
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งฝ่ายบริหารยกระดับความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานกลาโหมสหรัฐฯ โดยสั่งให้กระทรวงกลาโหมออกเกณฑ์บังคับผู้รับเหมาตรวจสอบ ยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบทุกระดับ และจัดทำแผนผังห่วงโซ่อุปทานเพื่อเร่งลดการพึ่งพาแร่สำคัญและแม่เหล็กถาวรจากจีน ซึ่งปัจจุบันเชื่อมโยงกับระบบอาวุธสหรัฐฯ สูงถึง 78% และประสบปัญหาการส่งออกลดลง โดย INVX ประเมินว่าจะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตแร่หายากนอกจีนที่มีการผลิตและแปรรูปจริง เช่น MP Materials และ Lynas ส่วนหุ้นกลุ่มกลาโหมหลักอย่าง RTX, LMT, NOC แม้จะมีต้นทุนและแนวโน้มการส่งมอบตึงตัวในระยะสั้น แต่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีในระยะยาวจากยอดคำสั่งซื้อคงค้างที่แข็งแกร่ง
สาระสำคัญของคำสั่งฝ่ายบริหาร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเพิ่มความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานด้านกลาโหมสหรัฐฯ โดยมอบหมายให้กระทรวงกลาโหมจัดทำนโยบายและแนวทางดำเนินงานภายใน 180 วัน สำหรับบังคับผู้รับเหมาด้านกลาโหมจัดทำแผนผังห่วงโซ่อุปทานของสินค้าที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติ
การตรวจสอบจะครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ กระบวนการแปรรูป ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้รับเหมาช่วง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ส่งมอบให้กองทัพ โดยให้ความสำคัญกับผู้ผลิตระดับล่างของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งที่ผ่านมาอาจไม่ได้อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างละเอียด เช่น ผู้ผลิตโลหะเฉพาะทาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ แร่สำคัญ และแม่เหล็กถาวร
ข้อกำหนดต่อผู้รับเหมาด้านกลาโหม
ผู้รับเหมากลาโหมและห่วงโซ่อุปทานทุกระดับจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและชิ้นส่วน รวมถึงประเมินความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน กำลังการผลิต ความต่อเนื่องของการจัดส่ง ตลอดจนความเป็นเจ้าของ การควบคุม หรืออิทธิพลจากต่างประเทศ
หากพบแหล่งจัดซื้อที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ผู้รับเหมาจะต้องจัดทำแผนลดความเสี่ยงอย่างเป็นทางการ ระบุความพยายามในการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน และกำหนดขั้นตอนการนำผู้ขายที่มีความเสี่ยงออกจากห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน บทลงโทษ และหลักเกณฑ์กำหนดประเทศหรือบริษัทที่ไม่ผ่านข้อกำหนดยังต้องรอแนวทางเพิ่มเติมจากกระทรวงกลาโหม
เป้าหมายหลักคือการลดความเสี่ยงจากจีน
แม้คำสั่งฝ่ายบริหารไม่ได้ระบุชื่อจีนโดยตรง แต่เป้าหมายสำคัญคือการลดการพึ่งพาแร่สำคัญและวัตถุดิบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจีน โดยจีนมีสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของการทำเหมืองแร่หายากทั่วโลก และเกือบ 90% ของกระบวนการถลุงและแปรรูป โดยเฉพาะแร่หายากชนิดหนักที่ใช้ผลิตแม่เหล็กสมรรถนะสูง
แม่เหล็กดังกล่าวเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบนำวิถี ขีปนาวุธ เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ โดรน ดาวเทียม ระบบเรดาร์ หุ่นยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ความเสี่ยงไม่ได้อยู่เฉพาะปริมาณแร่ที่ขุดได้ แต่รวมถึงกำลังการแยกแร่ การแปรรูป และการผลิตแม่เหล็ก ซึ่งจีนยังมีความได้เปรียบสูง
รายงานของคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ–จีนระบุว่า 78% ของชิ้นส่วนในระบบอาวุธของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแร่สำคัญที่มาจากจีน ขณะที่กองทัพเรือมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยระบบอาวุธเกือบ 92% เชื่อมโยงกับวัตถุดิบดังกล่าว
การส่งออกแม่เหล็กจากจีนยังต่ำกว่าระดับปกติ
ความเร่งด่วนของมาตรการเพิ่มขึ้นหลังการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากจากจีนไปยังสหรัฐฯ ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนความขัดแย้งทางการค้า แม้ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงพักมาตรการตอบโต้บางส่วน
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนส่งออกแม่เหล็กไปสหรัฐฯ เฉลี่ยประมาณ 479 ตันต่อเดือน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 586 ตันต่อเดือนในช่วงปี 2022–2024 ราว 20% สะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านปริมาณ การอนุมัติใบอนุญาต และระยะเวลาการส่งมอบ

นอกจากนี้ มาตรการควบคุมการส่งออกของจีนยังสามารถครอบคลุมสินค้าสองทางที่ใช้ได้ทั้งเชิงพาณิชย์และการทหาร รวมถึงจำกัดการส่งต่อวัตถุดิบต้นกำเนิดจีนผ่านประเทศที่สาม ทำให้การตรวจสอบเพียงผู้ขายโดยตรงอาจไม่เพียงพอ สหรัฐฯ จึงต้องติดตามย้อนกลับไปถึงแหล่งวัตถุดิบและผู้แปรรูปในทุกระดับ
มุมมองของ INVX
เรามองเป็นบวกต่อผู้ผลิตแร่หายากและแม่เหล็กนอกจีน โดยมองบวกต่อหุ้นที่มีการผลิตจริง มีความสามารถแปรรูปในประเทศพันธมิตร และมีสัญญารับซื้อจากภาครัฐ เช่น MP Materials และ Lynas มากกว่าบริษัทที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนา ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหม มาตรการข้างต้นอาจเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงด้านการส่งมอบในระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มรายได้ระยะยาว โดยเรายังมองบวกในระยะยาวต่อบริษัทที่มีคำสั่งซื้อคงค้างสูง และมีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการในปัจจุบัน เช่น RTX, LMT, NOC เป็นต้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน