Offshore Stock Update

จีนครองผู้นำผลิตหุ่นยนต์โลก 97% ขณะที่ข้อจำกัดสหรัฐฯ อาจยิ่งเร่งจีนขยายตลาดต่างประเทศ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|11 Aug 26 10:34 AM
Screenshot 2026-08-11 105105
สรุปสาระสำคัญ

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ของจีนกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัวทั้งด้านยอดส่งมอบ การใช้งานจริง และเงินทุน โดยผู้ผลิตจีนครองมากกว่า 97% ของยอดส่งมอบทั่วโลกใน 1H26 ขณะที่กว่า 70% ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ด้าน Unitree เตรียมเข้าตลาด STAR Market หลัง IPO ได้รับความสนใจสูงถึง 5,526 เท่า ขณะที่การห้ามนำเข้าหุ่นยนต์จีนของสหรัฐฯ อาจจำกัดตลาดสหรัฐฯ แต่ในอีกด้านอาจผลักดันผู้ผลิตจีนให้เร่งขยายไปยุโรปและตลาดโลกมากขึ้น เรามองพัฒนาการล่าสุดเป็น บวกต่อธีมหุ่นยนต์และ AI ที่เชื่อมกับโลกจริงของจีน เช่น Inovance, Leader Harmonious Drive, Robosense, Hesai,  Nvidia, และ UBTech 

1) จีนครองตลาดหุ่นยนต์มนุษย์โลกอย่างชัดเจน


ยอดส่งมอบหุ่นยนต์มนุษย์ทั่วโลกใน 1H26 อยู่ที่ประมาณ 19,100 ตัว เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าจาก 5,100 ตัวในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยผู้ผลิตจีนมีสัดส่วนรวมมากกว่า 97% ของตลาดโลก สะท้อนว่าจีนได้สร้างความได้เปรียบอย่างมากในช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรม
ผู้นำตลาดปัจจุบันคือ Agibot ซึ่งส่งมอบประมาณ 8,400 ตัว หรือ 44% ของตลาดโลก แซงหน้า Unitree Robotics ที่ส่งมอบราว 5,900 ตัว ขณะที่ปริมาณของบริษัทจีนยังสูงกว่าผู้ผลิตสหรัฐฯ อย่าง Tesla, Figure AI และ Agility Robotics อย่างมาก


2) ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการทดลองสู่การใช้งานจริง


จุดสำคัญไม่ได้อยู่เพียงยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นโครงสร้างการใช้งานที่เปลี่ยนไป โดยกว่า 70% ของยอดส่งมอบถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ เพิ่มจากประมาณ 50% ในปีก่อน
หุ่นยนต์จึงเริ่มขยับจากการสาธิตเทคโนโลยีไปสู่โรงงาน คลังสินค้า และงานบริการมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสะสมข้อมูลการใช้งานจริงและนำกลับไปพัฒนา AI และสมรรถนะของหุ่นยนต์รุ่นถัดไป
Smart Analytics Global คาดว่ายอดส่งมอบทั่วโลกอาจเพิ่มเป็นประมาณ 60,000 ตัวในปี 2026 และ 500,000 ตัวภายในปี 2030 หากต้นทุนลดลงและความสามารถของหุ่นยนต์พัฒนาต่อเนื่อง


3) Unitree IPO สะท้อนเงินทุนเริ่มเข้าสู่ธีมหุ่นยนต์อย่างจริงจัง


IPO ของ Unitree Robotics ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยมีคำสั่งจองสูงถึง 5,526 เท่า บริษัทขายหุ้น 40.4 ล้านหุ้นที่ราคา 150.8 หยวนต่อหุ้น ระดมทุนได้ประมาณ 6.1 พันล้านหยวน และมีมูลค่าบริษัทประมาณ 6.1 หมื่นล้านหยวน
Unitree จะกลายเป็นบริษัทหุ่นยนต์มนุษย์รายแรกของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งอาจสร้างตัวอ้างอิงด้านมูลค่าให้กับอุตสาหกรรม และช่วยเปิดทางให้บริษัทหุ่นยนต์รายอื่นระดมทุนตามมา


4) AI และหุ่นยนต์กำลังหลอมรวมเป็นระบบเดียวกัน


ประมาณ 20% ของหุ้น IPO ของ Unitree ถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึง DeepSeek, บริษัทลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Tencent และหน่วยลงทุนของรัฐวิสาหกิจจีนหลายแห่ง
โดย DeepSeek ได้รับการจัดสรรหุ้นประมาณ 2.31% และมีระยะเวลาห้ามขาย 3 ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้ Unitree นำความสามารถด้านแบบจำลอง AI มาผสานเข้ากับหุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาการรับรู้ การตัดสินใจ และการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริง
การแข่งขันจึงเริ่มเปลี่ยนจากการขาย “ตัวหุ่นยนต์” ไปสู่การแข่งขันด้าน AI + ชิ้นส่วน + ระบบควบคุม + ข้อมูลจากการใช้งานจริง


5) ข้อจำกัดของสหรัฐฯ เป็นทั้งความเสี่ยงและแรงผลักให้จีนขยายตลาดโลก


สหรัฐฯ ได้เพิ่มหุ่นยนต์มนุษย์ หุ่นยนต์สี่ขา และชิ้นส่วนบางประเภทจากจีนเข้าสู่รายการสินค้าที่ถูกจำกัดการจำหน่าย โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน
ในระยะสั้น มาตรการดังกล่าวเป็นลบต่อโอกาสของผู้ผลิตจีนในตลาดสหรัฐฯ แต่ผลกระทบอาจจำกัด เพราะผู้ผลิตจีนหลายรายไม่ได้พึ่งพาสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก และกำลังหันไปเร่งขยายใน ยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่
Unitree เริ่มทำตลาดหุ่นยนต์มนุษย์ในยุโรปแล้ว ขณะที่ Agibot เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในลอนดอน และ UBTech มีหุ่นยนต์ Walker ทำงานอยู่ในโรงงานร่วมทุนของ Volkswagen ในจีน สะท้อนว่าการใช้งานจริงกำลังขยายออกนอกตลาดภายในประเทศ


6) การกีดกันจีนอาจช่วยสหรัฐฯ ระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงระยะยาว


การกันผู้ผลิตจีนออกจากตลาดอาจช่วยซื้อเวลาให้บริษัทสหรัฐฯ เช่น Figure, Apptronik และ 1X พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากจีนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือบริษัทสหรัฐฯ อาจขาดแรงกดดันในการลดต้นทุนและเพิ่มกำลังผลิต ขณะที่ผู้ผลิตจีนยังแข่งขันกันอย่างหนักในประเทศและขยายสู่ต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนลดลงและเทคโนโลยีพัฒนาเร็วขึ้น
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะหุ่นยนต์เรียนรู้จากการใช้งานจริง ยิ่งมีหุ่นยนต์ทำงานในโรงงานและคลังสินค้ามากเท่าใด ผู้ผลิตก็ยิ่งได้ข้อมูลมากขึ้นเพื่อพัฒนารุ่นถัดไป


7) ยุโรปอาจกลายเป็นสมรภูมิสำคัญถัดไป


ยุโรปมีปัญหาขาดแคลนแรงงานและยังไม่มีผู้ผลิตหุ่นยนต์มนุษย์รายใหญ่ที่มีกำลังผลิตระดับเดียวกับจีน ทำให้มีโอกาสกลายเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้ผลิตจีน
หากบริษัทจีนสามารถสร้างฐานลูกค้าในยุโรปได้ก่อนคู่แข่งสหรัฐฯ มาตรฐานเทคโนโลยี ระบบควบคุม และห่วงโซ่อุปทานของจีนอาจถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความได้เปรียบเชิงเครือข่ายในระยะยาว


8) จุดแข็งของจีนไม่ได้อยู่แค่ผู้ผลิตหุ่นยนต์ แต่เป็นทั้งห่วงโซ่


จีนมีฐานการผลิตครอบคลุมตั้งแต่ มอเตอร์ เซอร์โว ตัวทดรอบ ระบบส่งกำลัง เซนเซอร์ แบตเตอรี่ ชิป ไปจนถึง AI ทำให้ผู้ผลิตสามารถเพิ่มกำลังผลิตและลดต้นทุนได้เร็ว
ดังนั้น หากยอดส่งมอบหุ่นยนต์เพิ่มจากหลักหมื่นไปสู่หลักแสนตัว ประโยชน์มีโอกาสกระจายไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนมากกว่าการกระจุกตัวอยู่ที่บริษัทหุ่นยนต์เพียงไม่กี่ราย
หุ้นที่อาจได้ประโยชน์ ได้แก่ UBTech ในกลุ่มผู้ผลิตหุ่นยนต์, Inovance และ Leader Harmonious Drive ในระบบขับเคลื่อนและข้อต่อ, Robosense และ Hesai ในระบบรับรู้สภาพแวดล้อม รวมถึง Nvidia ในด้านชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI


9) ความเสี่ยงยังอยู่ที่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์


แม้ยอดส่งมอบจะเติบโตเร็ว แต่จำนวนหุ่นยนต์ที่สามารถสร้างผลผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่องยังไม่สูงมาก ปัจจัยที่ต้องติดตามจึงได้แก่ ต้นทุนต่อหน่วย อายุการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ และระยะเวลาคืนทุนเมื่อเทียบกับแรงงานมนุษย์
นอกจากนี้ ความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ อาจทำให้ตลาดหุ่นยนต์โลกแบ่งออกเป็นหลายระบบมากขึ้น โดยจีนเน้นยุโรป เอเชีย และตลาดเกิดใหม่ ขณะที่สหรัฐฯ พยายามสร้างห่วงโซ่อุปทานของตนเอง

 

ตัวอย่างหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของหุ่นยนต์มนุษย์จีน

ส่วนในห่วงโซ่

หุ้นที่น่าสนใจ

ได้ประโยชน์อย่างไร

ผู้ผลิตหุ่นยนต์

Unitree (688836 CH), UBTech (9880 HK)

รับประโยชน์โดยตรงจากยอดขายหุ่นยนต์และการนำไปใช้จริงเพิ่มขึ้น

มอเตอร์ / ระบบขับเคลื่อน

Inovance (300124 CH), MOONS' Electric (603728 CH)

หุ่นยนต์ต้องใช้มอเตอร์และระบบควบคุมการเคลื่อนไหวจำนวนมากต่อหนึ่งตัว

ตัวทดรอบ / ข้อต่อ

Leader Harmonious Drive (688017 CH), Shuanghuan Driveline (002472 CH)

เป็นชิ้นส่วนสำคัญในข้อต่อแขน ขา และระบบเคลื่อนไหว

เซนเซอร์ / การมองเห็น

Hesai (HSAI US), Robosense (2498 HK)

ใช้ช่วยให้หุ่นยนต์รับรู้ระยะทาง สิ่งกีดขวาง และสภาพแวดล้อม

แบตเตอรี่

CATL (300750 CH / 3750 HK)

จำนวนหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นหนุนความต้องการแบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูง

ชิป / การประมวลผล AI

Nvidia (NVDA US), Horizon Robotics (9660 HK)

เป็นโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลสำหรับการรับรู้ การตัดสินใจ และฝึก AI ของหุ่นยนต์

AI / แบบจำลองพื้นฐาน

Alibaba (9988 HK), Tencent (700 HK)

มีโอกาสนำแบบจำลอง AI มาพัฒนาเป็นสมองของหุ่นยนต์ ขณะที่ Tencent มีความเชื่อมโยงกับนักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของ Unitree

ระบบอัตโนมัติในโรงงาน

Estun Automation (002747 CH), Inovance (300124 CH)

ได้ประโยชน์จากการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้าสู่ภาคการผลิตมากขึ้น


มุมมองของ InnovestX

  • เรามองพัฒนาการล่าสุดเป็น บวกต่อธีมหุ่นยนต์และ AI ที่เชื่อมกับโลกจริงของจีน เพราะจีนไม่ได้เพียงครองยอดส่งมอบ แต่กำลังได้เปรียบจากการผลิตจำนวนมาก การแข่งขันภายในประเทศ ห่วงโซ่อุปทานครบวงจร และข้อมูลจากการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การห้ามนำเข้าของสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงต่อการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ แต่ในอีกด้านอาจยิ่งเร่งให้ผู้ผลิตจีนแข่งขันและขยายไปตลาดยุโรปและภูมิภาคอื่น หากจีนสามารถสร้างฐานการใช้งานและมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ก่อน จะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบในระยะยาว
  • ในเชิงการลงทุน เราจึงให้น้ำหนักกับ ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้ประโยชน์จากหลายค่ายพร้อมกัน มากกว่าการเลือกผู้ผลิตหุ่นยนต์รายเดียว โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ Inovance, Leader Harmonious Drive, Robosense, Hesai และ Nvidia ขณะที่ UBTech เป็นตัวแทนการลงทุนฝั่งผู้ผลิตหุ่นยนต์ที่ซื้อขายได้โดยตรง

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
UBTECH23x.BK
2525.HK
2498.HK
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5