Offshore Stock Update

Societe Generale งบ 1Q26 ดีกว่าคาด จากการคุม OPEX และการฟื้นตัวของธุรกิจรายย่อย

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|30 Apr 26 3:18 PM
socgen
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการ 1Q26 ของ Societe Generale ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก หนุนจากการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวด (OPEX ลดลง 6% YoY) และการตั้งสำรองหนี้เสียที่ต่ำกว่าคาด แม้รายได้จากธุรกิจซื้อขายตราสารหนี้ (FICC) จะอ่อนแอ แต่ถูกชดเชยด้วยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยในฝรั่งเศส ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROTE) พุ่งแตะ 11.7% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทตั้งไว้สำเร็จ

ผลประกอบการดีกว่าคาดไหม?

 

โดยรวมผลประกอบการ 1Q26 ดีกว่าที่คาด หนุนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 6% YoY ซึ่งดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้โต 2% รวมถึงภาระการตั้งสำรองหนี้สูญที่ 25 bps ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 10% นอกจากนี้ อัตราภาษีจ่ายจริงที่ต่ำกว่าคาด 2 p.p. ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนกำไรสุทธิ 

 

  • รายได้รวมเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ +0.3% YoY แต่หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและขอบเขตธุรกิจจะเติบโตถึง +4.4%
  • อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนจาก Cost-to-Income Ratio ที่ลดลงเหลือ 60.9% (และหากปรับปรุงรายการ IFRIC 21 จะอยู่ที่ 57.6%) ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 5.5% YoY และ 19.4% QoQ

 

วิเคราะห์งบดุล

 

  • คุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality): อยู่ในเกณฑ์ดี อัตราส่วน NPL ทรงตัวในระดับต่ำที่ 2.75% (ลดลงจาก 2.81% ในไตรมาสก่อน) โดยมี NPL Coverage Ratio ที่ 82%
  • Cost of Risk: อยู่ที่ระดับ 25 bps (355 ล้านยูโร) ซึ่งแตะกรอบล่างของเป้าหมายที่ประเมินไว้ ทั้งนี้บริษัทยังมีบัฟเฟอร์การตั้งสำรอง S1/S2 ในระดับสูงถึง 2.9 พันล้านยูโร
  • การเติบโตของสินเชื่อ: สินเชื่อลูกค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4.75 แสนล้านยูโร (จาก 4.66 แสนล้านยูโร ณ สิ้นปี 2025) กลุ่มธุรกิจ International Retail ในยุโรปเห็นการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่นที่ +6.1% YoY
  • เงินกองทุน CET1: แข็งแกร่งที่ 13.5% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของทางการถึง 325 bps แม้จะรวมผลกระทบ -6 bps จากการควบรวมกิจการ Bernstein US ไปแล้วก็ตาม 

 

การเติบโตของรายได้ในแต่ละธุรกิจ

 

  • รายได้ NII & Non-NII (ฝั่ง French Retail): รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตแข็งแกร่งถึง +12.0% YoY ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียม) เติบโต +5.5% YoY
  • French Retail, Private Banking & Insurance: กำไรสุทธิโตทะยาน +48.4% ขับเคลื่อนด้วย NII ที่โตเลขสองหลัก (+12%) การทรงตัวของเงินฝาก และมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
  • Global Banking & Investor Solutions (GBIS): รายได้รวมลดลง -4.9% นำโดยธุรกิจ FICC ที่หดตัวรุนแรง -18.2% จากสภาวะตลาดดอกเบี้ยในยุโรปที่ไม่อำนวย อย่างไรก็ดี ฝั่ง Equities ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ (+5.5%) หนุนโดย Prime Brokerage
  • Mobility & International Retail Services: รายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น +2.9% ธุรกิจ Ayvens (Leasing) มีรายได้เพิ่มขึ้น +1.7% จากมาร์จิ้นที่สูงขึ้น ขณะที่ Consumer Finance ทำผลงานโดดเด่นรายได้โต +13.9%
  • BoursoBank (Digital Bank): จำนวนลูกค้าทะลุ 8.9 ล้านราย และสร้างกำไรได้ 92 ล้านยูโร เดินหน้าสู่เป้าหมายกำไร 300 ล้านยูโรของปีนี้ 

 

แนวโน้มของบริษัท (Guidance/Outlook) 

 

ผู้บริหาร "คงเป้าหมายเดิม" สำหรับปี 2026 ดังนี้: 

  • การเติบโตของรายได้: เติบโตมากกว่า +2% YoY
  • การลดต้นทุน: คาดว่าจะลดต้นทุนได้ประมาณ 3% YoY
  • Cost-to-income ratio: น้อยกว่า 60%
  • Cost of Risk: 25-30 bps
  • ROTE: มากกว่า 10%
  • CET1: อยู่ที่ระดับราวๆ 13% 

 

มุมมองของผู้บริหาร (Earnings Call Highlights) 

 

ผู้บริหารยังเน้นว่าโมเดลธุรกิจที่กระจายตัว การคุมความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง และเงินทุนที่แข็งแกร่ง เป็นจุดแข็งสำคัญในการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบาง นอกจากนี้ยังพอใจกับแผนฟื้นฟูธุรกิจรายย่อยในฝรั่งเศส (French Retail) ที่เริ่มส่งมอบผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

 

ความเสี่ยงและความกังวล

 

  • ความเสี่ยงด้านรายได้: การเติบโตของรายได้อาจทำได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่ม French Retail, วาณิชธนกิจ (GBIS) หรือบริการด้าน Mobility
  • ความอ่อนแอของธุรกิจ Trading: โมเมนตัมทางการค้าที่เอื้ออำนวยน้อยลง และสภาวะตึงตัวในตลาดยุโรปที่กดดันรายได้ FICC อย่างหนัก เป็นความท้าทายระยะสั้นที่สำคัญ

 

มุมมองของเรา

 

เรามองว่า Societe Generale มีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น และกำลังอยู่ในช่วงพลิกฟื้นกิจการ ที่มุ่งเน้นการมีวินัยด้านเงินทุนและการคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการฟื้นตัวในธุรกิจรายย่อยในฝรั่งเศส (French Retail) ผสานกับการลดต้นทุนได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 2 เท่า สามารถเข้ามาซับแรงกระแทกจากผลงานที่น่าผิดหวังในฝั่งธุรกิจ FICC Trading ได้

 

ทั้งนี้ สิ่งที่เราแนะติดตามต่อคือความยั่งยืนของวินัยทางการเงินและการประกาศแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในวันที่ 21 กันยายนนี้เพื่อยืนยันศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5