในวันเดียวหรือข้ามคืนในปี 2026
  • ชิปประมวลผลออกแบบเองธุรกิจชิป (เช่น Trainium และ Graviton) มีอัตราการสร้างรายได้ต่อปีทะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตในระดับเลขสามหลัก
  • จำนวนสมาชิกไพรม์ (Prime) ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายผ่านบริการเสริม เช่น วิดีโอและเพลง

วิเคราะห์งบดุลและงบกระแสเงินสด

  • กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ลดลงอย่างมากถึง 95% เหลือเพียง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับรอบ 12 เดือนย้อนหลัง) เมื่อเทียบกับ 2.59 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว
  • รายจ่ายลงทุน (CAPEX) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการใช้จ่ายในส่วนที่ดินและอุปกรณ์ไปถึง 51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2026 มีรายจ่ายลงทุนสูงถึง 4.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สภาพคล่องบริษัทยังคงมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 047 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • การลดลงของกระแสเงินสดอิสระเป็นผลโดยตรงจากการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล ซึ่งผู้บริหารเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจกดดันสภาพคล่องหากการสร้างรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ไม่เป็นไปตามเป้

แนวโน้มและคาดการณ์

  • คาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 94 - 1.99 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 16-19% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ปรับเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้า 4%
  • กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2: คาดว่าอยู่ในช่วง 0 - 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • งานวันพิเศษสำหรับสมาชิก (Prime Day) จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน (ไตรมาส 2) แทนที่จะเป็นไตรมาส 3 เหมือนปีที่แล้ว และยังคงมีความต้องการบริการคลาวด์เพื่อปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง

มุมมองของผู้บริหาร (จาก Earnings Call)

  • เน้นย้ำว่าโลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
  • ความมั่นใจในการลงทุน โดยระบุว่าการใช้จ่ายลงทุนที่สูงในปัจจุบันเป็นการวางรากฐานสำหรับรายได้มหาศาลในอนาคต เช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับระบบคลาวด์ในช่วงทศวรรษก่อน
  • บริษัทยังคงร่วมมือกับผู้ผลิตอย่างเอ็นวิเดีย (Nvidia) แต่การพัฒนาชิปของตัวเอง (Trainium) จะช่วยลดต้นทุนรายจ่ายลงทุนได้ปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เทรเนียม 2 ขายหมดแล้ว เทรเนียม 3 ที่เพิ่งเริ่มส่งมอบต้นปีนี้จองเกือบเต็ม เทรเนียม 4 แม้ยังห่างออกไป 18 เดือน ก็มีการจองล่วงหน้าแล้วส่วนใหญ่ คอมมิตเมนต์รายได้รวมเกิน 225 พันล้านดอลลาร์ และหากเป็นธุรกิจอิสระจะมีรันเรตสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก มุ่งเน้นการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้นในระดับ 30 นาทีผ่านบริการ "Amazon Now" เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจากร้านค้าปลีกดั้งเดิม
  • ยอดคำสั่งซื้อของ AWS อยู่ที่ 364 พันล้านดอลลาร์ (ยังไม่รวม แอนโทรปิก 100 พันล้านที่ประกาศล่าสุด) และมีความหลากหลายของลูกค้าไม่ได้กระจุกตัว
  • ราคาหน่วยความจำพุ่งสูงขึ้นมาก แต่บริษัทได้ล็อกซัพพลายล่วงหน้าไว้แล้ว พร้อมชี้ว่าปัญหานี้กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้บริษัทย้ายไปใช้คลาวด์มากขึ้น

การวิเคราะห์เชื่อมโยงและสัญญาณต่ออุตสาหกรรม

  • ความต้องการระบบคลาวด์ยังไม่สิ้นสุด ผลงานของ AWS เป็นสัญญาณบวกต่อผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และกูเกิล (Google) ว่าภาคธุรกิจยังคงพร้อมจ่ายเงินเพื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ แต่ตลาดน่าจะมองว่าใครมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่ากัน
  • การเติบโตของ เทรเนียม ไม่ได้หมายความว่าจะลดคำสั่งซื้อ NVDA แต่เป็นการเสริม ผู้บริหารยืนยันว่ายังสั่ง NVDA ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบวกต่อ NVDA, MRVL
  • แรงกดดันด้านต้นทุน การปรับค่าธรรมเนียมการขนส่งและเชื้อเพลิง 5% สะท้อนว่าต้นทุนด้านพลังงานและสงครามในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกออนไลน์ทั้งหมด
  • อำนาจในการกำหนดราคา อะเมซอนยังคงสามารถเพิ่มรายได้โฆษณาได้ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ แสดงถึงอำนาจในการครอบครองฐานข้อมูลลูกค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง

มุมมองของเรา

  • AMZN กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงห้างสรรพสินค้าออนไลน์ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก อย่างเต็มตัว
  • การที่มาร์จิ้น 1% ทำจุดสูงสุดในขณะที่ลงทุนหนักมากพร้อมกัน สะท้อนว่า AWS และโฆษณาได้เป็นเครื่องยนต์กำไรที่ชดเชยการลงทุนในธุรกิจใหม่ได้แล้ว
  • การเร่งลงทุนในชิปประมวลผลเองและดาวเทียม (Project Kuiper) แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องการควบคุมห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อลดการพึ่งพาคู่แข่งและสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาว ซึ่งหากทำสำเร็จจะกลายเป็นความได้เปรียบที่คู่แข่งตามได้ยากมาก
  • ธุรกิจชิปของบริษัทเองคือปัจจัยสนับสนุนที่ตลาดยังประเมินต่ำเกินไป รันเรต 20 พันล้านดอลลาร์และศักยภาพ 50 พันล้านหากเป็นธุรกิจอิสระ
  • เรามีมุมมองบวกต่อหุ้น AMZN ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5