สรุปสาระสำคัญ
บริษัท AMD รายงานผลประกอบการ 1Q26 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ยอดขายชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์และชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับปัญญาประดิษฐ์เพิ่มสูงขึ้นจนสามารถชดเชยการชะลอตัวในกลุ่มเกมส์ได้ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ใน 2Q26 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องและฐานลูกค้าที่ต้องการทางเลือกอื่นนอกเหนือจากผู้นำตลาดเดิม
ผลประกอบการออกมา "ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้" อย่างชัดเจน
รายได้รวมทำได้ 1.025 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 4% ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.37 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 1.28 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 7% สาเหตุหลักมาจากความต้องการในกลุ่มศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ตระกูล EPYC และชิปประมวลผลตระกูล Instinct ที่มียอดคำสั่งซื้อจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และลูกค้าองค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
| รายการ |
ผลงานจริง |
คาดการณ์ |
ส่วนเกิน |
| รายได้รวม |
10.25 พันล้าน$ |
9.89 พันล้าน$ |
3.70% |
| กำไรต่อหุ้น (ไม่รวมรายการพิเศษ) |
1.37$ |
1.28–1.29$ |
+6–7% |
| รายได้กลุ่มศูนย์ข้อมูล |
5.78 พันล้าน$ |
5.61 พันล้าน$ |
3.00% |
| รายได้กลุ่มเกม |
720 ล้าน$ |
669–679 ล้าน$ |
+6–8% |
| กำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายการพิเศษ) |
55% |
55.1–55.2% |
ใกล้เคียง |
| กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายการพิเศษ) |
25% |
24.2–24.3% |
+0.7ppts |
รายละเอียดผลประกอบการ
- รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน นำโดยกลุ่มศูนย์ข้อมูลที่ทำสถิติสูงสุดใหม่
- ความต้องการชิปสถาปัตยกรรม EPYC และชิปตระกูล Instinct เพิ่มขึ้นมากเพื่อรองรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ เช่นเดียวกับ ยอดขายชิปตระกูล Ryzen สำหรับคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์และคอมพิวเตอร์ระดับพรีเมียมเติบโตสูงขึ้นและชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ต่อเนื่อง
- กลุ่มศูนย์ข้อมูลเป็นดาวเด่นอย่างชัดเจน คิดเป็น 56% ของรายได้รวมและเติบโต 57% โดย EPYC ที่ทำรายได้เซิร์ฟเวอร์สูงสุดรายไตรมาสเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกัน บวกกับการส่งมอบชิปเร่งความเร็ว Instinct ที่ต่อเนื่อง และยอดขาย Ryzen Pro เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากปีก่อน
- กลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (+26%) ทำผลงานดีกว่าที่ตลาดคาด แม้จะลดลง 7% จากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล กลุ่มเกม (+11%) ฟื้นตัวจากฐานต่ำของปีก่อน
- ความต้องการในอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ การป้องกันประเทศ และการทดสอบระบบ ดันยอดขายกลุ่ม Embedded ให้เติบโต
- รายได้ศูนย์ข้อมูลด้าน AI ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากจีนหายไปหลังมาตรการควบคุมการส่งออก แต่ตลาดก็รับรู้ประเด็นนี้ไปแล้ว
- รายได้ในกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มเกมส์ลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าตามฤดูกาล และรายได้จากชิปสั่งทำพิเศษสำหรับเครื่องเล่นเกมคอนโซลลดลงตามวัฏจักรของเครื่องเล่นเกมในยุคปัจจุบัน
- บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานเมื่อเทียบกับปีก่อนได้
- กำไรสุทธิเติบโต 45%
| |
1Q26 |
1Q25 |
เติบโต YoY |
4Q25 |
เติบโต QoQ |
| รายได้รวม (ล้าน$) |
10,253 |
7,438 |
38% |
10,270 |
คงที่ |
| กำไรขั้นต้น GAAP (%) |
53% |
50% |
+3 ppts |
54% |
-1 ppt |
| กำไรขั้นต้น Non-GAAP (%) |
55% |
54% |
+1 ppt |
57% |
-2 ppts |
| กำไรจากการดำเนินงาน GAAP (ล้าน$) |
1,476 |
806 |
83% |
1,752 |
-16% |
| กำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP (ล้าน$) |
2,540 |
1,779 |
43% |
2,854 |
-11% |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP |
25% |
24% |
+1 ppt |
28% |
-3 ppts |
| กำไรสุทธิ GAAP (ล้าน$) |
1,383 |
709 |
95% |
1,511 |
-8% |
| กำไรต่อหุ้น GAAP |
0.84$ |
0.44$ |
91% |
0.92$ |
-9% |
| กำไรต่อหุ้น Non-GAAP |
1.37$ |
0.96$ |
43% |
1.53$ |
-10% |
| |
|
|
|
|
|
| กลุ่มธุรกิจ |
1Q26 |
1Q25 |
เติบโต YoY |
4Q25 |
เติบโต QoQ |
| ศูนย์ข้อมูล |
5,775 |
3,674 |
57% |
5,380 |
7% |
| คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Client) |
2,885 |
2,294 |
26% |
3,097 |
-7% |
| เกม (Gaming) |
720 |
647 |
11% |
843 |
-15% |
| ชิปฝังตัว (Embedded) |
873 |
823 |
6% |
950 |
-8% |
| รวม |
10,253 |
7,438 |
38% |
10,270 |
คงที่ |
สถานะทางการเงินแข็งแรงและบริหารสินค้าคงคลังได้ดี
- กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสที่ 2.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 727 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 253% จากปีก่อน
- งบลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ 389 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าที่คาด 81%) เพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนและ 75% จากไตรมาสก่อน สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
- บริษัทมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิที่แข็งแกร่งมาก โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับหนี้สินรวมเพียง 3.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- บริษัทซื้อหุ้นคืน 221 ล้านดอลลาร์ใน 1Q26 และยังมีวงเงินคงเหลือในโครงการซื้อหุ้นคืนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์
- มูลค่าสินค้าคงคลังทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าบริหารจัดการได้ดีและไม่มีความผิดปกติท่ามกลางการเติบโตของยอดขายที่รวดเร็ว
| |
1Q26 |
1Q25 |
การเปลี่ยนแปลง YoY |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน |
~3,000 ล้านดอลลาร์ |
939 ล้านดอลลาร์ |
220% |
| กระแสเงินสดอิสระ (FCF) |
2,570 ล้านดอลลาร์ |
727 ล้านดอลลาร์ |
253% |
| อัตรา FCF ต่อรายได้ (%) |
25.1% |
9.8% |
+15.3 จุด |
| งบลงทุน (CAPEX) |
389 ล้านดอลลาร์ |
213 ล้านดอลลาร์ |
83% |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า |
12,300 ล้านดอลลาร์ |
7,310 ล้านดอลลาร์ |
69% |
| สินค้าคงคลัง |
8,000 ล้านดอลลาร์ |
6,416 ล้านดอลลาร์ |
คงที่ QoQ, +25% YoY |
| ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา |
2,400 ล้านดอลลาร์ |
1,727 ล้านดอลลาร์ |
39% |
ปรับแนวโน้มและการคาดการณ์ขึ้น
- บริษัทคาดการณ์รายได้ใน 2Q26 ไว้ที่ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (บวกลบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่คาด 8%-14%
- รายได้ศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้นสองหลักจาก 1Q26 เมื่อ Helios เริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งปีหลัง (เริ่มส่งมอบ 3Q26 เพิ่มขึ้นมากใน 4Q26)
- รายได้กลุ่มศูนย์ข้อมูลและกลุ่มระบบ Embedded จะเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
- ยอดขายชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์จะเติบโตมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน (2Q25)
- คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q26 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 56% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 3% และเพิ่มขึ้นจาก 55% ใน 1Q26 และ 43% ใน 2Q25
- คาดว่ายอดจัดส่งคอมพิวเตอร์และธุรกิจเกมในช่วงครึ่งปีหลังจะลดลง เนื่องจากความกดดันด้านต้นทุนชิ้นส่วนและหน่วยความจำที่สูงขึ้น ซึ่งจะยังกดดันธุรกิจนี้ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี 2026
| |
Guidance 2Q26 |
ตลาดคาดการณ์ |
ส่วนต่าง |
| รายได้รวม |
~11.2 พันล้าน$ (±300 ล้าน$) |
10.52 พันล้าน$ |
6.5% |
| อัตรากำไรขั้นต้น Non-GAAP |
~56% |
55.3% |
+70 bps |
มุมมองของผู้บริหาร
- ผู้บริหารมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในการสร้างรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2027 เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่และการพัฒนาระบบตู้เซิร์ฟเวอร์ Helios ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และคาดว่าจะเกินเป้าหมายการเติบโตระยะยาวกว่า 80% ต่อปีในช่วงปีถัดๆ ไป รวมถึงตั้งเป้ากำไรต่อหุ้นเกิน 20 ดอลลาร์ในระยะยาว
- ผู้บริหารมองว่าวัฏจักรการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
- บริษัทได้ปรับเพิ่มขนาดตลาดรวมของชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ขึ้นเป็นมากกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากประมาณการเดิมเนื่องจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์แบบทำงานอัตโนมัติ (Agentic AI) ต้องอาศัยชิปประมวลผลกลางในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมหาศาล (อัตราเติบโตจาก 18% เป็น 35% ต่อปี)
- ประเมินว่าต้องการ CPU สำหรับการจัดการ การประมวลผลข้อมูล ซึ่งเปลี่ยนสัดส่วน CPU ต่อ GPU จากเดิม 1:4-1:8 มาสู่ใกล้ 1:1
- ผู้บริหารแสดงความเชื่อมั่นอย่างมากในการทำสัญญากับ Meta (ถึง 6 กิกะวัตต์) และ OpenAI โดยมองเห็นความต้องการจากลูกค้ากลุ่มใหม่ที่สนใจชิป MI450 Series สูงกว่าแผนเดิม และระบุว่าการส่งมอบ Helios จะเป็นการทดสอบที่สำคัญของความสามารถในการขยายขนาดการผลิตของ AMD ในครึ่งปีหลังของปี 2026
- ยืนยันว่ากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่ดีในระยะยาว แม้การส่งมอบ MI450 ในครึ่งปีหลังจะมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยบริษัท แต่แรงหนุนจาก EPYC ที่เติบโตแรง กลุ่มชิปฝังตัวที่มีกำไรขั้นต้นสูง และการลดสัดส่วนรายได้เกมจะช่วยชดเชยได้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นระยะยาวจะอยู่ในกรอบ 55-58%
ผลกระทบเชิงเชื่อมโยงไปยังบริษัทอื่น
- TSMC / Samsung / GLOBALFOUNDRIES — คำสั่งซื้อชิปขนาด 3-5 นาโนเมตรและ 2 นาโนเมตร จะเพิ่มขึ้น จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงต่อเนื่อง
- SK Hynix / Micron / Samsung Memory — ความต้องการ HBM4 สำหรับ MI455X ยืนยันว่าอุปทานหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงจะยังตึงตัวต่อเนื่อง บริษัทได้ยืนยันความร่วมมือกับ Samsung สำหรับ HBM4 และจะได้ประโยชน์จากราคาหน่วยความจำที่จะอยู่ในระดับสูง
- Marvell / Broadcom / Arista — การขยายตัวของระบบ Helios และโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่บ่งชี้ความต้องการชิปเครือข่ายความเร็วสูง
- Supermicro / Dell / HPE — ความร่วมมือกับ TCS บน Helios และการขยายตัวในตลาดเซิร์ฟเวอร์องค์กรหนุนอุปสงค์เซิร์ฟเวอร์
- Nvidia — ผลประกอบการของ AMD ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่พอสำหรับผู้เล่นหลายราย
- ห่วงโซ่อุปทานของ Smartphone ทั้งค่ายจีนและ Apple จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น
มุมมองของ INVX
- การปรับเพิ่มมูลค่าตลาดและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาด CPU ดูจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ AMD ตั้งเป้าจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดนี้ 50%
- บริษัทได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนหยัดเป็นทางเลือกอันดับสองที่แข็งแกร่งในตลาดชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ ผ่านความร่วมมือเชิงลึกกับลูกค้าระดับโลกอย่าง Meta และ OpenAI ทั้งนี้หากการส่งมอบ MI450/Helios เป็นไปตามแผน และลูกค้าหลัก (Meta/OpenAI) รับมอบตามกำหนด จะเป็นแรงหนุนทั้งรายได้และความน่าเชื่อถือของ AMD ในฐานะผู้ผลิต GPU
- กระแสการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงไม่ได้จำกัดความต้องการอยู่แค่ชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดความต้องการชิปประมวลผลกลาง (CPU) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและการประมวลผลแบบคู่ขนาน ซึ่งจุดนี้เป็นข้อได้เปรียบโดยตรงของบริษัทที่มีรากฐานและส่วนแบ่งการตลาดที่แข็งแกร่งในตลาดซีพียูระดับองค์กร
- โครงสร้างรายได้และกำไรของบริษัทได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่การพึ่งพาศูนย์ข้อมูลและลูกค้าระดับองค์กรเป็นหลักอย่างเป็นทางการ ทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนขึ้น และลดความผันผวนจากวัฏจักรของตลาดผู้บริโภคทั่วไป
- นอกจาก AMD ที่มีผลประกอบการดี อาจจะต้องมองไปที่ Suppliers ของ AMD อย่าง TSMC (37% ของต้นทุน AMD), Tonfu Microelectronics (11%), Samsung (11%), GlobalFoundries (4%), Micron (3%), Ibiden (2%) ส่วนลูกค้าของ AMD ได้แก่ HP (6% ของรายได้ AMD), Meta (6%), Avnet (5%), Dell (4%), Oracle (4%), Sony (4%), Tencent (3%)
- FCF เพิ่มขึ้น 3 เท่าเป็นสัญญาณว่าโมเดลธุรกิจมีการขยายตัวของกำไรที่แท้จริงและสามารถสนับสนุนผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นได้
- อัตราส่วน P/E ที่ 28 เท่า บ่งชี้ว่าตลาดอาจจะรับรู้ข่าวดีไปในราคาแล้วระดับหนึ่ง ความเสี่ยงต่อหุ้นในระยะสั้นจึงอยู่ที่การที่ความคาดหวังสูงเกินไป มากกว่าความเสี่ยงพื้นฐานของบริษัท แต่เรายังมีมุมมองบวกต่อ AMD ในระยะยาว ระยะสั้นเพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไรและหาจังซื้อเล่นรอบเมื่อราคาอ่อนตัวดีกว่า หรือไปเล่นตัวอื่นที่เป็นห่วงโซ่อุปทานของ AMD ได้เช่นกัน