สรุปสาระสำคัญ
ByteDance เตรียมเร่งลงทุน AI ครั้งใหญ่ โดยพิจารณาใช้งบสูงสุดราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ และอาจเพิ่มเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ปีหน้า เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI รองรับบริการอย่าง Doubao, โมเดลวิดีโอ และ AI Agent
แม้เม็ดเงินยังต่ำกว่ากลุ่มเทคสหรัฐฯ แต่ต้นทุนศูนย์ข้อมูลในจีนที่ต่ำกว่าช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่กำไรปี 2025 ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยรองรับการลงทุนระยะแรก ประเด็นนี้เป็นบวกต่อธีม China AI Infrastructure ในประเทศ
1. ByteDance เตรียมเพิ่มงบลงทุน AI อย่างก้าวกระโดด
- ByteDance เจ้าของ TikTok และ Douyin กำลังพิจารณาเพิ่มงบลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูลเป็นสูงสุดราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ จากประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ปีก่อน และอาจเพิ่มเป็นราว 1 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า หากภาวะธุรกิจเอื้ออำนวย สะท้อนการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างจริงจัง
2. เป้าหมายคือรักษาผู้นำในจีนและขยายสู่ต่างประเทศ
- การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ AI ที่ ByteDance เริ่มนำอยู่แล้ว เช่น แชตบอต วิดีโอ โมเดลสร้างวิดีโอ เครื่องมือตัดต่อ โค้ดดิ้ง และ AI Agent โดย Doubao เป็นแชตบอตยอดนิยมของจีน มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 300 ล้านคน และบริษัทเริ่มพิจารณาเก็บค่าสมาชิก
3. ByteDance ลงทุนหนักกว่าคู่แข่งจีน แต่ยังตามหลังกลุ่มสหรัฐฯ
- ตัวเลขลงทุนของ ByteDance สูงกว่า Tencent และ Alibaba อย่างมีนัยสำคัญ โดย Tencent ใช้เงินลงทุนปี 2025 ราว 7.92 หมื่นล้านหยวน และตั้งใจเพิ่มลงทุน AI มากกว่า 2 เท่าเป็นกว่า 3.6 หมื่นล้านหยวน ขณะที่ Alibaba มีแผนลงทุน AI และคลาวด์มากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 3 ปี แต่ฝั่งสหรัฐฯ อย่าง Amazon, Alphabet, Microsoft และ Meta ยังมีแผนลงทุนรวมสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้
4. ต้นทุนศูนย์ข้อมูลในจีนต่ำกว่า ช่วยให้เงินลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- แม้ตัวเลขลงทุนของจีนดูต่ำกว่าสหรัฐฯ แต่ต้นทุนศูนย์ข้อมูลในจีนถูกกว่า ทำให้ ByteDance อาจสร้างกำลังประมวลผลได้ใกล้เคียงในต้นทุนที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่งทำข้อตกลงซื้อชิป Qualcomm จำนวนมาก เพื่อรองรับบริการ AI Agent ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาชิปขั้นสูงจากสหรัฐฯ บางส่วน
5. AI กลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของบริษัทเทคจีน
- ตลาดมองว่า ByteDance, Tencent และ Alibaba เริ่มมองโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทางเลือก แต่เป็นสินทรัพย์จำเป็นในระยะยาว เพราะใครมีศูนย์ข้อมูล ชิป และโมเดล AI ที่แข็งแรงกว่า จะมีโอกาสครองผู้ใช้และต่อยอดรายได้จากบริการใหม่ได้มากกว่า
6. แหล่งเงินทุนยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
- ByteDance จะใช้กำไรปี 2025 ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ มารองรับการลงทุนส่วนใหญ่ในปีนี้ แต่หากต้องเพิ่มงบเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า ตลาดยังต้องจับตาว่าจะใช้เงินสด กระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก ขายสินทรัพย์ หรือเร่งเข้าตลาดหุ้นหรือไม่ โดยบริษัทเพิ่งขายหรือถอยจากบางธุรกิจ เช่น เกม เพื่อโฟกัส AI และสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น
|
บริษัท
|
แผนลงทุน / งบลงทุนที่กล่าวถึง
|
จุดเน้นการลงทุน
|
|
ByteDance
|
สูงสุดราว US$70bn ในปีนี้ และอาจเพิ่มเป็นราว US$100bn ปีหน้า หากภาวะธุรกิจเอื้อ
|
ศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน AI ชิป และบริการ AI Agent
|
|
ByteDance ปี 2025
|
มีกำไรราว US$50bn และงบลงทุนปีก่อนราว US$25bn
|
ใช้กำไรภายในรองรับการลงทุน
|
|
Tencent
|
งบลงทุนปี 2025 ราว RMB79.2bn และระบุว่าจะเพิ่มลงทุน AI มากกว่า 2 เท่า เป็นมากกว่า US$5.3bn
|
AI cloud, โมเดล AI, โครงสร้างพื้นฐาน
|
|
Alibaba
|
ตั้งเป้าลงทุนมากกว่า US$50bn ใน 3 ปี
|
AI cloud, โมเดล AI, ศูนย์ข้อมูล
|
|
Amazon, Alphabet, Microsoft, Meta
|
รวมกันวางแผนลงทุนสูงสุดราว US$725bn ปีนี้
|
ศูนย์ข้อมูล AI, โมเดลขนาดใหญ่, cloud
|
มุมมองของ INVX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อธีม China AI Infrastructure เพราะสะท้อนว่า ByteDance กำลังยกระดับการแข่งขัน AI ในจีนจากระดับโมเดลและแอปพลิเคชัน ไปสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์คือ ศูนย์ข้อมูล, เซิร์ฟเวอร์, ชิป AI, ชิปประมวลผลทางเลือก, อุปกรณ์เครือข่าย, ระบบไฟฟ้า และคลาวด์จีน
- ขณะเดียวกันการแข่งขันลงทุน AI ในจีนอาจรุนแรงขึ้น กดดันบริษัทที่มีกระแสเงินสดอ่อนกว่า แต่เป็นบวกต่อผู้เล่นที่อยู่ในห่วงโซ่ AI เช่น Tencent, Alibaba, Qualcomm และผู้ผลิตชิป/อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานในจีน เช่น SMIC, Hua Hong, AMEC, Naura, ACM Research, Cambricon, Horizon Robotics, Biren และ MetaX