
รัฐบาลจีนเตรียมกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิต 2–4% สำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมและโซลาร์เซลล์แบบเดิมตั้งแต่ปี 2026–2028 แต่ยังคงยกเว้นภาษีให้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ เช่น แบตเตอรี่โซลิดสเตตและเซลล์เพอรอฟสไกต์ เพื่อเร่งลดกำลังการผลิตส่วนเกิน ควบคุมสงครามราคา และบีบผู้เล่นรายเล็กออกจากตลาด โดยมาตรการนี้จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ผลิตชั้นนำที่มีต้นทุนต่ำและพอร์ตต่างประเทศสูงอย่าง CATL (CATL23) และ BYD (แต่ในระยะสั้นมีแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา) ขณะที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ผลิตระดับรอง โครงการกักเก็บพลังงานที่มีผลตอบแทนต่ำ และอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ซิลิคอนแบบเดิม
สรุปมาตรการ
จีนประกาศทยอยกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตจากแบตเตอรี่และเซลล์แสงอาทิตย์ หลังได้รับการยกเว้นมานานกว่า 10 ปี สะท้อนการเปลี่ยนนโยบายจากการสนับสนุนการขยายกำลังผลิตในวงกว้าง ไปสู่การลดกำลังผลิตส่วนเกิน ควบคุมการแข่งขันด้านราคา และเร่งการรวมตัวของอุตสาหกรรม
มาตรการสำคัญประกอบด้วย
• ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แบตเตอรี่ลิเทียมปฐมภูมิ แบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ แบตเตอรี่ปฐมภูมิปลอดสารปรอท และแบตเตอรี่วาเนเดียมโฟลว์ จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 2%
• ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2027 อัตราภาษีของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 4%
• โซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์จะเริ่มถูกเก็บภาษี 2% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2027 และเพิ่มเป็น 4% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2028
• แบตเตอรี่โซเดียมไอออน แบตเตอรี่โซลิดสเตต เซลล์เชื้อเพลิง รวมถึงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ แบบซ้อนชั้น และแกลเลียมอาร์เซไนด์ จะยังได้รับยกเว้นภาษีจนถึงสิ้นปี 2028
ผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิยกเว้นต้องผ่านมาตรฐานแห่งชาติและมีรายงานทดสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ขณะที่ภาษีที่ชำระสำหรับวัตถุดิบหรือแบตเตอรี่ที่ซื้อมาเพื่อผลิตแบตเตอรี่ที่อยู่ในข่ายเสียภาษีต่อเนื่อง สามารถนำมาหักออกได้ เพื่อลดปัญหาการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อนในกระบวนการผลิต
เหตุผลเชิงนโยบาย
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และเซลล์แสงอาทิตย์ของจีนได้รับการสนับสนุนด้านภาษีมาตั้งแต่ปี 2015 จนจีนกลายเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม การขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่องทำให้หลายกลุ่มสินค้าเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน การลดราคาแข่งขัน และกำไรต่อหน่วยอยู่ในระดับต่ำ
การนำภาษีกลับมาใช้จึงมีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ลดแรงจูงใจในการขยายกำลังผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ เร่งให้ผู้ประกอบการรายเล็กออกจากตลาด และโยกการสนับสนุนไปยังเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการผลิตเชิงพาณิชย์
มาตรการนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลจีนที่เรียกผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่เข้าหารือ เพื่อควบคุมสงครามราคาและการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตโดยไม่คำนึงถึงอุปสงค์ที่แท้จริง
มุมมองของ INVX
ผลกระทบต่อผู้ผลิตแบตเตอรี่
ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านภาษีไปยังลูกค้า สัดส่วนรายได้จากตลาดจีน และกำไรต่อหน่วยของผู้ผลิตแต่ละราย ภายใต้อัตราภาษี 4% ภาระภาษีอาจอยู่ที่ประมาณ 11–24 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เทียบกับกำไรสุทธิต่อหน่วยของผู้ผลิตที่แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ประมาณ 8–109 หยวนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง
ผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีต้นทุนต่ำ มีอำนาจต่อรอง และมีรายได้จากต่างประเทศสูงจะรับผลกระทบได้ดีกว่า ขณะที่ผู้ผลิตระดับรองซึ่งเน้นตลาดภายในประเทศและมีกำไรต่อหน่วยต่ำ อาจต้องเลือกระหว่างการรับภาระภาษีเองกับการขึ้นราคาขาย ซึ่งทั้งสองทางเลือกสร้างแรงกดดันต่อกำไรหรือส่วนแบ่งตลาด
ผลต่อผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ต้นทุนแบตเตอรี่คิดเป็นอย่างน้อยประมาณ 25% ของราคารถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นภาษีแบตเตอรี่จะเพิ่มแรงจูงใจให้ค่ายรถยนต์พัฒนาและผลิตเซลล์แบตเตอรี่ภายในกลุ่มมากขึ้น
ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความสามารถด้านแบตเตอรี่ของตนเอง เช่น BYD มีแนวโน้มได้เปรียบจากการควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ Geely และ Great Wall Motor ซึ่งลงทุนในเทคโนโลยีและกำลังผลิตแบตเตอรี่ จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าผู้ผลิตที่พึ่งพาการจัดซื้อจากภายนอกทั้งหมด
ผลต่อระบบกักเก็บพลังงาน
ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานมีความเสี่ยงมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า หากภาษี 4% ถูกส่งผ่านทั้งหมด อัตราผลตอบแทนภายในของโครงการกักเก็บพลังงานขนาด 400 เมกะวัตต์ชั่วโมงอาจลดลงจนทำให้บางโครงการมีผลตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์ลงทุน ส่งผลให้เจ้าของโครงการเลื่อนการตัดสินใจ หรือกดดันผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้ลดราคาชดเชยภาระภาษี
ในระยะสั้น อาจเกิดการเร่งสั่งซื้อแบตเตอรี่ก่อนวันที่ภาษีมีผลบังคับใช้ แต่หลังจากนั้นอุปสงค์อาจชะลอลงชั่วคราว โดยเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนต่ำหรือพึ่งพาการจัดหาแบตเตอรี่จากผู้ผลิตระดับรอง
ผลต่ออุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์
การเริ่มเก็บภาษีเซลล์แสงอาทิตย์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2027 เป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่ออุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตหลายรายอยู่ในภาวะขาดทุนจากกำลังผลิตส่วนเกินและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับต่ำ
ความสามารถในการส่งผ่านภาษีจะขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างผู้ผลิตเซลล์ ผู้ผลิตแผง และผู้พัฒนาโครงการ โดยผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานสูง และมีสัดส่วนยอดขายต่างประเทศมาก จะมีความได้เปรียบมากกว่าผู้ผลิตขนาดเล็กที่เน้นสินค้ามาตรฐาน
การยกเว้นภาษีให้เซลล์เพอรอฟสไกต์ แบบซ้อนชั้น และแกลเลียมอาร์เซไนด์ สะท้อนว่ารัฐบาลจีนต้องการเร่งการลงทุนในเทคโนโลยีเซลล์รุ่นใหม่ แทนการสนับสนุนกำลังผลิตเซลล์ซิลิคอนแบบเดิมเพิ่มเติม
กลยุทธ์
มองมาตรการนี้เป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อผู้ผลิตชั้นนำมากกว่าบวกต่ออุตสาหกรรมทั้งหมด กลยุทธ์ควรเน้นบริษัทที่มีต้นทุนต่ำ กำไรต่อหน่วยสูง ฐานรายได้ต่างประเทศ และมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ โดย CATL (CATL23) เป็นหุ้นเด่นที่สุดในกลุ่มแบตเตอรี่ ขณะที่ BYD ได้เปรียบในกลุ่มรถยนต์จากการผลิตแบตเตอรี่ภายในบริษัท แต่ในระยะสั้น ยังมีแรงกดดันด้านแข่งขันด้านราคาสูง
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับรองที่เน้นตลาดจีนและมีอัตรากำไรต่ำ รวมถึงธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานที่โครงการมีผลตอบแทนต่ำ สำหรับกลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ ควรเลือกบริษัทที่มีต้นทุนต่ำและเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง มากกว่าลงทุนทั้งกลุ่ม เนื่องจากภาษีจะซ้ำเติมผู้ผลิตที่ยังขาดทุนและเร่งการออกจากตลาดของกำลังผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน